ไม่พอใจถูกตรวจสอบฆ่าตัดตอน-สภาฟิลิปปินส์หั่นงบกรรมการสิทธิฯ เหลือ 1 พันเปโซ

สภาฟิลิปปินส์ภายใต้รัฐบาลดูแตร์เตลงมติหั่นงบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจาก 649 ล้านเปโซ เหลือ 1 พันเปโซ หรือราว 650 บาท หลังไม่พอใจการทำหน้าที่ตรวจสอบ-วิจารณ์นโยบายฆ่าตัดตอนสงครามปราบยาเสพย์ติดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5.5 พันราย โดย ปธ.คณะกรรมการสิทธิยืนยันทำหน้าที่ต่อไปพร้อมเล็งอุทธรณ์ต่อวุฒิสภา

การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์เมื่อ 12 กันยายน 2560 (ที่มาของภาพ: YouTube/Rappler)

สภาผู้แทนราษฎรของฟิลิปปินส์ตัดงบประมาณปี 2561 ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (CHR) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบและวิจารณ์รัฐบาลฟิลิปปินส์ที่ใช้นโยบายฆ่าตัดตอนผู้เกี่ยวข้องยาเสพย์ติดโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม โดยสภาฟิลิปปินส์ลงมติ 119 ต่อ 32 ให้งบประมาณคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน 1,000 เปโซ หรือประมาณ 650 บาท จากที่ของบประมาณไว้ 649.484 ล้านเปโซ หรือประมาณ 422 ล้านบาท

ทั้งนี้ในการลงมติรองประธานสภาคืออีริก ซิงสัน (Eric Singson) เริ่มแรกใช้วิธีลงมติด้วยวิธีเปล่งเสียง แต่เมื่อถูกทัดทานจึงยอมให้ลงมติแบบยืนแสดงตัวในที่ประชุมแล้วนับจำนวน โดยผู้สื่อข่าวของอินไควเรอร์สามารถระบุตัว ส.ส. ที่คัดค้านการหั่นงบประมาณได้ 32 ราย

คลิปวิดีโอช่วงการลงมติหั่นงบประมาณคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ที่มาของภาพ: YouTube/Rappler)

ส.ส.ฟิลิปปินส์ที่ชื่อ โรดันเต มาร์คอเตลา (Rodante Marcoleta) ซึ่งผลักดันให้ลดงบประมาณคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้เหลือ 1,000 เปโซ โจมตีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าไม่ยอมตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่กระทำโดยกลุ่มก่อการร้าย และยังกล่าวด้วยว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ใช่หน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาอย่างถูกต้อง เพราะตั้งโดยคำสั่งพิเศษสมัยประธานาธิบดีคอราซอน อากีโน เมื่อปี 2529 ซึ่งในเวลานั้นไม่มีสภาคองเกรส

อย่างไรก็ตามเอ็ดเซล ลักแมน (Edcel Lagman) ส.ส.อีกราย โต้แย้งว่ามาร์คอเตลาเข้าใจผิด เพราะประธานาธิบดีอากีโนใช้อำนาจบริหารและนิติบัญญัติเพราะในช่วงนั้นยังไม่มีการเรียกประชุมสภาคองเกรส นอกจากนี้การตัดงบประมาณองค์กรสิทธิมนุษยชนก็ส่อละเมิดรัฐธรรมนูญปี 2530 ที่ให้ความอิสระด้านงบประมาณแก่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ลักแมนกล่าวด้วยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่มีเขตอำนาจเหนือคดีอาชญากรรมปกติ รวมทั้งเหตุที่ก่อขึ้นโดยผู้ก่อการร้าย แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีเขตอำนาจที่จะตรวจสอบการละเมิดสิทธิที่กระทำโดยรัฐหรือองค์กรของรัฐ

"เราไม่สามารถล้มเลิกองค์กรตามรัฐธรรมนูญได้โดยอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ" ลักแมนกล่าวและย้ำว่าประเทศฟิลิปปินส์มีความจำเป็นที่จะต้องมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เพราะมีเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนมากมาย

ด้านประธานสภาผู้แทนราษฎร แพนทาเลออง อัลวาเรซ (Pantaleon Alvarez) ให้ส้มภาษณ์ CNNฟิลิปปินส์ด้วยว่า สมควรแล้วที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะได้งบประมาณเพียงเท่านี้ เพราะเป็นองค์กรที่ไม่มีประโยชน์ ที่ดีแต่ปกป้องสิทธิของอาชญากร

"ถ้าคุณต้องการปกป้องสิทธิของอาชญากร คุณก็ไปหางบประมาณจากอาชญากร ง่ายนิดเดียว ทำไมพวกเธอต้องของบประมาณจากรัฐบาล แถมคุณก็ไม่ยอมทำงานของคุณด้วย"

ขณะที่ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของฟิลิปปินส์ โฆเซ หลุย มาร์ทิน กาสคอน (Jose Luis Martin Gascon) กล่าวว่าเขาจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องเพราะถูกตัดงบประมาณเหี้ยนเช่นนี้ เขากล่าวด้วยว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับกำลังใจอย่างท่วมท้นจากสาธารณชน ถือเป็นความสมานฉันท์และความเห็นอกเห็นใจที่โอ้มอุ้มให้หน่วยงานของเขาทำงานต่อไปและเขาจะไม่กลัว นอกจากนี้เขาจะอุทธรณ์เรื่องงบประมาณต่อวุฒิสภาด้วย

ทั้งนี้ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ ใช้นโยบายปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดมาตั้งแต่ 1 กรกฎาคมปี 2559 โดยถูกวิจารณ์อย่างหนักต่อนโยบายที่ส่งเสริมให้เกิดการฆ่านอกกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้จากข้อมูลจนถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2560 มีผู้ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพย์ติดเสียชีวิตแล้ว 5,549 ราย โดย 3,811 รายเสียชีวิตจากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอีกกว่า 2,098 รายเสียชีวิตนอกเหนือจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีผู้ถูกจับกุมกว่าแสนราย มีผู้มอบตัว 1.3 ล้านราย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเสียชีวิต 76 ราย

 

ที่มา: แปลและเรียบเรียงจาก

House gives Commission on Human Rights P1,000 budget for 2018, The Inquirer, 12 Sept 2017

Philippine Drug War, Wikipedia