แอมเนสตี้ร้องเมียนมาหยุดปิดกั้นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อชาวโรฮิงญา

แอมเนสตี้ฯ ระบุว่าการที่ทางการเมียนมาปิดกั้นไม่ให้ความช่วยเหลือระหว่างประเทศเข้าสู่รัฐยะไข่กำลังทำให้ชาวโรฮิงญาหลายหมื่นอยู่ในสภาพที่เสี่ยงภัย พร้อมร้องเมียนมาอนุญาตให้หน่วยงานด้านมนุษยธรรมเข้าถึงพื้นที่ส่วนต่างๆ ของรัฐได้อย่างเต็มที่และปราศจากการแทรกแซง
 
5 ก.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ เรียกร้องต่อทางการเมียนมา ให้หยุดปิดกั้นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อชาวโรฮิงญา แอมเนสตี้ฯ ระบุว่า การทางการเมียนมาปิดกั้นไม่ให้ความช่วยเหลือจากต่างประเทศเข้าสู่รัฐยะไข่ ทำให้ชาวโรฮิงญาหลายหมื่นคนตกอยู่ในภาวะอันตราย โดยเรียกร้องเมียนมาให้อนุญาตให้หน่วยงานด้านมนุษยธรรมสามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่และปราศจากการแทรกแซง
 
ผู้ปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือในพื้นที่เปิดเผยว่าสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในรัฐยะไข่กำลังรุนแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกองทัพได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่อีกครั้ง หลังหน่วยปฏิบัติการด้านความมั่นคงหลายสิบแห่งถูกโจมตีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยทางการอ้างว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธกองทัพปลดแอกชาวโรฮิงญาแห่งรัฐยะไข่
 
ทีรานา ฮัสซัน ผู้อำนวยการฝ่ายรับมือภาวะวิกฤต แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเปิดเผยว่าสถานการณ์การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในรัฐยะไข่กำลังเข้าขั้นหายนะ ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ควรมีเหตุผลใดๆ มาอ้างเพื่อปฏิเสธความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนได้เลย การที่ทางการเมียนมาปิดกั้นการทำงานของหน่วยงานด้านมนุษยธรรมต่างๆ ส่งผลให้ชีวิตประชาชนหลายหมื่นคนต้องตกอยู่ในอันตราย และยังแสดงให้เห็นว่าทางการไม่ใยดีต่อชีวิตอันมีค่าของพลเรือนในประเทศ
 
“การปิดกั้นเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อชุมชนในรัฐยะไข่ทั้งหมด รัฐบาลจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงท่าทีอย่างเร่งด่วน และอนุญาตให้หน่วยงานด้านมนุษยธรรมสามารถเข้าถึงพื้นที่ส่วนต่างๆ ของรัฐได้อย่างเต็มที่โดยปราศจากการแทรกแซง เพื่อให้ประชาชนที่กำลังทุกข์ยากได้รับความช่วยเหลือ” ผอ.ฝ่ายรับมือภาวะวิกฤต แอมเนสตี้ฯ กล่าว
 
นอกจากการช่วยเหลือที่ถูกปิดกั้นแล้ว ทางการเมียนมายังทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีกด้วยการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญา โดยอ้างว่าพบเสบียงอาหารที่มีฉลากขององค์กรระหว่างประเทศติดอยู่ในค่ายของกลุ่มติดอาวุธ
 
“ข้อกล่าวหาต่อองค์กรมนุษยธรรมระหว่างประเทศว่าเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในรัฐยะไข่เป็นข้อกล่าวหาที่ทั้งเกินจริงและขาดความรับผิดชอบ ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมทำงานให้ความช่วยเหลือชาวเมียนมามาโดยตลอด ซึ่งเป็นภารกิจที่รัฐบาลมักไม่สามารถทำเองได้ ทางการเมียนมาต้องหยุดเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ เช่นนี้ และหยุดกล่าวหาโดยปราศจากมูลความจริงทันที” ทีรานา กล่าวทิ้งท้าย
 
แอมเนสตี้ฯ ยังระบุอีกว่า มีประชาชนหลายหมื่นคนถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องหนีออกจากบ้านเรือนของตน ตามข้อมูลล่าสุดขององค์การสหประชาชาติ คาดว่ามีผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาราว 90,000 คนข้ามพรมแดนไปยังบังคลาเทศ ขณะที่รัฐบาลเมียนมาได้สั่งอพยพประชาชนอีกกว่า 11,000 คน ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยอีกกลุ่มหนึ่งทางตอนเหนือของรัฐยะไข่
 
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์