ทอม ดันดี โดน 112 คดีที่สี่ ปราศรัยที่ลำพูน ปี 54 นัดพิพากษา 16 ก.พ.นี้

 

แฟ้มภาพ (2558)
 

'ทอม ดันดี' โดน 112 คดีที่ 4 ญาติและทนายเพิ่งทราบเมื่อเช้านี้ว่าถูกนำตัวมาที่ศาล

 13 ก.พ. 2561 ช่วงสายวันนี้ ที่ศาลอาญา รัชดา 'ทอม ดันดี' หรือ ธานัท ธนวัชรนนท์ ถูกนำตัวจากเรือนจำมายังศาล เนื่องจากอัยการยื่นฟ้องคดี 112 กับเขาอีกคดีหนึ่งนับเป็นคดีที่ 4

ในช่วงบ่ายศาลแจ้งว่า เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญจึงต้องส่งอธิบดีและรองอธิบดีศาลอาญาตามระเบียบ ขอนัดฟังคำพิพากษาในวันศุกร์ที่ 16 ก.พ. เวลา 9.00 น.

คดีนี้มีเหตุสืบเนื่องมาจากการปราศรัยของเขาที่จังหวัดลำพูนเมื่อวันที่ 1 พ.ค.2554 วันรุ่งขึ้นทหารในพื้นที่จากมณฑลทหารบกที่ 33 ได้แจ้งความกล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วน ทอม ดันดี ได้รับทราบข้อกล่าวหานี้เมื่อ 7 เม.ย.2559 ซึ่งตัวเขาอยู่ในเรือนจำด้วยคดี 112 คดีอื่น และให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน

อัยการยื่นฟ้องสรุปความได้ว่า เขาปราศรัยเรื่องที่รถของกษัตริย์เดนมาร์กต้องติดไฟแดงและเทียบเคียงกับบ้านตัวเอง "คำปราศรัยดังกล่าวสามารถเข้าใจได้ว่าหมายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และทำให้บุคคลทั่วไปมีความคิดไปในทางไม่ดีต่อสถาบันกษัตริย์"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติและทนายของทอมเพิ่งทราบเมื่อเช้านี้ว่าเขาถูกนำตัวมาศาลเช้าวันนี้ หลังจากย้ายมาจากเรือนจำราชบุรี ภรรยาร่ำไห้เมื่อเจอเขาที่ศาล หลังจากนั้นเขาถูกนำตัวมาห้องคุ้มครองสิทธิ โดยไม่ต้องใส่กุญแจมือและเท้าเหมือนปกติ และยังสามารถนั่งใกล้ชิด โอบกอดภรรยาและลูกชายได้ ทอม ดันดี แถลงต่อศาลขอรับสารภาพ โดยระบุว่าเป็นคดีการเมืองที่ถูกกลั่นแกล้ง แต่ไม่คิดว่าจะสู้ได้ ศาลนัดฟังคำพิพากษาในช่วงบ่าย

ภรรยาของทอม ระบุว่า เมื่อโดนคดีที่สามที่ราชบุรี เขาคิดจะสู้คดี แต่เมื่อโดนคดีที่สี่ในวันนี้ เขาเปลี่ยนใจอย่างกระทันหัน ด้วยความหวังว่าทุกคดีจะสิ้นสุดโดยเร็วและอาจได้รับพระราชทานอภัยโทษในวาระสำคัญในภายหน้า

ทั้งนี้ ทอม ดันดี  อยู่ในเรือนจำมา 3 ปี 7 เดือน  เขาถูกจับกุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ทหารเมื่อวันที่ 9 ก.ค.2557 เขาถูกแจ้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ไม่มารายงานตัว ศาลลงโทษจำคุก 6 เดือนแต่ให้รอลงอาญา 2 ปี จากนั้นเขาถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีก 2 คดี คดีหนึ่งขึ้นศาลอาญา คดีหนึ่งขึ้นศาลทหาร ทั้งสองคดีล้วนมาจากการถูกกล่าวหาว่าปราศรัยหมิ่นเบื้องสูงและโพสต์คลิปการปราศรัยขึ้นยูทูบในระยะเวลาห่างกันราว 1 สัปดาห์ เมื่อปี 2556

คดีแรก ศาลอาญาให้จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 15 ปี จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุก 7 ปี 6 เดือน 

คดีที่สอง ศาลทหารลงโทษจำคุก 5 ปี เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 3 ปี 4 เดือน และให้นับโทษต่อจากคดีของศาลอาญา รวมแล้ว จำคุก 10 ปี 10 เดือน 

ส่วนคดีที่สาม เพิ่งฟ้องเมื่อเดือนมกราคม 2561 ที่ศาลจังหวัดราชบุรี จากการปราศรัยเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2553