คสช.แจ้งความ ‘หมวดเจี๊ยบ’ ผิด พ.ร.บ.คอมฯ-ยุยงปลุกปั่น หลังวิจารณ์ประยุทธ์หนัก

ฝ่ายกฎหมาย คสช. แจ้งความกับ ปอท. ให้ดำเนินคดีกับ ร.ท.หญิง สุณิสา อดีตรองโฆษกเพื่อไทย ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ - ม.116 ปมวิจารณ์ประยุทธ์หนัก กรณีเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ ตูน บอดี้สแลม แต่ไม่ยอมพบกลุ่มค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

 

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ให้ดำเนินคดีกับ ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต หรือ หมวดเจี๊ยบ อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายอาญามาตรา 116

ต่อมาเมื่อเวลา 21.00 น. ร.ท.หญิง สุณิสา ให้สัมภาษณ์ “ข่าวสด” ถึงข่าวถูก คสช. แจ้งความ ปอท. ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และมาตรา 116 กรณีโพสต์ข้อความโจมตีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. กรณีเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ ตูน บอดี้สแลม แต่ไม่ยอมพบปะกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและชาวประมง จ.ปัตตานี ว่า ยังไม่รู้ว่าโดนข้อหาอะไร และยังไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดแจ้งมา ตอนนี้ยังพูดอะไรไม่ได้จนกว่าเจ้าหน้าที่จะประสานมา คงต้องรอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ภาคใต้นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า “ผมมาวันนี้ไม่ได้มาจับผิดจับถูก ไม่ได้มาหาเสียง หรือมาทำให้ทุกคนรัก แต่ผมรักทุกคน ใครเกลียดผม ผมก็จะรักเขาให้มากกว่าเดิม เติมความดีให้เขา ให้อภัย เพราะนั่นคือคนไทย แต่บางคนไม่น่าให้อภัย เติมความดีให้แล้วก็ยังไม่ดี คนไทยไม่เคยขัดแย้ง แต่วันนี้เกิดความขัดแย้งขึ้นมา เพราะโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง ข่าวสารในโซเชี่ยลมีเดียบางอย่างไม่ใช่ข้อเท็จจริง ขอให้ตรวจสอบกันด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหา ถ้าเราต้องการประชาธิปไตยก็ต้องสร้างความเข้มแข็งให้ได้” 

สำหรับ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 หรือข้อหา ยุยงปลุกปั่น นั้น บัญญัติไว้ว่า

“มาตรา 116 ผู้ใดกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต
(1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย
(2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ
(3) เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี”