แอมเนสตี้ฯ ร้องสหรัฐฯ ส่งเสริมและแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทย

แอมเนสตี้เรียกร้องสหรัฐฯ ส่งเสริมและแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทย ในโอกาสนายกฯ ไทยเดินทางเยือนทำเนียบขาว ชี้การเพิกเฉยต่อสิทธิมนุษยชนอาจกระทบความสัมพันธ์สองชาติในระยะยาว

ภาพจากเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล

3 ต.ค. 2560 จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 30 ก.ย. - 5 ต.ค. 2560  พร้อมหารือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น

ล่าสุดวันนี้ (3 ต.ค.60) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องทางการสหรัฐฯ ให้ส่งเสริมการร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีของไทย พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางเยือนทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันดีซี เนื่องจากรัฐบาลทหารของไทยใช้อำนาจกดขี่และละเมิดสิทธิประชาชนอย่างกว้างขวาง

แอมเนสตี้ ระบุว่า นับตั้งแต่รัฐประหารเมื่อปี 2557 เป็นต้นมา รัฐบาลทหารของพลเอกประยุทธ์ได้ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จในการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนหลากหลายรูปแบบ มีการออกคำสั่งห้ามชุมนุมทางการเมืองเกินห้าคน ออกกฎหมายต่างๆ ที่จำกัดการทำงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน คุกคามผู้ที่ออกมาใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ ใช้ศาลทหารในการพิจารณาคดีพลเรือนอย่างไม่เป็นธรรม และอื่นๆ อีกมากมาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจในการบังคับใช้กฎหมายและกักขังประชาชนโดยไม่มีหมายศาล ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่ขัดต่อมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรม

หลังรัฐประหารสามปี มีผู้ได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุายชนของรัฐบาลทหารจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักศึกษา นักข่าว นักวิชาการ ผู้ที่ออกมาต่อต้านการคอร์รัปชันและการทำลายสิ่งแวดล้อม ตลอดจนชาวบ้านที่ออกมาเรียกร้องสิทธิชุมชนและกลุ่มชาติพันธุ์ หลายคนถูกตั้งข้อหาอย่างไม่เป็นธรรม และมีจำนวนไม่น้อยที่ถูกตัดสินจำคุกไปแล้ว

แถลงการณ์ของแอมเนสตี้ฯ ระบุด้วยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้พูดถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยมาโดยตลอด แอมเนสตี้จึงมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะรัฐบาลสหรัฐฯ จะแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทยตอนนี้ไม่มีความยั่งยืน พลเอกประยุทธ์ต้องยกเลิกคำสั่งที่กดขี่ประชาชนและยุติการใช้กระบวนการทางกฎหมายกลั่นแกล้งหรือเอาผิดประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพของตัวเองอย่างสงบ เพราะความล้มเหลวในการแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนอาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในท้ายที่สุด

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์