ทีมเภสัชกร สปสช.รับรางวัลเภสัชกรดีเด่นเพื่อสังคม ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงยาจำเป็น

'ทีมเภสัชกร สปสช.' รับมอบรางวัล ทีมเภสัชกรดีเด่นเพื่อสังคม ประจำปี 2560 ผลงาน 10 ปี พัฒนาระบบยาและเวชภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ช่วยผู้ป่วยทั่วประเทศเข้าถึงยาอย่างทั่วถึง แถมประหยัดงบประมาณกว่า 5 หมื่นล้าน หนุนขับเคลื่อนระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าประสบความสำเร็จ

12 ธ.ค.2560 รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่อาคารนวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “ทีมเภสัชกร สำนักสนับสนุนระบบบริการยาและเวชภัณฑ์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)” ได้รับมอบรางวัล “ทีมเภสัชกรดีเด่นเพื่อสังคม ประจำปี 2560” จาก ผศ.ภญ.สำลี ใจดี ประธานกรรมการมูลนิธิเภสัชศาสตร์เพื่อสังคม จัดโดยมูลนิธิเภสัชศาสตร์เพื่อสังคม (มภส.) ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ศูนย์พัฒนาวิชาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (คคส.) หน่วยปฏิบัติการวิจัยเภสัชศาสตร์สังคม (วจภส.) มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา (มสพ.) กลุ่มศึกษาปัญหายา (กศย.) มูลนิธิเภสัชชนบท (มภช.) และชมรมเภสัชชนบท

รายงานข่าวระบุด้วยว่า ทีมเภสัชกร สำนักสนับสนุนระบบบริการยาและเวชภัณฑ์ สปสช. ที่รับมองรางวัลในครั้งนี้ ได้แก่ ภก.คณิตศักดิ์ จันทราพิพัฒน์, ภก.ธนพัฒน์ เลาวหุตานนท์, ภญ.สมฤทัย สุพรรณกูล, ภก.ไตรเทพ ฟองทอง, ภก.กฤชชัย พัฒนจันทร์ และ ภญ.สุภานันท์ อินแผลง รวมทั้งทีมเภสัชกร สปสช.ที่ได้ร่วมปฏิบัติงานก่อนหน้านี้ ได้แก่ ภญ.เนตรนภิส สุชนวนิช, ภก.สรชัย จำเนียรดำรงการ, ภญ.ปนัดดา ลี่สถาพรวงศา และ ภญ.ดวงทิพย์ หงษ์สมุทร นอกจากนี้ยังรวมถึงเภสัชกรที่ได้ร่วมปฏิบัตงานตาม สปสช.สาขาพื้นที่ทั่วประเทศ  

ผศ.ภญ.สำลี กล่าวว่า หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีเป้าประสงค์เพื่อให้คนไทยทุกคนมีหลักประกันสุขภาพ เข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และยาเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ซึ่งต้องใช้ในระบบสาธารณสุข จากที่ประเทศไทยได้มีการประกาศซีแอล ในปี 2549-2551 ส่งผลให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาที่จำเป็นที่มีราคาแพงได้มากขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยาให้กับประเทศ โดยมีวิชาชีพเภสัชกรเป็นทีมสำคัญในการร่วมขับเคลื่อน นำมาสู่การจัดตั้งกองทุนยา เวชภัณฑ์ และวัคซีน และขยายเป็น “สำนักสนับสนุนระบบบริการยาและเวชภัณฑ์” ในปัจจุบัน 

รายงานข่าวระบุว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานของสำนักสนับสนุนระบบบริการยาและเวชภัณฑ์ โดยทีมเภสัชกร สปสช. มีส่วนสำคัญที่ทำให้ระบบเข้าถึงยาและเวขภัณฑ์ที่จำเป็นมากขึ้น ปลอดภัย มีคุณภาพ และอย่างสมเหตุผล จากการดำเนินงานรอบคอบทั้งจัดซื้อยารวม ต่อรองราคายา จัดหาน้ำยาล้างไต ยากำพร้า ยาต้านชีพต่างๆ การพัฒนาระบบลูกโซ่ความเย็นของวัคซีนรวมทั้งพัฒนาระบบจัดส่งยาที่รวดเร็ว การพัฒนางานเภสัชกรปฐมภูมิ และสนับสนุนการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผล ส่งผลให้ สปสช.ได้รับการชื่นชม ทั้งนานาประเทศให้ความสนใจเป็นแบบอย่างการพัฒนากลไกจัดหายาเพื่อดูแลประชาชนในประเทศ ขณะที่ WHO/SEARO ได้รายงานวิเคราะห์การบริหารจัดการยาในระบบบริการสุขภาพของประเทศไทยว่า มีส่วนทำให้ไทยมีบริการสุขภาพที่ยอดเยี่ยมมาก ภายใต้นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ความสำเร็จเหล่านี้ เกิดจากความมุ่งมั่น ทุ่มเท การมีความคิดสร้างสรรค์และร่วมทำงานเป็นทีม

รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ประธานอนุกรรมการคัดเลือกเภสัชกรดีเด่นเพื่อสังคม กล่าวว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วหน้าเป็นการจ่ายงบประมาณแบบเหมาจ่ายรายหัว จึงมีข้อจำกัดค่าใช้จ่าย แต่ด้วยกลุ่มเภสัชกร สปสช.ที่ร่วมมือทำงานด้วยความทุ่มเท มุ่งมั่น ยึดหลักการการทำงานเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ทำงานร่วมกับเครือข่ายภาควิชาการและประชาสังคม จนมีผลงานปรากฎ อาทิ การสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการประกาศซีแอล, การบริหารระบบการจัดซื้อยารวมระดับประเทศ ได้แก่ ยาซีแอล 7 รายการ และยาบัญชี จ.2 วัคซีน ยากำพร้า ยาต้านพิษ ยาต้านไวรัสเอดส์ และน้ำยาล้างไต รวมทั้งหมดกว่า 121 รายการ, พัฒนาระบบการจัดหาและการกระจายวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรคด้วยระบบลูกโซ่ความเย็นและสามารถลดอัตราการสูญเสียวัคซีน, พัฒนาระบบการเข้าถึงยากำพร้าและยาต้านพิษ และการพัฒนาระบบจัดส่งน้ำยาล้างไตผ่านช่องท้อง เป็นต้น

จากการทำงานโดยกลุ่มเภสัชกร สปสช.ช่วยให้ผู้ป่วยกลุ่มต่างๆ เข้าถึงการรักษาเพิ่มขึ้น โดยมีผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาแพงได้รับบริการเพิ่มขึ้น 86,882 ราย ผู้ป่วยที่ต้องได้รับยาต้านพิษและเซรุ่มแก้พิษงู จำนวน 24,051 ราย ผู้ป่วยเอดส์เข้าถึงยาเพิ่มขึ้น จำนวน 111,100 ราย และมีผู้ป่วยเข้าถึงยาบัญชี จ.2 จำนวน 62,342 คน และจากการพัฒนาระบบต่อรองราคายาที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยากว่า 50,000 ล้านบาท  

นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขอชื่นชมและยินดีกับทีมเภสัชกร สปสช.ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ด้วยการทำงานตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ได้พิสูจน์ถึงความสำเร็จ ทั้งจากจำนวนผู้ป่วยที่เข้าถึงยานับล้านคนและมูลค่าการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยานับหมื่นล้านบาท ทั้งยังมีส่วนสำคัญในผลักดันให้การประกาศซีแอลช่วงที่ดำรงตำแหน่ง รมว.สาธารณสุขให้ประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้จากการทำงานโดยกลุ่มเภสัชกร สปสช.ยังส่งผลให้มีการจัดระบบด้านยาและเวชภัณฑ์ที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทย

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์