คลังเผยยังไม่พบกักตุน หลัง ครม.ขึ้นภาษี เหล้า-บุหรี่ ดีเดย์ 16 ก.ย.นี้

หลังครม.ขึ้นภาษีเหล้า-บุหรี่-ไพ่ เริ่ม 16 ก.ย.นี้ ปลัดกระทรวงการคลังเผยยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการกักตุนสินค้าดังกล่าว ยันปรับปรุงภาษีหวังขยายฐานภาษีให้กว้างมากขึ้น

13 ก.ย. 2560 จากกรณีวานนี้ (12 ก.ย.60) สมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงว่าด้วยกำหนดอัตราโครงสร้างภาษี 3 สินค้า คือ เหล้า ยาสูบ หรือ บุหรี่ และไพ่ ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต 2560 ฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ก.ย. นี้ คาดว่าจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาก่อนวันที่มีผลบังคับใช้ หรือในวันที่ 15 ก.ย. 2560 หลังจากนั้นกรมสรรพสามิตจะมีการแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราภาษีและ พ.ร.บ.อีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้ราคาเหล้า ยาสูบ หรือ บุหรี่ และไพ่ แพงขึ้นนั้น

ล่าสุดวันนี้ (13 ก.ย.60) สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานจาก อธิบดีกรมสรรพสามิต ว่ามีการกักตุนสินค้าประเภทเหล้า บุหรี่ ก่อนที่ภาษีสรรพสามิตใหม่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 16 ก.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้เหล้า ไวน์ เบียร์ บุหรี่ ปรับราคาขึ้น โดยกระทรวงการคลังยืนยันว่าการปรับปรุงภาษีสรรพสามิตครั้งนี้ เพื่อขยายฐานภาษีให้กว้างมากขึ้นและให้รัฐบาลมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเท่าเดิมไม่ได้ต้องการเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภค ดังนั้น ผู้ประกอบการไม่ต้องกักตุนสินค้า

รายงานข่าวระบุด้วยว่า ภาษีสรรพสามิตใหม่จะกำหนดเพดานภาษีขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มแต่ละชนิด จะมีผลทำให้สุราที่มีดีกรีสูง เช่น เหล้าขาว ถูกจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ส่วนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่ จะเก็บจากราคาขายปลีกและปริมาณอีกมวนละ 1.50 บาท หรือซองละ 30 บาท สำหรับซอง 20 มวน

โดยเมื่อวานที่ผ่านมา พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดว่ากล่าวว่า ในที่ประชุมครม.ได้มีมติปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เหล้า บุหรี่ และไพ่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้หวั่นทำให้มีการกักตุนสินค้า รอให้มีผลตามกฏหมาย ก่อนซึ่งเบื้องต้น เหล้าจะปรับเพิ่มตามดีกรี หรือ ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ ส่วนบุหรี่จะมีการจัดเก็บ อัตราภาษีต่อมวน และเก็บตามอัตราของราคาบุหรี่ และในเบื้องต้นที่กรมสรรพสามิตได้อธิบายต่อครม. ว่า กรณีของสุราไม่ได้จัดเก็บจากมูลค่าหรือราคาเท่านั้น แต่จะจัดเก็บจากดีกรีหรือความแรงของแอลกอฮอล์ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการดูแลสุขภาพของประชาชน และมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เก็บภาษีจากราคาหน้าโรงกลั่นมาเป็นตามราคาขายปลีก ส่วนบุหรี่ จะมีการเก็บภาษีทั้งในส่วนของมูลค่าหรือราคา และยังมีการจัดเก็บภาษีจากปริมาณหรือคิดอัตราภาษีต่อมวนด้วย

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์และข่าวสดออนไลน์