กลุ่มกบฏฮูติสังหารอดีตประธานาธิบดี 'ซาเลห์' หลังประกาศย้ายข้างอยากเจรจาซาอุฯ

กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านกล่าวอ้างว่าพวกเขาสังหารอดีตประธานาธิบดีอาลี อับดุลเลาะห์ ซาเลห์ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา สาเหตุเพราะต้องการลงโทษที่ซาเลห์ย้ายข้างหันไปสนับสนุนให้เกิดสันติภาพกับซาอุดิอาระเบีย

มีการแพร่ภาพศพของอดีตประธานาธิบดีซาเลห์ผ่านช่องโทรทัศน์ของกลุ่มกบฏฮูตีหลังจากที่กลุ่มติดอาวุธอ้างว่าพวกเขาสังหารซาเลห์ขณะที่พยายามหลบหนีออกจากกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน ซาเลห์ปกครองเยเมนมานานเป็นเวลา 30 ปี และถูกบังคับให้ลาออกในช่วงที่เกิดการปฏิวัติอาหรับสปริงเมื่อปี 2554

ฮูตีเปิดเผยว่าพวกเขาสังหารซาเลห์ในขณะที่เขากำลังเดินทางออกจากซานาไปยังบ้านเกิดของเขา ซาเลห์พร้อมกับผู้นำระดับสูงคนอื่นๆ ในพรรคการเมืองของเขา กลุ่มติดอาวุธฮูตีติดตามพวกเขาไปด้วยรถหุ้มเกราะ 20 คัน จากนั้นจึงสังหารซาเลห์พร้อมกับทุกคนที่ไปกับเขา โดยมีการแพร่ภาพศพของซาเลห์เลือดไหลนองแพร่กระจายไปทั่วโซเชียลมีเดีย

สงครามกลางเมืองในเยเมนเป็นการสู้รบกันโดยมีสองประเทศที่พยายามแผ่ขยายอิทธิพลคือซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน โดยที่ก่อนหน้านี้บ้านของซาเลห์เคยถูกทำลายในการสู้รบระหว่างกองกำลังฮูตีและกองกำลังที่ภักดีต่อซาเลห์ กองกำลังแนวร่วมนำโดยซาอุฯ ก็เคยใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดใส่ฐานที่มั่นของฮูตีใกล้กับสนามบินของเมืองและใกล้กับกระทรวงกิจการภายใน โดยเป็นปฏิบัติการที่ซาอุฯ พยายามยับยั้งไม่ให้ฮูตียึดครองเมืองหลวงได้โดยสมบูรณ์แต่ก็ไม่เป็นผล เดอะการ์เดียนระบุว่าการเสียชีวิตของซาเลห์อาจจะยิ่งทำให้ซาอุฯ ยิ่งตอบโต้หนักกว่าเดิมเพราะอยากต่อต้านอิทธิพลของอิหร่านออกจากเยเมน

จากที่ก่อนหน้านี้กลุ่มกองกำลังผู้ภักดีต่อซาเลห์กับกลุ่มฮูติทำสนธิสัญญาความร่วมมมือกันในแบบที่ไม่ค่อยเต็มใจยาวนานเป็นเวลา 3 ปี แต่ในช่วงที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายก็กลับมาสู้รบกันอีกเนื่องจากความเป็นพันธมิตรระหว่างสองฝ่ายนี้ขาดสะบั้นลง กาชาดสากลระบุว่าการสู้รบรอบล่าสุดส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 125 ราย เมื่อช่วง 5 วันที่ผ่านมา ทางกาชาดยังเปิดเผยอีกว่าพวกเขาต้องดิ้นรนอย่างมากในการทำให้สถานพยาบาลทำการต่อไปได้ในกรุงซานา โดยพวกเขาต้องการเข้าถึงคลังเก็บสินค้าและเครื่องมือทางการแพทย์ ขณะที่ตอนนี้การลำเลียงความช่วยเหลือเข้าไปในเยเมนเป็นไปได้อย่างยากลำบากมาก

ซาเลห์ประกาศผ่านทางโทรทัศน์เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่าเขาต้องการย้ายข้างในสงครามกลางเมืองและพยายามหาวิธีให้เกิดการเจรจาหารือกับกลุ่มแนวร่วมซาอุฯ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากเดิมที่เขาร่วมมือกับฮูตีต่อสู้กับกลุ่มแนวร่วมนี้มาตั้งแต่ปี 2558 แต่ซาเลห์ได้ประกาศผ่านทางโทรทัศน์ว่าเขาจะไม่เชื่อฟังคำสั่งจากกลุ่มกบฏนี้อีก

เดอะการ์เดียนระบุว่ามีการคาดการณ์ถึงการย้ายข้างของซาเลห์ในครั้งนี้ว่าเป็นเพราะทูตของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เชื้อชวนให้ซาเลห์ย้ายข้างได้สำเร็จ อีกสาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างซาเลห์กับฮูตีแย่ลงเรื่อยๆ เพราะฮูตีพยายามสังหารลูกของซาเลห์

ปีเตอร์ ซาลิสบูรี ผู้เชี่ยวชาญด้านเยเมนจากองค์กรนักวิเคราะห์ชัทแธมเฮาส์กล่าวว่าพอไม่มีซาเลห์แล้วซาอุฯ จะยากลำบากมากขึ้นในการสร้างข้อตกลง ซาอุฯ อาจจะวางมือแต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐฯ จะบอกให้ซาอุฯ ทำอะไรบ้างด้วย มีความเป็นไปได้ที่ความรุนแรงอาจจะหนักขึ้น

เดอะการ์เดียนระบุอีกว่าในช่วงเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ทางการซาอุฯ มีความพยายามกำจัดกลุ่มกบฏฮูตีหนักขึ้นหลังจากที่มีการยิงขีปนาวุธที่ทำในอิหร่านจากฐานที่มั่นของฮูตีโดยเล็งเป้าหมายใส่สนามบินนานาชาติในกรุงริยาดเมืองหลวงของซาอุฯ ทำให้ซาอุฯ โต้ตอบด้วยการสกัดกั้นเส้นทางเสบียงสินค้าไม่ให้เข้าไปยังท่าเรือในเมืองที่มีฮูติยึดครองอยู่จนเกิดภาวะขาดแคลน

สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในเยเมนตอนนี้กำลังย่ำแย่ ผู้ประสานทางของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ต้องเรียกร้องให้มีการหยุดการสู้รบช่วงกลางวันเพื่อให้พลเรือนที่ติดอยู่ในอาคารท่ามกลางการสู้รบบนท้องถนนสามารถออกไปหาอาหารและน้ำดื่มได้

 

เรียบเรียงจาก

Yemen Houthi rebels kill former president Ali Abdullah Saleh, The Guardian, 04-12-2017
https://www.theguardian.com/world/2017/dec/04/former-yemen-president-saleh-killed-in-fresh-fighting