อัพเดทล่าสุดเมื่อ 56 นาที 16 วินาที ที่ผ่านมา

ส.ศิวรักษ์เผยได้ทำฎีกาทูลเกล้าฯ ก่อนอัยการศาลทหารสั่งไม่ฟ้องคดี ม.112 ปมพูดพาดพิงพระนเรศวร

หลังอัยการศาลทหารสั่งไม่ฟ้อง ส.ศิวรักษ์ คดี ม.112 ปมพูดพาดพิงพระนเรศวร เจ้าตัวเผยได้ทำฎีกาทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทรงพระมหากรุณาธิคุณ โดยทรงแนะนำรัฐบาลให้ยุติคดีดังกล่าว

24 ม.ค. 2561 จากเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา อัยการศาลทหารมีคำสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากพยานหลังฐานไม่เพียงพอฟ้อง คดีที่ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ ถูกฟ้องในข้อหากระทำการขัดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากกรณีวิพากษ์ประวัติศาสตร์สมเด็จพระนเรศวรฯ นั้น

ล่าสุดวันนี้ (24 ม.ค.61) เฟสบุ๊ค 'Sulak Sivaraksa' ของ สุลักษณ์ เผยแพร่บทความของ สุลักษณ์ โดยระบุตอนหนึ่งว่าคดีนี้มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองค่อนข้างสูง โดยเฉพาะก็บุคคลสำคัญ ๆ ในนานาประเทศที่ยืนหยัดอยู่ข้างเสรีภาพและประชาธิปไตย ตลอดจนองค์การสากลหลายแห่ง เช่น PEN International, Amnesty International และ UN High Commission for Human Rights เป็นต้น รวมถึงผู้ที่ได้รับรางวัล Right Livelihood Award ที่เรียกกันว่า Nobel ทางเลือก ได้ส่งถ้อยคำประท้วงมายังรัฐบาลไทยกันเป็นระลอก ๆ แต่ทางรัฐบาลไทยก็ดูจะไม่ไยไพ แม้ภายในประเทศเอง ก็มีผู้ติดต่อขอให้นายกรัฐมนตรีและบุคคลสำคัญอื่น ๆ สั่งระงับคดีนี้เสีย เพราะถ้าคดีนี้ขึ้นถึงศาล รัฐบาลน่าจะเป็นฝ่ายเสียมากกว่าได้ แต่รัฐบาลก็ไม่กล้าตัดสินใจใด ๆ ทั้งสิ้น 

"ข้าพเจ้าไม่มีทางเลือกอื่นใด จึงทำฎีกาทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระมหากรุณาธิคุณ โดยทรงแนะนำรัฐบาลให้ยุติคดีดังกล่าว" สุลักษณ์ โพสต์ พร้อมอธิบายว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น พระองค์ท่านทรงมีพระสถานะที่จะแนะนำรัฐบาลได้ ทรงสนับสนุนหรือทักท้วงรัฐบาล ก็อยู่ในขอบเขตแห่งพระราชอำนาจ ตนจึงรู้สึกปลื้มปีติเป็นล้นพ้นที่โปรดเกล้าฯ ทรงแนะนำนายกรัฐมนตรีให้ยุติคดีดังกล่าวเสีย ทั้งนี้นับเป็นพระเดชพระคุณอย่างหาที่สุดมิได้ 
 
สุลักษณ์ โพสต์ด้วยว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น มีมากมายจนเกินกว่าเหตุ ทั้ง ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่แล้ว เคยมีพระราชดำรัสอย่างเปิดเผยว่า ใครนำคดีเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาฟ้องร้องนั้น เท่ากับเป็นการทำร้ายพระองค์ท่าน และเป็นการบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์  ที่น่าสงสัยก็คือเนติบริกรที่รับใช้ใกล้ชิดรัฐบาลปัจจุบันในเวลานี้ไม่ตระหนักดอกหรือ ว่าคนที่โดนลงโทษตามมาตรา 112 นั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นั้นสวรรคตไปแล้ว นักโทษเหล่านั้นควรได้รับอิสรภาพ ถ้ารัฐบาลมีความกล้าหาญทางจริยธรรม ควรประกาศให้อิสรภาพแก่บุคคลนั้น ๆ นั่นจะเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทอย่างแท้จริง 
 
"ก็กฎหมายอาญามาตรา 112 นี้เอง มีปัญหามากหากไม่แก้ไขปปรับปรุง ใคร ๆ รวมทั้งตัวข้าพเจ้าเอง อาจถูกกล่าวหาอีกเมื่อไรก็ได้ เพราะถ้าใครกล่าวหาใคร ตำรวจไม่รับคำร้องดังกล่าว เขาก็ย่อมกลัวผิด เพราะฉะนั้นควรแก้ไขให้ชัดเจนว่ามีการกล่าวหาในเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพขึ้น ควรมีคณะกรรมการพิจารณาความข้อนี้เสียก่อน คณะกรรมการดังกล่าวจะเป็นนักนิติธรรมในทางฝ่ายราชเลขาธิการได้ หรือในกระทรวงยุติธรรม ที่อยู่ในอำนาจของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภาก็ได้ เพราะพระองค์ท่านทรงสนพระทัยในเรื่องความยุติธรรมเป็นอย่างมาก และทรงห่วงใยเรื่องคนล้นคุกอีกด้วย" สุลักษณ์ โพสต์
 
รายละเอียดโพสต์ของ สุลักษณ์ : 
 
คดีดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2557 เมื่อ พล.ท.ผดุง นิเวศวรรณ และ พล.ท.พิทยา วิมะลิน ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม  ว่า สุลักษณ์ ได้กล่าวพาดพิงถึงสมเด็จพระนเรศวลมหาราช โดยอ้างว่าเป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือดูหมินพระมหากษัตริย์ ในเวทีทางวิชาการ “ประวัติศาสตร์ว่าด้วยการชำระและการสร้าง” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่จัดโดยกลุ่มนักศึกษา เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2557 หลังการรัฐประหารของ คสช. ต่อมาเมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2560 พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนคดีดังกล่าวเสร็จแล้วและมีความเห็นควรสั่งฟ้อง จนวันนี้อัยการศาลทหารมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนี้

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai