'นักวิชาการ-นักการเมือง' สะท้อน 6 คำถาม 'ประยุทธ์'

นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ระบุ 6 คำถามของนายกรัฐมนตรี เป็นการแสดงจุดยืนทางการเมือง เชื่อเป็นไปได้ที่จะมีพรรคทหารในยุคนี้ แนะ พท.-ปชป.จับมือถ่วงคะแนนเสียงในสภา พท.ตั้งคำถามกลับถามตั้งแม่น้ำ 5 สาย  ส.ว. 250 คน และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นการสืบทอดอำนาจหรือไม่ ด้าน 'อนุทิน' โพสต์เฟสบุ๊คชี้คำถามที่ตั้งมานั้น ไม่ส่งผลอะไรเลย

 
11 พ.ย. 2560 สำนักข่าวไทย รายงานว่านางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการตั้งคำถาม 6 ข้อ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่เป็นการตั้งคำถาม แต่เป็นการแสดงท่าที และจุดยืนต่อปรากฎการณ์ทางการเมือง รวมทั้ง ภาพในอนาคตมากกว่า และต้องถามกลับไปที่นายกรัฐมนตรีว่า สนับสนุนพรรคการเมืองใด และหากสนับสนุนพรรคการเมืองนั้น การเมืองไทยจะเปลี่ยนไปอย่างไร และต้องการเห็นการเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร 
 
ส่วนคำถามที่ 2 ของนายกรัฐมนตรีที่ถามว่า การที่ คสช. จากสนับสนุนพรรคการเมืองใด ก็ถือเป็นสิทธิ์ของ คสช. ใช่หรือไม่ เพราะนายกฯ ก็ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยอยู่แล้วนั้น นางสิริพรรณ  เห็นว่า ตามหลักมาตรฐานสากล รัฐบาลทั่วไปที่มาจากการเลือกตั้ง ก็จะได้สิทธิพิเศษในการควบคุมกลไกทางการเมืองอยู่แล้ว แต่รัฐบาล คสช. ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เข้ามาเป็นกรรมการเพื่อยุติความขัดแย้ง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดังนั้น ไม่ว่ารัฐบาลจะสนับสนุนพรรคการเมืองใด หรือ จะไม่ลงเลือกตั้วแล้วกลับเข้ามา ก็จะผิดหลักสากลของความเป็นกลางทางการเมือง ดังนั้น ที่นายกรัฐมนตรี ถามว่า เป็นสิทธิ์ที่ คสช.จะสนับสนุนพรรคการเมืองหรือไม่ เรื่องนี้มองว่าอาจสนับสนุนได้ในฐานะส่วนตัว แต่ไม่ใช่ในฐานะนายกรัฐมนตรี
 
สำหรับความเป็นไปได้ที่จะตั้งพรรคสนับสนุนทหาร นางสิริพรรณ กล่าวว่าที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาปฏิเสธ แต่หากย้อนดูประวัติศาสตร์ทางการเมืองของไทย ก็เคยเกิดขึ้น  ส่วนตัวจึงมองว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีการตั้งพรรคมาสนับสนุนทหารเกิดขึ้นในยุคนี้ แต่จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น เป็นคำถามที่ท้าทาย  เพราะบรรยากาศทางการเมืองในตอนนี้ มองว่าโอกาสพรรคการเมืองที่สนับสนุนพรรคทหารจะได้เกิน 30 ที่นั่ง เป็นไปได้ยาก แต่ด้วยเงื่อนไขพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กมีเยอะ ก็อยากที่จะเข้าไปร่วมรัฐบาล มากกว่าการเป็นพรรคการเมืองใหญ่ด้วยซ้ำ  
 
“ทางออกที่ดีขณะนี้ คือ ให้พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ร่วมมือกัน  เชื่อว่า 2 พรรคนี้ จะได้คะแนนเสียงรวมกัน ประมาณร้อยละ 70 จะสามารถถ่วงคะแนนเสียงในสภาฯ ต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการป้องกันเสียงจาก ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง เข้ามามีบทบาทในการสรรหานายกรัฐมนตรี” นางสิริพรรณ กล่าว
 
พท.ตั้งคำถามกลับนายกฯ 10 ข้อ
 
สำนักข่าวไทย ยังรายงานว่านายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย  ขอตั้งคำถามกลับไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จำนวน 10 ข้อ โดยไม่จำกัดช่องทางทางการตอบ หลังนายกรัฐมนตรีตั้ง 6 คำถามให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น ประกอบด้วย  1. ที่ว่าจะทำตามสัญญาขอเวลาอีกไม่นาน ขณะนี้เป็นเวลา 4 ปีแล้ว นานหรือไม่  2. การตั้งแม่น้ำ 5 สาย ส.ว.สรรหา 250 คน ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นการสืบทอดอำนาจหรือไม่  3. นายกรัฐมนตรีที่มาจากการยึดอำนาจกับนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน รูปแบบใดจะได้รับการยอมรับจากประชาชน 4. ที่คสช.ระบุว่า จะเป็นกรรมการ แต่กลับลงมาเล่นเสียเองถือว่าละเมิดหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ 
 
5. การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอย่างเต็มที่ เป็นการเตรียมการเพื่อเอาเปรียบทางการเมืองหรือไม่ 6. ความถูกต้องชอบธรรมของการใช้อำนาจมาตรา 44 ที่ขาดการตรวจสอบ ถือว่าเหมาะสมหรือไม่  7. ปัญหาเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองขณะนี้จะแก้ปัญหาอย่างไร  8. ปัญหาพืชผลการเกษตรที่ราคาตกต่ำ มีแนวทางแก้ไขอย่างไรบ้าง นอกจากการปรับ ครม. 9. กรณีปิดเหมืองแร่ทองคำ หากต้องชดใช้ค่าเสียหาย 3 หมื่นล้านบาท จะนำเงินส่วนใดมาชดใช้ นำภาษีของประชาชนไปชดใช้หรือไม่ และ 10. ท่านจะแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นอย่างไร ทั้งคดีจีที 200 เรือเหาะ หรือ คดีที่เกี่ยวกับคนใกล้ชิด
 
'อนุทิน' โพสต์เฟสบุ๊คชี้คำถามที่ตั้งมานั้น ไม่ส่งผลอะไรเลย
 
 
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วน (Anutin Charnvirakul) ระบุตัวว่า "เวลาใครจะดูแคลนอีกฝ่ายหนึ่ง ต้องพึงมั่นใจว่าฝั่งของตนเองต้องไม่ได้ทำในสิ่งที่ตนได้พูดดูแคลนอีกฝ่ายไว้ด้วย ในสังคมใหญ่ที่เรียกว่าประเทศ คนในสังคมต้องอยู่ด้วยการให้เกียรติกัน ไม่ต้องเคารพนับถือกันหรอก แต่ต้องให้เกียรติกัน หาก คสช ดูถูกและแสดงความรังเกียจฝั่งการเมือง ก็ต้องพร้อมที่จะรับได้ว่า ฝั่งการเมืองและวิญญูชนทั่วไปก็ดูแคลน ดูถูก และรังเกียจคนทุกคนที่ไม่ได้เข้ามาตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยเช่นกัน"
 
"คำถามที่ตั้งมานั้น ไม่ส่งผลอะไรเลย เพราะคนเชลียร์นายก็จะอวย ส่วนคนเกลียดเผด็จการก็จะด่า อยากจะทำสิ่งใดก็ทำไปเลยหากมั่นใจว่าทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม หากผลออกมาเป็นอีกอย่าง ไม่เป็นไปตามคาด ก็ขอให้กล้าแอ่นอกรับผิดชอบ ไม่ต้องไปโทษใคร ก็แค่นั้น"