อัพเดทล่าสุดเมื่อ 1 ชั่วโมง 48 นาที ที่ผ่านมา

ประชาชนชุมนุมต้าน คสช. ยื้อเลือกตั้ง สืบทอดอำนาจ ตำรวจคุมพื้นที่เข้ม

กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และกลุ่ม START UP PEOPLE นัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่ทาง กทม. เอาต้นไม้มาวางจนไม่มีพื้นที่ ต้องขยับไปชุมนุมที่ทางเท้า โรม-จ่านิว-ทนายอานนท์ ผลัดขึ้นปราศรัย อัดประเด็นสืบทอดอำนาจ โรดแมปที่ยืดไปมา และการถูกแจ้งความของ 'MBK 39' 

10 ก.พ. 2561 ได้มีการชุมนุม  'หยุดยื้ออำนาจ หยุดยื้อเลือกตั้ง' จัดโดยกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และกลุ่ม START UP PEOPLE ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน โดยมีประชาชนมาเข้าร่วมหนาตา รอบพื้นที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดวางกำลังเอาไว้รวมกันหลายร้อยนาย

แต่เดิมจุดนัดพบในการทำกิจกรรมคืออนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทว่า เมื่อวานนี้ทาง กทม. ได้นำต้นไม้นานาชนิดมาลงเต็มพื้นที่ว่างในอนุสาวรีย์จนเต็ม ทำให้กิจกรรมต้องย้ายมาจัดบริเวณทางเท้าใกล้กับอนุสาวรีย์

รังสิมันต์ โรม

17.15 น. รังสิมันต์ โรม และอานนท์ นำภา ปรากฏตัวบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมถือกล่องหย่อนบัตรเลือกตั้งเป็นสัญลักษณ์ในการเรียกร้องการเลือกตั้งและอำนาจของ คสช. หลังจากนั้น รังสิมันต์ ได้ขึ้นปราศรัยโดยกล่าวว่า วันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของจุดสิ้นสุดของรัฐบาล คสช. และชูสามนิ้วแทนข้อความสามประการ ได้แก่ หนึ่ง การเลือกตั้งในปีนี้ สอง เผด็จการจงพินาศ สาม ประชาธิปไตยจงเจริญ รังสิมันต์กล่าวต่อไปว่า เกือบสี่ปีภายใต้รัฐบาล คสช. เป็นช่วงเวลาที่กระชากอนาคตของคนไทยไป ทั้งยังเรียกร้องให้ประชาชนออกมาขับไล่รัฐบาล คสช.

"ถึงแม้เราจะไม่มีประชาธิปไตย ถึงแม้เราจะไม่สามารถเข้าไปบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้ แต่อยากขอให้พี่น้องรู้ว่าวันนี้เรายังมองเห็นอนาคตที่เป็นประชาธิปไตย"

"อยากพูดถึงเด็กและเยาวชน ที่ผ่านมาเราเรียนในรั้วโรงเรียน มหาวิทยาลัย คนจำนวนมากบอกว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องของเด็ก เยาวชน แต่ขอให้รู้ไว้ว่าประเทศนี้ระยำเมื่อไหร่ พวกเรานี่แหละที่ต้องทุกข์ทน ถึงเวลาแล้วที่เยาวชน คนรุ่นใหม่ต้องออกมาสู้ เราเคยมีความฝันที่จะเห็นแผ่นดินกลับมางอกงาม เห็นรถไฟความเร็วสูง แต่ประยุทธ์ ประวิตร กระชากอนาคตของเราไป…เราต้องออกมาสู้เพื่อแผ่นดินของเรา เพื่อสิ่งที่เป็นของเรา"

"แม้ว่าเขาจะมีอำนาจ แม้ว่าเขาจะมีปืน แต่ขอให้พี่น้องรู้เอาไว้ว่าประเทศนี้เป็นของพวกเราทุกคนไม่ว่าเขาจะหลอกลวงด้วยคำพูดแบบใดก็ตาม"

"ถ้าเราต้องการให้ประเทศนี้เป็นของเรา อินเทอร์เน็ตอย่างเดียวไม่พอ หนทางเดียวที่จะทำให้พลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตรที่เป็นบิดาและมารดาของการคอรัปชั่นและการรัฐประการออกไป คือการที่พี่น้องประชาชนต้องออกมายืนตรงนี้"

โรมกล่าวถึงพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมือง ที่เงียบหายไปในช่วง 4 ปีใต้รัฐบาล คสช. ว่า "หมดเวลาแล้วสำหรับคนที่แสวงหาประโยชน์จากการต่อสู้ของประชาชน พวกเขาไม่ใช่คนของประชาชนอีกต่อไป มีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ อย่าไปเลือกพวกมัน เราจะยึดการต่อสู้เพื่อประชาชน ในยามที่ยากลำบากที่สุดถ้าพวกเขาไม่ปรากฎตัว เราจะขอสาปแช่งพวกเขาและไม่เลือกพวกเขาเข้าสู่สภาอีกต่อไป สภาจะไม่ใช่สถานที่ที่มีเกียรติ ถ้าสมาชิกสภาไม่เคยต่อสู้ร่วมกับประชาชนแม้แต่น้อย"

อานนท์ นำภา 

อานนท์ นำภา ทนายความ และหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในกลุ่ม MBK 39 ขึ้นปราศรัยหลังจากรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า วันนี้มาในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจของ คสช. และระบุว่า ผู้ถูกหมายเรียก หมายจับในกรณีการไปร่วมกิจกรรม 'รวมพลคนอยากเลือกตั้ง' ที่สกายวอล์กบริเวณหอศิลปะและวัฒนธรรมกรุงเทพฯ เมื่อ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีอายุมากสุดประมาณ 70 ปีกว่า อายุน้อยสุดยังเป็นนิสิตที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งยังยกตัวอย่างเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล นิสิตจุฬาฯ ชื่อดังที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแกนนำในการชุมนุม แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้ไปทำอะไรเลย

"การแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนทั้ง 39 คนก็มีลักษณะที่เป็นการกลั่นแกล้ง ข้อหาที่ประชาชนส่วนใหญ่โดยคือชุมนุมในพื้นที่ซึ่งห่างจากเขตพระราชฐานไม่ถึง 150 เมตร ทั้งที่ตอนมีการชุมนุมตำรวจเข้ามาแจ้งว่าให้ออกไปตรงสกายวอล์กให้พ้นเขตพื้นที่ 150 เมตรแล้ว แต่สุดท้ายก็มีการดำเนินคดี"

"เขา (เจ้าหน้าที่ตำรวจ) รู้ว่าผู้ชุมนุมมีจุดอ่อนอะไร วันนั้นจ่านิวไปปราศรัย เหลียวไปเจอแม่จ่านิวที่มาดูลูก ก็ไปแจ้งข้อกล่าวหาแม่จ่านิว ให้จ่านิวไม่สบายใจ"

 

อานนท์กล่าวเพิ่มเติมว่า "จำตอนที่เราเป็นเด็กได้ไหมครับ เลขที่นับยากสุดคือ 1-10 ถ้านับได้เราจะนับได้ถึงร้อยถึงพัน ตอนนี้เรานับหนึ่งมาถึงสิง ถึงร้อยกันแล้ว นัดชุมนุมครั้งหน้า เราจะพาพี่น้องมานับจำนวนหนึ่งพัน หนึ่งหมื่น วันที่พวกเรามานับหมื่น วันนั้นจะเป็นวันปิดฉากเผด็จการทหาร"

สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์

สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว หนึ่งในผู้ถูกออกหมายจับในกรณีกิจกรรม "รวมพลคนอยากเลือกตั้ง" ที่สกายวอล์กฯ ปรากฏตัวที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ปรากกฏตัวและกล่าวปราศรัย แม้เพิ่งถูกตำรวจขอออกหมายจับเมื่อวาน

"สิ่งที่ประชาชนต้องการคือการเลือกตั้ง และต่อต้านการสืบทอดอำนาจ คสช. จึงได้นัดกันออกมาแสดงพลัง แสดงจุดยืนเพื่อให้รัฐบาลได้เห็น ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่ที่ที่รัฐกระทำคือการเนรมิตอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยให้กลายเป็นสวน ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะจำกัดการเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ทั้งยังพยายามจัดการกับประชาชนด้วยการดำเนินคดีทางการเมือง" สิรวิชญ์กล่าว

"วันนี้กลายเป็นว่าประชาชนที่ต้องการการการเลือกตั้ง ถูกสกัดขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ อนุสรณ์สถานการเปลี่ยนแปลงการปกครองวันนี้ถูกเนรมิตรให้กลายเป็นสวน ต่อให้ประเทศนี้มันจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่อนุสาวรีย์มีความหมายและนัยของมันอยู่เหมือนเดิม"

"วันนี้ขอให้เป็นการคิกออฟขับไล่เผด็จการอีกครั้ง" สิรวิชญ์ทิ้งท้าย

ในงานมีการตะโกน "เลือกตั้ง! เลือกตั้ง!" เป็นระยะ มีการแสดงโปสเตอร์ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. และยังมีการระดมทุนเพื่อใช้ประกันตัวคดีทางการเมืองด้วย

วันนี้ เอกชัย หงษ์กังวาน หนึ่งในผู้ถูกหมายจับจากเหตุการณ์สกายวอล์กฯ ไม่ได้มาร่วมกิจกรรมตามที่ประกาศ เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าวจับกุมตัวไปสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาที่ สน.ปทุมวัน อันเป็นท้องที่เกิดเหตุ

000

อนึ่งก่อนหน้านี้ตั้งแต่เวลา 14.50 น. ราว 1 ชั่วโมงก่อนเวลานัดหมาย 16.00 น. ของผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจล้อมรั้วรอบฟุตบาทตรงข้ามอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และด้านหน้าแมคโดนัลด์ มีจุดตรวจบัตรประชาชนผู้เข้าออกพร้อมทั้งถ่ายรูปเจ้าของบัตรประชาชนเป็นหลักฐานด้วย เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างชุมนุม สร้างความไม่พอใจให้ประชาชนบางส่วน ขณะที่นักข่าวมารอทำข่าวจำนวนมาก ประชาชนทยอยมารวมตัวกันแน่นร้านแมคโดนัลด์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อบ่ายวานนี้ (9 ก.พ.2561) พื้นที่รอบๆ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถูกเจ้าหน้าที่ กทม. นำต้นไม้นานาชนิดไปวางจนเต็ม

ท่ามกลางการคุมเข้มของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีเหตุปะทะคารมขึ้น เมื่อหญิงคนหนึ่งแจ้งว่าไม่มีบัตรประชาชนและต้องการไปปัสสาวะที่แมคโดนัลด์ได้ต่อว่าว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิเก็บข้อมูลของประชาชน มีการโต้เถียงกันพักหนึ่งก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตรวจกระเป๋า ขอชื่อนามสกุลและปล่อยให้เข้าไป

 

พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงสาเหตุที่ต้องขอ ตรวจบัตรประชาชนแล้วถ่ายรูปผู้ที่จะเข้าไปบริเวณด้านหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เนื่องจากเป็นมาตรการเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากผู้ไม่หวังดี เพื่อที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้มีข้อมูลสำหรับการตรวจสอบต่อไปได้หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้น
 

พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหากแกนนำกลุ่ม MBK 39 ที่ถูกออกหมายจับมาปรากฏตัวที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจะมีมาตรการดำเนินการจับกุมหรือไม่ พันตำรวจเอกพิทักษ์ ระบุว่า เมื่อมีหมายจับแล้วหากเจ้าหน้าที่พบตัวผู้ต้องหาก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

15.40 น. ประชาชนผู้หญิงเริ่มออกมาตะโกนอย่างกราดเกรี้ยวและแสดงสัญลักษณ์ต่างๆ เองโดยไม่มีแกนนำ เช่น ถามว่าอยากเลือกตั้งผิดด้วยหรือ อย่างน้อย 2 จุดหน้าแมคโดนัลด์ ทำให้เกิดการชุลมุนเล็กน้อย ขณะที่ตำรวจประกาศขอความร่วมมือให้สื่อออกจากกลุ่มผู้ชุมนุมมาอยู่หลังแนวรั้วแผงเหล็กกับตำรวจชุดควบคุมฝูงชน แต่สื่อส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในพื้นที่ผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่พยายามอย่างหนักกระทั่งสื่อจำนวนมากเริ่มออกไปหลังแนวรั้ว ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จนท.นำรถเครื่องส่งเสียงรบกวนระยะไกลหรือแอลแรด (LRAD: Long Range Amplifier Device)มาไว้ในพื้นที่ด้วย

 
 

สัมภาษณ์ 1 ในประชาชน 5 คนที่ยืนแสดงสัญลักษณ์ และตะโกนถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าอยากเลือกตั้งผิดด้วยหรือ

ในเวลาเดียวกัน บริเวณด้านหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนได้เข้าตรึงกำลัง พร้อม กระบองซึ่งเหน็บไว้ที่กระเป๋าสะพายหลัง ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประชาสัมพันธ์ขอให้สื่อมวลชนทุกสำนักออกจากพื้นที่ควบคุมบริเวณด้านหน้าร้านแมคโดนัลด์

 
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai