'ศรีสุวรรณ' จี้รัฐบาลหยุดเอื้อประโยชน์ธุรกิจให้เจ้าสัวผ่านบัตรคนจน

'ศรีสุวรรณ  จรรยา' เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดเอื้อประโยชน์ธุรกิจให้เจ้าสัวผ่านบัตรคนจน ระบุเอื้อประโยชน์กลุ่มธุรกิจเจ้าของสินค้าอุปโภค-บริโภคขนาดใหญ่ได้ประโยชน์ แต่สินค้าจากชาวบ้าน กลุ่มผู้ผลิตในท้องถิ่น ไม่สามารถขายสินค้าของตนเองได้
 

ที่มาภาพประกอบ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

 
8 ต.ค. 2560 นายศรีสุวรรณ  จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยออกแถลงการณ์ 'ขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดเอื้อประโยชน์ธุรกิจให้เจ้าสัวผ่านบัตรคนจน' ระบุว่าตามที่รัฐบาลมีโครงการ “ประชารัฐ” สวัสดิการช่วยเหลือคนจนที่ลงทะเบียน
 
นำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปรูดซื้อสินค้าตามร้านที่กำหนด (มีเครื่องรูดบัตร) โดยคนที่รายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อปี จะได้ 300 บาท/เดือน คนรายได้ 3 หมื่น-1 แสนบาทต่อปี จะได้เดือนละ 200 บาท รวมทั้งได้ส่วนลดค่าซื้อแก๊สหุงต้ม 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ได้วงเงินขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้า 500 บาท ต่อเดือน รถ บขส. 500 บาท ต่อเดือนและรถไฟ 500 บาทต่อ 1 เดือน รวมผู้มีสิทธิ์กว่า 11.67 ล้านคน ซึ่งรัฐบาลต้องควักเงินทั้งสิ้น 41,940 ล้านบาทต่อปีไม่ต่างอะไรกับ “นโยบายประชานิยม” ของรัฐบาลในอดีตที่ไม่ได้ช่วยเพิ่มตัวเลขจีดีพีของประเทศแต่อย่างใด
 
การดำเนินโครงการดังกล่าว กลับเป็นการ “เอื้อประโยชน์” ให้กับกลุ่มธุรกิจ “เจ้าสัว” นายทุนใหญ่เจ้าของสินค้าอุปโภค-บริโภคขนาดใหญ่ที่ส่งผ่านสินค้าไปยังตัวแทนผู้จำหน่ายในรูป “ร้านธงฟ้าประชารัฐ” แทบทั้งสิ้น ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ก็จะมาจากบริษัทใหญ่ไม่กี่ราย
 
ขณะที่สินค้าจากชาวบ้าน สินค้า SME จากกลุ่มผู้ผลิตในท้องถิ่นผู้ผลิตขนาดเล็กและขนาดย่อมที่ไม่มีไลน์ธุรกิจที่สามารถดีลซื้อขายกับร้านค้าที่กรมการค้าภายใน-กรมบัญชีกลางกำหนดได้ก็จะไม่สามารถขายสินค้าของตนเองได้เลย ดังนั้นเงินหลวงที่รัฐบาลอ้างว่าช่วยเหลือคนจนก็จะไหลเข้าบริษัทใหญ่หรือกลุ่มเจ้าสัวที่ยืนอยู่ข้างหลังรัฐบาลเท่านั้น
 
การดำเนินโครงการนี้จึงเท่ากับใช้คนจนเป็นข้ออ้างเพื่อประโยชน์ต่อธุรกิจนายทุนหรือเจ้าสัวโดยตรงทุกครั้งที่คนจนไปรูดบัตรแลกสินค้าเงินก็จะไหลจากบัญชีรัฐไปเข้ากระเป๋าเจ้าสัวมากมายมหาศาลทุก ๆ เดือน โดยที่คนจนไม่มีสิทธิเห็นเงินเลยแม้สลึงเดียวและที่สำคัญร้านธงฟ้าประชารัฐไม่ได้มีสาขาหรือจุดบริการกระจายเป็นการทั่วไปทุกตำบลทุกหมู่บ้านเหมือนร้านโชว์ห่วยของชาวบ้านด้วยกันเองที่มักจะมีอยู่ใกล้บ้านในในเมืองและชนบททำให้ชาวบ้านต้องเสียเงินและเสียเวลาในการเดินทางไปจับจ่ายซื้อสินค้าเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างอำเภอตำบล ชนบทห่างไกล
        
นอกจากนั้น การกำหนดให้คนจนต้องทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐขึ้นมาใหม่โดยไม่ใช้ร่วมกับบัตรประจำตัวประชาชนที่อวดอ้างว่าเป็นบัตรสมาร์ทการ์ด (Smart card) เป็นการทำงานที่ไม่คุ้มค่า ไม่ประหยัดการใช้จ่ายของภาครัฐเพราะรัฐต้องเสียเงินไปกับการจัดซื้อจัดหาบัตรสวัสดิการที่มีราคามากกว่า 35 บาท ต่อใบเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 11 ล้านใบ อีกทั้งการติดตั้งเครื่องอีดีซีทั่วประเทศทำได้เพียง 5,061 เครื่องจากร้านค้าที่เข้าร่วมมีเพียง 19,500 แห่ง ทั้ง ๆ ที่ผู้ลงทะเบียนคนจนกระจายอยู่ทั่วประเทศใน 7,255 ตำบล 75,032 หมู่บ้าน ซึ่งชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการเลยแต่กลับมาโฆษณาชวนเชื่อสร้างภาพเร่งรีบให้ใช้บัตรแต่พอเกิดเหตุผิดพลาดกลับโบ๊ยไปให้ร้านค้าและคนจนเสียสิ้น
        
กรณีดังกล่าวจึงสงสัยว่ารัฐบาลเร่งรีบผลักดันโครงการดังกล่าวออกมาเพื่อปูฐานเสียงให้ประชาชนนิยมเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาเพื่อรองรับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันในการเลือกตั้งในปีหน้ามากกว่าการจะแก้ไขปัญหาให้คนจนหรือไม่และการที่นายกฯออกมาพูดเสมอว่าจะไม่ลงเล่นการเมืองนั้น ณ เวลานี้จะมีคนไทยสักกี่คนที่เชื่อคำพูดนายกฯ ได้เพราะแม้แต่การประกาศให้มีการเลือกตั้งยังตระบัดคำพูดของตนมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วยิ่งกว่าพิน็อคคิโอในนิยายเสียอีก ที่สำคัญการดำเนินโครงการและใช้จ่ายเงินของรัฐตามโครงการดังกล่าวอาจขัดต่อมาตรา 62 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม ว่าด้วย “การทุจริตต่อหน้าที่” และ พรป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 2542 อีกด้วย
 
ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลได้โปรดพิจารณาทบทวนและหยุดเอื้อประโยชน์ธุรกิจให้เจ้าสัวผ่านบัตรคนจนนี้เสียโดยเร็วและหากมีหลักฐานเป็นที่ชัดเจนเพียงพอเมื่อใดสมาคมฯจักต้องนำความไปร้องเรียนกล่าวโทษต่อผู้ที่ใช้อำนาจในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในกรณีเกี่ยวกับเรื่องนี้ทุกคนทุกตำแหน่งต่อไปไม่ว่าท่านทั้งหลายจะยังอยู่ในอำนาจหรือไม่ในอนาคต
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์