อัพเดทล่าสุดเมื่อ 4 ชั่วโมง 3 นาที ที่ผ่านมา

คุยกับผู้ชุมนุมค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ในวันที่พี่น้องอดอาหารจนเป็นลม

นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะลันตาระบุ อยากขึ้นมาคุยกับรัฐบาลตรงๆ ให้พับแผนสร้างโรงไฟฟ้า อัดโฆษกรัฐบาลเรื่องไม่มีข้อมูลเพียงพอ ทั้งที่รัฐบาลจัดคณะกรรมการศึกษามานานแล้ว สร้างโรงไฟฟ้ากระทบสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ตัดตอนการเป็นเมืองท่องเที่ยว ผู้ร่วมชุมนุมเผย โครงการทำคนแตกแยกถึงขั้นเรือล่ม

เป็นวันที่สามแล้วที่กลุ่มคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใน จ.กระบี่ และใน อ.เทพา มาปักหลักชุมนุมอดอาหารกันที่หน้าอาคารที่ทำการองค์การสหประชาชาติ  ท่ามกลางแดดร้อนระอุของเมืองกรุงและข่าวคราวเรื่องอากาศที่ไม่สะอาดสำหรับการหายใจของมนุษย์ และพี่น้องที่ล้มฟุบลงจากการอดอาหาร แต่การชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืนไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินยังคงดำเนินต่อไป

ผู้ชุมนุมเป็นลมจากการอดอาหาร ในช่วงบ่ายวันนี้มีผู้อดอาหารเป็นลมไปแล้วจำนวนสองราย

ค้านโรงไฟฟ้าเทพา-กระบี่อดข้าวประท้วงหน้าตึกยูเอ็นต่อ เมินคำสั่ง ตร. ให้แยกย้าย

ธีรพจน์ กษิรวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะลันตา จ.กระบี่ กล่าวว่า ที่มาชุมนุมครั้งนี้เพราะต้องการพูดคุยกับรัฐบาลตรงๆ ว่าผู้ชุมนุมต้องการให้รัฐบาลยุติโครงการไฟฟ้าถ่านหินทั้งที่กระบี่และ อ.เทพา ส่วนตัวเขามีข้อสงสัยหลายประการเกี่ยวกับความดึงดันของรัฐบาลในการที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินให้ได้ แม้จะมีรายงานเรื่องผลกระทบครั้งแล้วครั้งเล่า และยังระบุว่า การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจะเป็นการตัดตอนศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดในบริเวณทะเลอันดามัน

ธีรพจน์ กษิรวัฒน์

“มากกว่าในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมาก็มีการถกเถียงเรื่องเหตุผล ความจำเป็น ทางออกกรณีไฟฟ้าภาคใต้ไว้นานแล้ว ของกระบี่เองจริงๆ รัฐก็เคยตั้งคณะกรรมการไตรภาคีขี้นมาเพื่อหาข้อยุติกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่ โดยมีคณะกรรมการ 3 ชุด แต่ 2 ชุดที่สำคัญคืออนุกรรมการศึกษารายงานผลกระทบ EIA ว่าถูกต้อง ครบถ้วน รองรับผลกระทบได้ขนาดไหน ซึ่งข้อมูลก็ออกมาชัดเจนว่าการศึกษาผลกระทบที่ผ่านมาของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ไม่สามารถรองรับผลกระทบทางประมง สุขภาพ การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อมได้ บริบทในการมาทำการศึกษารอบใหม่แต่ยังใช้เกณฑ์การศึกษาแบบเดิมๆ มันก็ไม่สามารถตอบโจทย์ผลกระทบได้

“อีกชุดหนึ่งคืออนุกรรมการไตรภาคีที่ทำการศึกษาตามข้อเสนอของกระบี่ที่อยากเป็นที่แรกในประเทศไทยที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100 เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลก็ให้ลองศึกษาดู ถ้าผลการศึกษามีศักยภาพมากพอที่จะผลิตไฟฟ้าได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ขอให้รัฐบาลสนับสนุนภายใต้เวลา 3 ปี เพื่อทดลองว่าทำได้จริงหรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็ค่อยมาดูว่าโรงไฟฟ้าอื่นที่เหมาะสมคืออะไร ซึ่งผลประชุมของอนุกรรมการฯ 3 ฝ่ายก็ชัดเจนว่ากระบี่ใช้ไฟฟ้าสูงสุดอยู่ 150 เมกะวัตต์ แต่ศักยภาพของพลังงานหมุนเวียนอยู่ที่ 1,700 เมกะวัตต์ ซึ่งมากกว่า 10 เท่า แล้วพอข้อสรุปทุกชุดอนุกรรมการออกมาไม่เป็นคุณกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน รัฐบาลก็รวบรัดการทำงานของอนุกรรมการ 3 ฝ่าย แล้วหัวหน้าคณะกรรมการ 3 ฝ่ายที่เป็นนายทหารก็ระบุว่า เขาจะสรุปโดยอาศัยความเห็นของเขาเองแล้วนำเสนอต่อนายกฯ แล้วก็เงียบหายไป ประเด็นที่น่าสงสัยคือ ทำไมต้องสรุปตามความเห็นของท่าน ทำไมไม่สรุปตามความเห็นของชุดอนุกรรมการที่ทำไว้ ส่วนของเทพาก็มีเรื่องผลกระทบกับพื้นที่ สถานที่ที่ยังไม่สามารถสร้างได้จริง ผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม มันก็เป็นเคสเดียวกันว่า ถ้ารัฐยังเลือกทำ (โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน) ไม่ว่าจะเป็นที่กระบี่หรือเทพา จะส่งผลกระทบกับการพัฒนาประเทศไทยในด้านมูลค่าการท่องเที่ยว ซึ่งศักยภาพที่กระบี่ พังงา ภูเก็ต ยังเป็นศักยภาพที่เห็นชัดว่าทำรายได้มากกว่าร้อยละ 30 ของรายได้จากการท่องเที่ยวของทั้งประเทศ แล้วก็ยังสามารถสร้างรายได้ได้มากกว่านี้ ศักยภาพของกระบี่ พังงา ตรัง ภูเก็ต ไปได้มากกว่านี้ แต่ถ้าจะถูกตัดตอนก็เหมือนภาคตะวันออกที่เอานิคมอุตสาหกรรมไปไว้ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยว วันนี้ที่ภาคตะวันออกทำได้ก็คือทำแหล่งท่องเที่ยวแบบแมนเมด (มนุษย์สร้างขึ้นมา) ซึ่งเป็นการทำลายโอกาสของคนที่เป็นเจ้าของทรัพยากรในพื้นที่อย่างสิ้นเชิงอย่างกลับไปแก้ไขไม่ได้”

“เมื่อวานมีข่าวว่าทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะบรรจุโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ไว้ในการประชุม ครม. แต่โฆษกรัฐบาลออกมาแถลงว่าไม่มีวาระดังกล่าว และระบุว่าข้อมูลที่รัฐบาลมีในปัจจุบันยังไม่สามารถทำให้รัฐบาลตัดสินใจที่จะยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินได้ เลยมีความเห็นเล็กๆ ว่า แล้วข้อมูลจากคณะกรรมการสามฝ่ายที่รัฐบาลจัดตั้งมาหายไปอยู่ที่ไหน ทำไมรัฐบาลไม่มีข้อมูล

ธีรพจน์ยืนยันว่า การเคลื่อนไหวของพี่น้องไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง “คนที่ติดตามการเคลื่อนไหวเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้มา จะพบว่าเราไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องเลย สิ่งที่เราพูดเป็นเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ การประมง การท่องเที่ยว การพัฒนาที่ยั่งยืนของภาคใต้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ทางภาคใต้ต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นกระบี่หรือเทพา จะพบว่ายิ่งต่อสู้ก็ยิ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มที่เกี่ยวข้องจากนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเข้ามาให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ค่อนข้างสูงมาก องค์กรอื่นก็แล้วแต่ว่ามีบทบาทเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ขนาดไหน หน่วยงานบางหน่วยงานก็มีความกังวลเรื่องผลกระทบเช่นกัน อย่างเช่นหน่วยงานสาธารณสุข ในหลายเวทีก็มีการพูดเรื่องผลกระทบ แต่บทบาทของหน่วยงานก็ไม่สามารถไปขัดแย้งกับหน่วยงานอื่นได้ ข้อกังวลก็เลยยังไม่มีมาตรการรองรับ ในเรื่องการท่องเที่ยว ที่ผ่านมาการศึกษาผลกระทบด้านการท่องเที่ยว”

ผู้ชุมนุมนำเพื่อนที่อดอาหารประท้วงขึ้นท้ายรถตำรวจเพื่อไปรับการรักษาพยาบาล

ระหว่างที่พูดคุยกับธีรพจน์ ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้เอาแหล่งกำเนิดกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) มาติดตั้ง โดยธีรพจน์ระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเคยขอรถสุขาจาก กทม. แต่ว่าไม่ได้ ทุกวันนี้ตอนกลางวันก็ยังไปใช้ตามห้องน้ำของหน่วยงานราชการ โรงพยาบาลรอบๆ ได้ แต่เวลากลางคืนต้องไปใช้ที่วัดซึ่งอยู่ไกล เป็นอุปสรรคกับพี่น้องที่อดอาหาร

อาโยบ มุเซะ จาก จ.สงขลา พักอาศัยห่างจากที่ตั้งโรงไฟฟ้า 5 กม. หนึ่งในผู้ต้องหากรณีเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา ได้พยายามเดินเท้าเพื่อเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เมื่อวันที่ 27 พ.ย.60 จนถูกทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้เข้าควบคุมการเดินเท้าพร้อมทั้งจับกุมตัว กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ร่วมอดอาหารประท้วงมาเป็นวันที่สามแล้ว ผลจากการอดอาหารทำให้ตอนนี้มีอาการเวียนหัวนิดๆ  เขากล่าวว่า ชุมชนที่อาศัยเกิดความแตกแยกหลังมีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน

อัยโยบ มุเซะ

“โครงการเข้ามาก็เกิดความแตกแยก มีฝ่ายที่สนับสนุนกับฝ่ายไม่สนับสนุน เรือหาปลาของฝ่ายสนับสนุนที่ได้ปลามาเต็มลำเรือ ขอความช่วยเหลือ ปรากฏว่าเรือล่มเพราะฝ่ายที่ไม่สนับสนุนไม่ไปช่วยเหลือ พี่น้องแตกแยกกัน ข้าราชการ ผญบ โต๊ะอิหม่ามส่วนมากจะอยู่ฝ่ายสนับสนุน”

อาโยบฝากถึงผู้อ่านประชาไทว่า ผลกระทบต่อพื้นที่จากการสร้างโรงไฟฟ้านั้นเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในวงวิชาการ โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ที่มีกำลังการผลิตถึง 2,000 เมกะวัตต์จะส่งผลกระทบร้ายแรงแน่นอน  

“วันนี้เราไม่ยอม เพราะเรามีข้อมูลที่เด่นชัด นักวิชาการทั้งประเทศ ทั้งโลกเขาไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน เขามีทางเลือก วันนี้มันไม่ใช่ ถ้าเราเอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเราได้รับผลกระทบทั้งเรื่องข้าว ต้นไม้ ขนาดโรงไฟฟ้าถ่านหิน 9 เมกะวัตต์ของโรงไฟฟ้าชีวมวลวันนี้ก็เกิดผลกระทบแล้ว มี 3-4 รายที่เป็นโรคผื่นคันแล้ว ลงแม่น้ำก็หาปลาไม่ได้ ปลาหนีหมด แล้วนี่สร้างโรงไฟฟ้า 2,000 เมกะวัตต์ จะเกิดอะไรขึ้น นอกจากนั้นพื้นที่ อ.เทพา มันมีลักษณะเป็นภูเขาล้อมรอบ แล้วก็เป็นอ่าว ถ้าลมพัดเข้ามาจากทะเลกระแสลมก็คลุมหมด ถ้าฝนตกก็จะเกิดฝนตก เกิดผลกระทบแน่ เพราะเวลาลมพัดมันพัดเข้าชายฝั่ง”

กนกวรรณ แซ่เอี่ยว มาจาก จ.กระบี่ มาที่นี่ได้วันที่ 3 แล้ว ก่อนสัมภาษณ์เธอพยายามเคลียร์ลำคอให้พูดจาได้สะดวกเนื่องจากไม่สบายและมีอาการไอตลอด เธอกล่าวว่า ยิ่งมาตากแดดตากลมก็ยิ่งทำให้อาการแย่ลง

กนกวรรณ แซ่เอี่ยว

กนกวรรณกล่าวว่า มาที่นี่เพราะไม่ยอมรับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ท่าเทียบเรือถ่านหินที่กระบี่

“เราเคยคัดค้านจนท่านนายกฯ สั่งยกเลิก EIA ไปแล้ว แต่ตอนนี้เขากลับมาทำใหม่ การกลับมาทำใหม่ พวกเราในฝ่ายคัดค้านโรงไฟฟ้าก็ไม่ยอมรับ”

กนกวรรณทิ้งท้ายว่า ตั้งแต่มาที่นี่ทางรัฐไม่มีแม้แต่จะมาเหลียวแล

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai