ดีเดย์สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ 10 - ปลุกทุกภาคส่วนแก้ 4 ประเด็นนโยบายสาธารณะ

ส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น การมีส่วนร่วมของชุมชนในการเฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหายาเสพติด พัฒนาพื้นที่เล่นสร้างเสริมสุขภาวะของเด็กปฐมวัยและประถมศึกษา และจัดการขยะมูลฝอยในชุมชนแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน

22 ก.ย. 2560 รายงานข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) แจ้งว่า วานนี้ (วันที่ 21 ก.ย.60) มีการประชุมคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) ครั้งที่ 4/2560 โดยนพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นพ.พลเดช ปิ่นประทีปเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และกรรมการจากทุกภาคส่วน ณ ห้องทิพวัลย์ 2 โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทุบรี 

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ กล่าวว่า เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ถือเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ภายใต้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 โดยปีนี้ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 10 พ.ศ.2560 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 ธ.ค. 2560 ณ อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิดหลัก “10 ปี พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ สู่สังคมสุขภาวะ” ที่จะมีภาคีภาครัฐ ภาควิชาการ วิชาชีพ ภาคประชาสังคม ชุมชนและท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 600 องค์กร ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า คจ.สช. ได้เห็นชอบระเบียบวาระสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 10 พ.ศ.2560 จำนวน 4 ระเบียบวาระ เพื่อหาฉันทมติและพัฒนาเป็นนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพสำหรับขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาโดยทุกภาคส่วน ประกอบด้วย 1.การส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น 2.การมีส่วนร่วมของชุมชนในการเฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหายาเสพติด 3.การพัฒนาพื้นที่เล่นสร้างเสริมสุขภาวะของเด็กปฐมวัยและประถมศึกษา และ 4.การจัดการขยะมูลฝอยในชุมชนแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน

“การประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติปีนี้ ถือว่าน่าสนใจทั้ง 4 ระเบียบวาระ แต่สิ่งที่ต้องเพิ่มเติม คือ สร้างการมีส่วนร่วมของภาคียุทธศาสตร์ให้มากที่สุด และเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปขับเคลื่อน รวมถึงการเชื่อมประสานกับคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางปฏิบัติอย่างแท้จริง และนอกจากนี้ จำเป็นต้องมีช่องทางในการสื่อสารกับสาธารณะให้เกิดความตื่นตัวในพื้นที่ต่อไป” นพ.ศุภกิจ กล่าว

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า ระเบียบวาระสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 10 ทั้ง 4 เรื่อง ถือว่ามีความสำคัญต่อการแก้ปัญหาสุขภาวะของคนไทย และในรอบ 10 ปีของการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการปฏิรูประบบสุขภาพที่ทุกภาคส่วนในสังคมมีความตื่นตัวอยู่ในขณะนี้ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติถือเป็นเครื่องมือสำคัญชิ้นหนึ่งที่ปัจจุบันมีมติแล้วรวม 73 มติ ซึ่งส่วนหนึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และพบว่ามติส่วนใหญ่นั้น หน่วยงานต่างๆ รวมถึงภาคประชาสังคม ได้นำไปขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่

“สิ่งสำคัญของมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ก็คือ กระบวนการทำงานอย่างครบวงจร หลอมรวมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และสามารถขับเคลื่อนมติได้จริง โดยหลังจากมีฉันทมติใน 4 ประเด็นแล้ว ต้องสร้างสิ่งที่เรียกว่า ผู้ก่อการดีและพื้นที่รูปธรรม เพื่อให้เกิดเป็นตัวอย่างของความสำเร็จ” นพ.พลเดช ระบุ

สำหรับงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 10 ในปีนี้ นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ได้รับประทานพระคติธรรมจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก พร้อมมีพิธีประกาศธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ โดย พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ การเปิดตัวหนังสือ “10 ปี สมัชชาสุขภาพไทย” ที่ศึกษาโดย WHO และ “สุขภาพทางปัญญา: จิตวิญญาณ ศาสนา และความเป็นมนุษย์” ที่ สช. สนับสนุนให้สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพทำการศึกษา การปาฐกถาพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงนิทรรศการ และเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในพื้นที่และการพัฒนานโยบายสาธารณะในประเด็น อาทิ นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพนักมวยเด็ก, พื้นที่สาธารณะเพื่อสุขภาพ, การผลักดัน พ.ร.บ. เขตพื้นที่ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นต้น

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์