ข้องใจ 'ศรีสุวรรณ' จ่อร้องสอบปมนาฬิกาหรู - ประวิตร ขอแจง ป.ป.ช. เอง

'ประวิตร' ปัดตอบปมนาฬิกาหรู ระบุ ขอแจง ป.ป.ช. เอง ย้ำไม่เคยมีเรื่องทุจริตอะไร ด้าน 'ศรีสุวรรณ' ข้องใจ จ่อร้อง พิสูจน์ว่า  ป.ป.ช. ชุดนี้แข็งขันได้เป็นที่ประทับใจประชาชนได้ดีในยุคปฏิรูปหรือไม่

6 ธ.ค.2560 จากกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ แหวนเพชร และนาฬิกาข้อมือราคาแพง ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่สวมใส่ถ่ายรูปหมู่คณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (4 ธ.ค.2560) ว่าไม่มีในรายการทรัพย์สินที่แจ้งต่อ คณะกรรมการป้องกันะละกราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้น โดยที่ต่อมา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า นาฬิกาและแหวนเป็นของเก่าเก็บที่มีมานานแล้ว ที่ผ่านมาสวมแหวนวงนี้มาโดยตลอด มีน้ำหนักเพียง 1 กะรัต แต่เมื่อวานนี้เป็นเรื่องบังเอิญที่แหวนกระทบกับแสงแดดจนเกิดแสงสะท้อนต่อหน้าสื่อมวลชนพอดี

วันนี้ (ุ6 ธ.ค.60) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ว่า จะนำเรื่องดังกล่าวไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ในวันที่ 7 ธ.ค.2560 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถ.สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี โดยอาศัย รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 234(1)(3) ประกอบมาตรา 195 บัญญัติให้ทำการไต่สวนและหากพบความผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมายสูงสุด เช่นเดียวกันกับหลาย ๆ กรณีที่ ป.ป.ช.เคยวางบรรทัดฐานมาแล้ว เช่น กรณีคดีซุกหุ้น ทักษิณ ชินวัตร คดีเงินกู้ 45 ล้านบาท ของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นต้น ซึ่งกรณีนี้จะเป็นบทพิสูจน์อำนาจหน้าที่และการกระทำของ ป.ป.ช.ชุดนี้ด้วยว่าจะปฏิบัติหน้าที่แข็งขันได้เป็นที่ประทับใจประชาชนได้ดีในยุคปฏิรูป นี้ได้หรือไม่ด้วย 

ศรีสุวรรณ ระบุว่า ทรัพย์สินดังกล่าวไม่ปรากฎในเอกสารบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งได้รายงานไว้ต่อ ป.ป.ช.
เมื่อครั้งเจ้ารับตำแหน่งทางการเมืองเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2557 อันอาจขัดต่อ พ.ร.บ.ป.ป.ช. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 32 มาตรา 33 และมาตรา 34 ประกอบมาตรา 66 ซึ่ง ป.ป.ช. จะต้องดำเนินการไต่สวนและยื่นฟ้องเป็นคดีฐานจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช. หรือจงใจยื่นบัญชีฯด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ โดยต้องเสนอเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยโดยเร็วต่อไป

เลขาฯสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ชี้ด้วยว่า นอกจากกรณีทีอาจมีลักษณะจงใจยื่นบัญชีฯด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบแล้ว ยังอาจเข้าข่าย การร่ำรวยผิดปกติ ตามมาตรา 66 อีกด้วยเนื่องจากตามเอกสารบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้รายงานไว้ต่อ ป.ป.ช. เมื่อครั้งเจ้ารับตำแหน่งทางการเมืองเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2557 นั้นพบว่ามีบัญชีเงินฝากในธนาคารมากถึงกว่า 53 ล้านบาท ซึ่งรวมทรัพย์สินอื่น ๆ แล้วมีมูลค่ามากกว่า 87 ล้านบาท ซึ่งไม่ปรากฏที่มาของเงินในบัญชีธนาคารและทรัพย์สินอื่น ๆ ทั้งนี้หากจะประมาณการจากการที่พล.อ.ประวิตรรับราชการทหารมาประมาณ 40 ปีและเป็นนักการเมืองมา 2 สมัยและไม่ได้มีธุรกิจใดๆ เลยนั้นก็ไม่น่าที่จะมีรายได้มากมายถึงขนาดนี้

ประวิตร ปัดตอบ ระบุ ขอแจง ป.ป.ช. เอง 

ขณะที่ ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ให้สัมภาษณ์ถึงการสวมใส่นาฬิกาหรู และไม่ได้มีการแจ้งต่อ ป.ป.ช. ว่า “ไม่ต้องชี้แจง ผมพูดไปแล้ว เดี๋ยวผมจะชี้แจงให้ ป.ป.ช. ไม่เป็นไร ผมไม่ต้องตอบสื่อมวลชน ป.ป.ช.ถามมาก็ตอบไป” เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่ามีหลักฐานพร้อมใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวยอมรับว่า ใช่ๆ เมื่อถามว่านาฬิกาที่ใส่ใช่ยี่ห้อริชาร์ด มิลล์ อย่างที่วิพากวิจารณ์กันหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่รู้ ขอให้ถามเรื่องอื่น”

ข่าวสดรายงานด้วยว่า เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเสียกำลังใจ และท้อหรือไม่ เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ตกเป็นเป้าไปเสียหมดนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวปฏิเสธว่า “ไม่ ไม่ท้อหรอกว่าไปเลย” เมื่อถามย้ำว่านาฬิกาที่ได้มาหลังจากเข้ารับตำแหน่งใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่รู้ ผมไม่ตอบ เดี๋ยวผมขอตอบทาง ป.ป.ช.เขาเลย ผมไม่รู้จะตอบพวกคุณไปทำไม ตอบไปพวกสื่อก็เอาไปต่อออกไปเรื่อยๆ”

เมื่อถามว่ามั่นใจในตัวเองใช่หรือไม่ว่าตั้งแต่เข้าทำงานมาไม่มีเรื่องอะไรที่ผิด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมทำงานมา ผมไม่เคยมีเรื่องทุจริตอะไร ไม่เคยมี ไม่มี”