การซ่อม หรือ ธำรงวินัย



ที่หลายคนบอกว่า ต่างชาติทุกประเทศเขาก็ทำกัน จริงๆ แล้วเท่าที่ผมประสบมา จากโรงเรียนนายร้อยประเทศ อังกฤษ และ ออสเตรเลีย ไม่มีระบบการซ่อมแบบนี้

ผมเรียนจบCommisioning Course จากที่โรงเรียนนายร้อยอังกฤษ และเคยไปกินนอนในโรงเรียนนายร้อยออสเตรเลียหลายสัปดาห์

รวมทั้งสมัยเป็นนักเรียนนายร้อย รร.จปร. ผมเป็นนักเรียนที่คอยต้อนรับดูแลนักเรียนต่างชาติที่มาดูงานที่ประเทศไทย ได้คลุกคลีกับนักเรียนนายร้อย สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และ เกาหลีใต้ ชาติละเป็นสัปดาห์ เป็นอย่างน้อย ซึ่งไม่เคยทราบว่าชาติไหนมีระบบการซ่อม หรือ ธำรงวินัย หนักๆ แบบประเทศไทยเลย จะมีบ้างก็ไม่ออกนอกกรอบระเบียบที่กำหนดไว้ว่าจะซ่อมด้วยท่าทางอะไรได้บ้าง มีความหนักแค่ไหนจำนวนครั้งเท่าไหร่ และผู้ที่สั่งซ่อมก็จะทำไปด้วยกับผู้ที่ถูกซ่อมทุกครั้ง(ระบบอเมริกัน)

จากประสบการณ์เอง ผมขอยกตัวอย่างจากโรงเรียนนายร้อยประเทศอังกฤษ ซึ่งไม่มีระบบการซ่อมการลงโทษด้วยการธำรงวินัย แต่ทางโรงเรียนนั้นจะมีกฏมีระเบียบปฏิบัติและมีมาตราฐานที่นักเรียนทุกๆ คนจะต้องมีวินัยและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้รวมถึงความสามารถในการศึกษาวิชาการด้วย จะมีการสอบการวัดมาตราฐานอยู่บ่อยครั้ง ในโรงเรียนจะแบ่งเป็นหมวดเป็นกองร้อยและทุกๆ หมวดซึ่งมีจำนวนนักเรียนประมาณ20คน จะมีนายทหาร1ท่านและมีนายทหารประทวนอีก1นายคอยกำกับดูแลตลอด24ชั่วโมง จะมีการประเมินความสามารถ ทั้งด้านความเป็นผู้นำ ทางด้านความรู้ และทางด้านสมรรถภาพร่างกาย อยู่ตลอดเวลา นักเรียนคนใดที่ไม่ได้ตามมาตราฐาน หรือไม่มีความเป็นผู้นำที่ดีพอ จะถูกเรียกพบตักเตือน และปลายเทอมถ้ายังไม่ได้มาตราฐานอยู่ก็จะถูกซ้ำชั้นและถูกให้ออกจากการเป็นนักเรียนในที่สุด ซึ่งมีคนไม่ผ่านมาตราฐานดังกล่าวปีละมีปริมาณไม่น้อย ส่วนการลงโทษรายวันนั้นก็มีบ้างเช่นเมื่อทำผิดวินัยหรือบกพร่องระเบียบด้านใด ก็จะถูกสั่งให้Show parade คือแต่งตัวเต็มยศอย่างเนี๊ยบและสะอาดสะอ้านมาเข้าแถวตรวจความเรียบร้อยและเดินสวนสนามจะเป็นระยะเวลาหรือระยะทางเท่าไหร่ ก็แล้วแต่ความหนักของความผิดที่กระทำลงไป

การที่จะเอาตัวรอดจนสำเร็จการศึกษาได้นั้น นักเรียนทุกคนต้องมีวินัยในตัวเอง ขอย้ำว่า”วินัยนั้นเกิดขึ้นด้วยตัวของนักเรียนเอง ไม่ต้องมีใครมาคอยซ่อมคอยธำรงวินัยให้” ถ้าใครไม่มีวินัยไม่มีความสามารถเพียงพอ ที่จะผ่านระบบการฝึกศึกษาที่เข้มข้น เคร่งครัด เด็ดขาด และยุติธรรม ก็จะถูกคัดออกไปโดยไม่มีข้อยกเว้น

ส่วนนักเรียนทหารของไทยนั้น มีบริบทที่แตกต่างจากชาติอื่นทุกชาติ เรามีเอกลักษณ์เป็นของเราเอง เรามีรายได้ มี่ภัยคุกคาม มีการสนับสนุน มีพื้นฐานทางสังคมแบบแผนประเพณีที่แตกต่างจากชาติอื่น เราจึงมีวิธีการฝึก การศึกษาที่ต่างไปและเป็นตัวของตัวเอง แตกต่างจากประเทศต้นแบบอย่างสหรัฐอเมริกา และประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ อยู่มากพอสมควร

การที่จะทำให้คนไทยคนหนึ่ง สละความสุขสบายมาเป็นรั้วของชาติที่มีความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวและเสียสละนั้น ไม่ได้ทำได้โดยง่าย ไม่ได้มีรายได้เยอะๆ มาดึงดูดใจเหมือนชาติอื่นแต่เราต้องสร้างความเป็นทหารในแบบของเรา สร้างผู้นำที่กล้าหาญ อดทน และเสียสละ มากพอที่จะป้องกันประเทศ ในภาวะคับขันโดยมีทรัพยากรและการสนับสนุนที่จำกัดของประเทศเรา

เราจำเป็นต้องมีการสร้างวินัย โดยการละลายพฤติกรรม และปลูกฝังให้ทำตามกฏตามระเบีย ต้องมีการสร้างจิตใจที่เข้มแข็งมุ่งมั่นไม่ว่าจะถูกจำกัดสิทธิจนต้อยต่ำเพียงใด ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจเพียงใด ทุกคนจะไม่ย่อท้อ และทุกคนจะรักสามัคคีช่วยเหลือซื่อกันและกันในทุกๆ ด้านของชีวิต จะมีระบบอาวุโส มีความเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องที่เคร่งครัดและแน่นแฟ้น มีระบบเกียรติศักดิ์ ที่เป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจถึงขนาดที่สามารถตายแทนกันได้ เพื่อธำรงความแข็งแกร่งของกองทัพไว้ด้วยจิตใจ มิใช่ด้วยสิ่งตอบแทนอย่างนาๆ ประเทศเขามีกัน

การซ่อมจึงเป็นธรรมเนียมปฎิบัติที่ทำกันมาหลายสิบปีตั้งแต่เริ่มมีโรงเรียนทหารมาในประเทศไทย

ระบบการซ่อมหรือธำรงวินัยนั้น โรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนเหล่าทัพต่างๆ ก็มีระเบียบกำหนดท่าทางที่ปฏิบัติได้ จำนวนครั้งที่สามารถให้ทำได้ รวมถึงช่วงเวลาที่ให้ทำได้ชัดเจน

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีผู้ฝ่าฝืนระเบียบ แอบทำโทษรุ่นน้องนอกเหนือจากท่าทางที่กำหนดไว้ และกระทำไปโดยถูกปล่อยปละละเลยจนเห็นเป็นเรื่องธรรมดาจนเกิดท่าทางที่พิสดารหลายท่าตามแต่จินตนาการที่เกิดจากความคึกคะนองของวัยรุ่นที่ยังไม่มีวิจารณญาณที่ดีพอ รวมทั้งขาดการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างทุกวันนี้

จุดมุ่งหมายในทางตรงของการซ่อมนั้น การซ่อมถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปลูกฝังสิ่งต่างๆ ที่ผู้บังคับบัญชาอยากจะฝังเข้าไปในระบบความคิดและพฤติกรรมของนักเรียน เหมือนกับการละลายตัวตนของคนออกไปด้วยความเหนื่อยความอ่อนล้า จนกระทั่งคนๆ นั้นจะยอมรับอะไรก็ได้ที่จะปลูกฝังเข้ามาและทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนพฤติกรรมของคนผู้นั้นจะเปลี่ยนไปตามที่ระบบต้องการให้เป็น

การซ่อมนั้นยังมีจุดมุ่งประสงค์แฝงอยู่อีกหลายสิ่ง ทั้งในแง่ดีและแง่เสีย

ในแง่ดีก็เพื่อสร้างความแข็งแรงอดทนทั้งร่างกายและจิตใจ, สร้างความผูกพันความสามัคคีความเป็นกลุ่มก้อนความไว้เนื้อเชื่อใจกันที่ลึกไปถึงจิตวิญญาณ, สร้างความภาคภูมิใจ ฯลฯ

ในแง่เสียก็คือ ผู้ถูกซ่อมจะพัฒนาการเอาตัวรอด จะใช้ทุกวิถีทางที่จะหลบหลีกและใช้วิธี”อู้”เพื่อให้รอดจากการถูกซ่อมอย่างแนบเนียน,

ผู้ถูกซ่อมจะเป็นผู้ที่จะต้องทำดีทำถูกต้องและจะรักษาวินัย เพราะกลัวที่จะถูกซ่อม ไม่ใช่การมีวินัยด้วยจิตสำนึกของตัวเอง ดังนั้นบางคน เมื่อหลุดจากระบบซ่อมไปแล้วจะหลุดจากการกดดันและปล่อยตัวเองจนขาดวินัยในหลายๆ ด้าน เมื่อออกไปทำงานในโลกแห่งความจริงเช่นปล่อยตัวให้อ้วน เพราะเบื่อและเอียนแล้วกับความยากลำบากและการถูกบังคับให้ออกกำลังกายขณะที่อยู่ในโรงเรียน

บางคนเก็บกดเคียดแค้นจากการถูกซ่อม เมื่อถึงเวลาที่ตนมีอำนาจจึงไปกระทำต่อผู้ใต้บังคับบัญชาเหมือนที่ตนถูกกระทำมา และส่วนใหญ่จะเลยเถิดไปจะเป็นการทำเพื่อความสาแก่ใจของตน

ถ้าจะวิเคราะห์ลงลึกไปอีกระดับ การซ่อมนั้นยังเป็นการกระทำเพราะความเสน่หาอีกด้วย

เนื่องจากความเป็นพี่น้องกัน เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาทำผิดหรือมีความสามารถไม่พอ จริงๆ แล้วตามระบบจะต้องถูกตัดคะแนน และต้องถูกไล่ออก ตามความหนักหนาของโทษที่ได้ทำ

แต่รุ่นพี่หรือแม้แต่ผู้บังคับบัญชาเองก็คิดว่าจะช่วยไม่ให้ต้องถูกไล่ออก โดยแลกกับการไปถูกซ่อมแทน (ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้มักจะนำไปสู่การซ่อมที่เกินเลยจากที่ระเบียบกำหนดไว้ และหนักหนาถึงขั้นทะลุขีดจำกัดของร่างกายทำให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว)

วิเคราะห์ลึกลงไปอีก การทำแบบนี้ก็การกำเนิดและยังเป็นผลมาจากของแนวคิดแบบระบบอุปถัมภ์ การสร้างอำนาจ สร้างความเกรงกลัว สร้างคำว่าพระเดชพระคุณให้เกิดขึ้นในจิตใจของคน

ซึ่งระบบอุปถัมภ์นั้นเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชาติไทยมาตั้งแต่เริ่มความเป็นชาติแล้ว ปัจจุบันเราอาจจะมองมันว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่เหมาะสม แต่ต้องไม่ลืมว่ามันก็เป็นสิ่งที่สร้างความเข้มแข็งความเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย และเคยนำให้ประเทศเราอยู่รอดมาถึงทุกวันนี้ด้วย

ดังนั้น การซ่อม หรือการธำรงวินัยนั้น มันเป็นวิธีหนึ่งในการฝึกทหารที่มีเอกลักษณ์ มีความสืบเนื่องมาจากวัฒนธรรมและความเป็นไทยมาอย่างยาวนานซึ่งไม่มีชาติใดเหมือน จึงจะเทียบกับชาติอื่นไม่ได้

แต่การซ่อม จะเป็นเครื่องมือการฝึกทหารทีมีประสิทธิภาพสูงได้ ต้องเพิ่มความเข้าใจในที่มาที่ไปและจุดมุ่งหมายของการที่เราซ่อมกัน

มีการควบคุมกำกับดูแลให้อยู่ในกรอบของความถูกต้อง และนำเอาวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาใช้ จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างมาก

ในยุคสมัยนี้ที่คนเราเห็นอะไรเสียเราก็ทิ้งและเปลี่ยนใหม่ เราเห็นข้อเสียของการซ่อม (ที่ถูกนำมาใช้แบบผิดๆ ) เราก็จะคิดให้ยกเลิกหรือโยนทิ้งระบบนี้ไปเลย แต่เราลืมไปว่ามันซ่อม (ปรับปรุง) ได้ เราทำให้มันถูกต้องเข้าที่เข้าทางได้ ถ้าเราเข้าใจมัน อย่าถ่องแท้

ข้อดีมันยังมีอยู่มาก ถ้าจะประยุกต์ใช้ให้ดี ผลดีก็จะเกิดขึ้นได้แน่นอน