อัพเดทล่าสุดเมื่อ 53 นาที 5 วินาที ที่ผ่านมา

จ่อชงบอร์ด สปสช.ตั้ง คกก.ร่วมหาข้อยุติ จ่ายเงินช่วยตาม ม.41 กรณีทำหมันแล้วท้อง

สปสช.เปิดวงถกความเห็นต่างกรณีจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตาม ม.41 ไม่พิสูจน์ถูกผิดเพื่อมนุษยธรรม กรณีทำหมันแล้วท้อง เป็น “พยาธิสภาพ” หรือ “เหตุสุดวิสัย”ได้ข้อสรุป 4 ประเด็นความเห็นต่าง เตรียมเสนอบอร์ด สปสช. ตั้ง คกก.ร่วมหาข้อยุติ

 
 
12 ก.พ.2561 รายงานข่าวแจ้งว่า ที่โรงแรมเซ็นทราฯ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ วันนี้ ในเวทีถกแถลงทางนโยบาย (Policy Dialogue) เรื่อง “การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามมาตรา 41 ในกรณีการเกิดภาวะอันไม่พึงประสงค์ภายหลังการคุมกำเนิด” จัดโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเท็จจริงการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามมาตรา 41 กรณีที่มีความเห็นต่างต่อการตั้งครรภ์ภายหลังคุมกำเนิด 2 ด้านคือ 1.ให้ถือเป็นไปตามพยาธิสภาพ หรือ 2.ให้ถือว่าเป็นกรณีเหตุสุดวิสัย
 
รศ.นพ.อรรณพ ใจสำราญ ผู้แทนราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การคุมกำเนิดมีทั้งการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว แบบถาวร รวมถึงกึ่งถาวร มีรูปแบบการใช้ยาฉีด ยาคุม ยาฝังคุมกำเนิด แผ่นแปะ ห่วงอนามัย รวมถึงการผ่าตัดทำหมันที่เป็นการทำหมันถาวร มีหลักการคือทำให้ท่อรังไข่อุดตัน แม้ว่าหลังการผ่าตัดทำหมันแล้วโอกาสการตั้งครรภ์ยังเกิดขึ้นได้ แม้ปัจจุบันจะมีโอกาสน้อยมาก โดยข้อมูลช่วง 5 ปีย้อนหลัง สหรัฐอเมริกามีอัตราการตั้งครรภ์หลังการทำหมัน 13 รายต่อพันราย อังกฤษมีอัตราตั้งครรภ์หลังการทำหมัน 2-5 รายต่อพันราย ขณะที่องค์การอนามัยโลกกำหนดอัตราการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นได้หลังจากการทำหมัน 5 รายต่อพันราย
 
ส่วนประเทศไทยข้อมูลการตั้งครรภ์หลังการทำหมันอยู่ที่ 0.2-2 ต่อพันราย สาเหตุเกิดขึ้นได้ทั้งจากตัวผู้ให้บริการที่ไปผูกตัดท่อที่ไม่ใช่ท่อรังไข่ และเกิดขึ้นเองโดยท่อรังไข่ต่อกันเอง ซึ่งเกิดได้ทั้งภาวะตั้งครรภ์ในมดลูกและนอกมดลูก
 
นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ผู้แทนแพทยสภา กล่าวว่า การทำหมันถาวรนั้น ข้อเท็จจริงไม่มีการทำหมันถาวร แต่เป็นคำใช้ติดปาก โดยแพทยสภาได้รับข้อร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากแพทย์ เนื่องจากได้ทำหัตถการทำหมันอย่างถูกต้องแล้ว แต่ทำไมจึงถูกร้องเรียนภายหลังได้ จึงให้กลุ่มงานกฎหมายแพทยสภาไปหาข้อเท็จจริง เพื่อให้ระบบเดินหน้าต่อไปได้ โดยประเด็นปัญหาเริ่มตั้งแต่นิยามมาตรา 3 บริการสาธารณสุข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ซึ่งในปี 2555 ได้มีการเปลี่ยนแปลงนิยามการรักษาพยาบาลให้ครอบคลุมถึงบริการสาธารณสุขจนเกิดการตีความครอบจักรวาล ขณะที่ ม.41 ระบุว่าการช่วยเหลือเบื้องต้นให้เป็นกรณีความเสียหายจากการรักษาพยาบาลโดยหน่วยบริการเท่านั้น ทั้งใน ม.42 ยังกำหนดให้ไล่เบี้ยสอบสวนผู้กระทำผิดอีก แม้ว่าที่ผ่านมาบอร์ด สปสช.จะไม่เคยให้มีการไล่เบี้ยก็ตาม 
 
ขณะที่ในการพิจารณาของอนุกรรมการระดับจังหวัด ยังมีการตัดสินที่ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยมีกรณีการอนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือเหตุตั้งครรภ์หลังการทำหมันโดยให้เหตุผลว่า แม้ไม่เข้าหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเบื้องต้น แต่ให้มีการจ่ายเพื่อเป็นการช่วยเหลือทางศลีธรรมและบรรเทาความดือดร้อนของครอบครัว โดยที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ส่วนกลางกลับไม่สามารถยกเลิกคำตัดสินที่ไม่ถูกต้องได้ ดังนั้นมองว่าเรื่องนี้จึงควรแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากให้มีการช่วยเหลือกรณีตั้งครรภ์หลังจากทำหมันแล้ว เพราะไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ทั้งการจ่ายเงินช่วยเหลือโดยไม่มีกฎหมายรองรับเป็นเรื่องอันตรายมาก ซึ่งแพทยสภาเสนอมาวันนี้เป็นการติเพื่อก่อ เมื่อผิดแล้วเราจะแก้ไขให้ถูกต้องหรือไม่
 
ทั้งนี้ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้มีการทำแบบฟอร์มหนังสือแสดงความยินยอมการรักษาส่งไปยังโรงพยาบาลในสังกัดและมีเรื่องการทำหมันอยู่ด้วย โดยมีเนื้อหาระบุว่าหากการทำหมันล้มเหลว ไม่ถือเป็นความผิดของผู้ให้บริการ เนื่องจากกรณีการตั้งครรภ์หลังการทำหมันพบได้ 4 รายต่อพันราย        
 
ด้าน นพ.ธีรศักดิ์ คทวณิช ประธานอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ในการช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีทำหมันแล้วท้องที่จังหวัดลำพูนมี 17 ราย แยกเป็นกรณีผ่าตัดทำหมันแล้วท้อง 14 ราย และกรณีฉีดยาคุมแล้วตั้งท้อง 3 ราย ในจำนวนนี้มี 2 ราย ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เนื่องจาก 1 ราย มายื่นภายหลังพ้นจากระยะเวลาที่กำหนด และอีก 1 ราย เป็นการยื่นในช่วงที่ถูกระบุว่าเรื่องนี้ให้ถือเป็นพยาธิสภาพ จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือ โดยทุกกรณีที่ขอรับความช่วยเหลือตนจะลงไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยด้วยตนเองเพื่อดูข้อเท็จจริง สภาพความเป็นอยู่ครอบครัว
 
วามเห็นส่วนตัว ไม่เห็นด้วยกับการที่จะไม่จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ที่ผ่าตัดทำหมันแล้วตั้งท้อง เพราะคนเหล่านี้มีลูกเพียงพอแล้วและไม่คิดจะมีลูกแน่นอน จึงได้ตัดสินใจทำหมัน ซึ่งการมีลูก 1 คนมีค่าใช้จ่ายที่ตามมา ซึ่งชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรส่วนใหญ่มีรายได้นิดเดียว หากต้องมีลูกอีกคนก็รับค่าใช้จ่ายไม่ไหว แต่เมื่อมีแล้วก็ต้องเลี้ยงกันไป ดังนั้นเราควรช่วยเหลือ
 
“ชาวบ้านไม่รู้เพราะคิดว่าเมื่อทำหมันแล้ว นั่นหมายถึงเขาจะไม่มีลูกอีก แต่เมื่อตั้งท้องทั้งที่ทำหมันแล้ว เราควรช่วยเหลือ ผมเห็นด้วยกับเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีนี้ไม่เกิน 1 แสนบาท โดยพิจารณาตามเศรษฐานะ ซึ่ง 1 แสนบาทจะเป็นค่าอะไรผมไม่รู้ แต่เพื่อชีวิตที่จะเกิดมาใหม่ ซึ่งการที่ทำหมันแล้วท้องจะเป็นเรื่องพยาธิสภาพหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ควรมีมนุษยธรรมกันบ้าง เพื่อให้เด็กคนหนึ่งได้เติบโตเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป” นพ.ธีรศักดิ์ กล่าว
 
ขณะที่ นพ.ชาตรี บานชื่น ประธานกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข สปสช. กล่าวว่า ทั้งมาตรา 41 และ 42 มีมาตั้งแต่เริ่มหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยึดหลัก 3 ข้อ คือ การช่วยเหลือเบื้องต้น ไม่พิสูจน์ถูกผิด ที่เป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และลดความขัดแย้งในระบบสุขภาพ อย่างไรก็ตามเมื่อความเห็นต่างในการช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีทำหมันแล้วตั้งท้อง ควรร่วมกันหาทางออก ซึ่งสามารถสรุปความเห็นต่าง 4 ประเด็น คือ 1.การทำหมันแล้วตั้งท้องถือเป็นพยาธิสภาพหรือเหตุสุดวิสัย 2.การออกระเบียบการรักษาพยาบาลตามมาตรา 41 ครอบคลุมถึงบริการสาธารณสุขถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องเราจะปฏิบัติอย่างไร และไม่ถูกจะปฏิบัติอย่างไร 3.กรณีที่ใช้นิยามคำว่าสุดวิสัยกับระบบบริการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และ 4. การหาผู้รับผิดโดยไม่พิสูจน์ถูกผิดจะปฏิบัติอย่างไร ขณะที่ สตง.ระบุให้ต้องหาผู้รับผิดชอบ
 
“ถึงเวลาแล้วที่ต้องมาทบทวนความเห็นต่างในประเด็นข้างต้นร่วมกันเพื่อให้เกิดความชัดเจน ทั้งแง่รัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ โดยให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ประกอบด้วยผู้แทนจากคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข เพื่อหาข้อสรุปในประเด็นเห็นต่างเหล่านี้ เบื้องต้นจะนำข้อมูลที่ได้วันนี้เสนอต่อบอร์ด สปสช.เพื่อดำเนินการต่อไป” ประธานกรรมการควบคุมคุณภาพฯ กล่าว
 
ทั้งนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้นำเสนอข้อมูลการยื่นคำร้องและการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ โดยตั้งแต่ปี 2549-2560 มีการยื่นคำร้องกรณีการทำหมันจำนวน 792 ราย จากคำร้องทั้งหมด 10,445 ราย แยกเป็นการผ่าตัดทำหมันจำนวน738 ราย และเป็นการทำหมันชั่วคราว 54 ราย รวมเป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตลอดในช่วง 12 ปี จำนวน 42,879,000 บาท 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai