ราชกิจจาฯ ประกาศ 'สุภิญญา' พ้นเก้าอี้ กสทช.หลังศาลฎีกาชี้ผิดชุมนุมบุกสภา

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีให้ 'สุภิญญา กลางณรงค์' พ้นจากตำแหน่งกรรมการ กสทช. เหตุเข้าลักษณะต้องห้าม หลังศาลฎีกาพิพากษาความผิดนำผู้ชุมนุมบุกรัฐสภาปี 2550
 
 
วันที่ 12 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ้นจากตําแหน่ง ระบุว่าตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ เป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2554 ตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2554 นั้น เนื่องจาก นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ส่งผลให้เป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 7 ข. (7) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และต้องพ้นจากตําแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2560 และสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตําแหน่งต่อไปแล้ว
 
บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บุคคลดังกล่าว พ้นจากตําแหน่ง กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2560 
 
ประกาศ ณ วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ผู้รับสนองพระราชโองการ 
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 
 
ทั้งนี้ ASTV ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2560 ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาคดีที่นายจอน อึ๊งภากรณ์ ประธานมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม และพวกรวม 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นตัวแทนองค์กรภาคประชาชน รวมทั้ง น.ส.สุภิญญา นำผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในรัฐสภาเมื่อปี 2550 เพื่อขัดขวางสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่ให้พิจารณาร่างกฎหมาย โดยศาลฎีกามีคำพิพากษากลับให้จำเลยมีความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จากที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง 
 
ซึ่งในส่วนของ น.ส.สุภิญญา มีความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 215 วรรคแรก แต่เมื่อพิจารณาจากอายุ อาชีพ การศึกษา เหตุผลและวัตถุประสงค์แล้ว เห็นว่าเป็นพฤติการณ์ไม่ร้ายแรง จึงเห็นควรให้รอการกำหนดโทษไว้เป็นเวลา 2 ปี ภายหลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษาดังกล่าว น.ส.สุภิญญา ได้ทำหนังสือแจ้งเลขาธิการ กสทช.ขอยุติการปฎิบัติหน้าที่กรรมการ กสทช.ในวันเดียวกัน