ผบ.ทสส. ยันได้ผลสอบปม 'น้องเมย' ตาย และปรับการธำรงวินัยให้เข้ากับปัจจุบัน เร็วๆ นี้

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเผยการสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของ นตท.ภคพงศ์ มีความคืบหน้าอย่างมาก ยันได้ผลเร็วๆ นี้ ขณะที่การปรับการธำรงวินัยให้เข้ากับปัจจุบันก็เช่นกัน ส่วน ตร.รอผลชันสูตรศพรอบ 2 ก่อนสรุปสำนวน

น้องเมย หรือ ภคพงศ์ ตัญกาจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา

5 ธ.ค.2560 ความคืบหน้ากรณี น้องเมย หรือ ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2560 จนก่อให้เกิดเสียงวิพากษณ์วิจารณ์ในสังคมจำนวนมากนั้น 

ล่าสุดวันนี้ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เปิดเผยว่า การสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของ นตท.ภคพงศ์ มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยได้สอบถามข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง และนักเรียนเตรียมทหารที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เกือบครบถ้วนแล้ว แต่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงยังไม่ได้รายงานผลขึ้นมา เชื่อว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้

ส่วนการเชิญผู้ปกครองของ นตท.ภคพงศ์ มาพูดคุย เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมนั้น  พล.อ.ธารไชยยันต์ กล่าวว่า กองบัญชาการกองทัพไทยได้ติดต่อผู้ปกครองมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน สำหรับการปรับปรุงระเบียบการฝึกต่างๆ  ตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยมีคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นพิจารณาในรายละเอียด แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป   

ส่วนการปรับปรุงการธำรงวินัยในการฝึกช่วงนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้วนั้น พล.อ.ธารไชยยันต์ กล่าวว่า คณะกรรมการได้ประชุมร่วมกับเหล่าทัพเรียบร้อยแล้ว ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง มีคณะกรรมการขึ้นมาดูรายละเอียดต่างๆ ว่าอะไรต้องปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วก็จะรายงานตนเอง และจะแล้วเสร็จเร็วๆ นี้

ขณะที่ พ.ต.อ.นิพนธ์ พานิชเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรนครนายก เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ของ ภคพงศ์ ว่า ขณะนี้ในส่วนของพยานได้สอบปากคำครบทั้งหมดแล้ว โดยเหลือเพียงรอผลการผ่าชันสูตรรอบที่ 2 จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม มาประกอบสำนวนคดีเท่านั้น โดยขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินคดีอาญากับบุคคลใด เนื่องจากต้องรอผลการตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ อย่างละเอียดก่อน พร้อมยืนยันไม่หนักใจในการทำคดีเนื่องจากตำรวจยึดตามพยานหลักฐานข้อเท็จจริงที่ปรากฏ 

ที่มา : สำนักข่าวไทย และสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น