เวียดนาม 4.0 เลิกจ้าง ‘แรงงาน’ แล้วแทนที่ด้วย ‘หุ่นยนต์’ บ้างแล้ว

พบโรงงานในเวียดนามบางส่วนเริ่มทยอยปลดพนักงานแล้วใช้หุ่นยนต์แทนที่บ้างแล้ว แม้ในทางทฤษฎีแรงงานที่ตกงานจะสามารถไปสมัครงานบริษัทขนาดเล็กที่ไม่สามารถซื้อหุ่นยนต์ได้ แต่กระนั้นธุรกิจขนาดเล็กก็ไม่ต้องการใช้แรงงานจำนวนมากด้วยเช่นกัน

พบโรงงานในเวียดนามบางส่วนเริ่มทยอยปลดพนักงานแล้วใช้หุ่นยนต์แทนที่แล้ว ที่มาภาพประกอบ: VIETNAMNET

สำนักข่าว VIETNAMNET รายงานเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2560 ว่าบริษัทดั๊กเกียง (Duc Giang) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์และผงซักฟอกชั้นนำ ได้นำหุ่นยนต์มาแทนที่พนักงานในไลน์ผลิตแล้วร้อยละ 80 โดยโรงงานผลิตผงซักฟอกของดั๊กเกียงเคยมีพนักงาน 100 คน แต่ปัจจุบันเหลือพนักงานเพียง 10-15 คน เท่านั้น

สามเดือนก่อนมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการเข้ามาแทนที่ของหุ่นยนต์ในงานต่าง ๆ หนึ่งเดือนที่ผ่านมามีข่าวว่าโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดบิ่ญเซือง (Binh Duong) ได้ปลดพนักงานร้อยละ 90 เนื่องจากงานส่วนใหญ่สามารถทำแทนด้วยหุ่นยนต์ได้

ปรากฏการณ์เหล่านี้ได้ทำพนักงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 340 IZs ของเวียดนามเริ่มมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับงานของพวกเขา ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อกลางเดือน ส.ค. 2560 ที่ผ่านมา ก็มีการพูดคุยถึงความเสี่ยงในการแทนที่มนุษย์ด้วยหุ่นยนต์ในเวียดนาม ซึ่งก็เป็นแนวโน้มที่ทั้งโลกกำลังเผชิญ และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ได้มีการตระเตรียมการล่วงหน้าไว้รับมือบ้างแล้ว

ในอนาคตมีการประมาณการว่าคนงานเวียดนามทุก 300 คน จาก 1,600 คน จะต้องสูญเสียงานให้หุ่นยนต์ แม้ในทางทฤษฎีคนงานที่ตกงานจากบริษัทที่นำหุ่นยนต์มาแทนที่จะสามารถไปสมัครงานยังบริษัทขนาดเล็กกว่าที่ไม่สามารถซื้อหุ่นยนต์และต้องการแรงงานในสายการผลิตของตน แต่กระนั้นมองในอีกมุมธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่ก็ไม่มีความต้องการใช้แรงงานในจำนวนมากด้วยเช่นกัน

ผลการสำรวจเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่าธุรกิจเวียดนามเชื่อว่าประเทศควรมุ่งเน้นการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ภาพรวมทุกธุรกิจร้อยละ 89.9 การท่องเที่ยวร้อยละ 45.7 การเกษตรร้อยละ 44.9 การเงินและการธนาคารร้อยละ 47 และโลจิสติกส์ ร้อยละ 28.3

อนึ่งสำนักงานสถิติกลางเวียดนามรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เติบโตร้อยละ 7.46 ในไตรมาสสามของปี 2560 เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว นับว่าเป็นตัวเลขการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุดของไตรมาสสามตั้งแต่ปี 2553

ทั้งนี้เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผลประกอบการทางเศรษฐกิจดีที่สุดในภูมิภาคช่วงสองสามปีที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนส่วนใหญ่มาจากการส่งออกสินค้าที่มีต้นทุนต่ำ เช่น โทรศัพท์มือถือ และรองเท้า ขณะที่ฐานคนชั้นกลางขยายตัวขึ้นในเวียดนามที่มีประชากร 93 ล้านคนซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศในภาคการผลิตต่าง ๆ อย่างไรก็ตามการขยายตัวสะดุดลงเมื่อปีที่แล้วมาอยู่ที่ร้อยละ 6.2 เนื่องจากเศรษฐกิจเพิ่งฟื้นตัว