พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์: “ลงคะแนนเชิงยุทธศาสตร์” เพื่ออะไร? คำตอบถึงคุณใบตองแห้ง

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

"ใบตองแห้ง" atukkit sawangsuk เสนอให้ "ลงคะแนนเสียงเชิงยุทธศาสตร์" สรุปคือ ไม่ว่ายังไง ต้องเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะไม่งั้นพรรคประชาธิปัตย์และพรรคทหารจะมาเต็มสภา?

เช่น มีพรรคการเมืองที่เราชอบในเขตของเรา แต่เห็นแล้วคงแพ้ประชาธิปัตย์หรือพรรคทหารในเขต ขณะที่พรรคเพื่อไทยอาจมีโอกาสมากกว่า ใบตองแห้งเสนอว่า ก็ต้องหันไปเลือกเพื่อไทย

ที่ผ่านมา ก็เพราะพรรคเพื่อไทยเชื่อแบบนี้ว่า มวลชนไม่มีทางเลือกอื่น พรรคเพื่อไทยจึงทำตามอำเภอใจ ไม่เห็นหัวมวลชน เห็นมวลชนเป็น "ของตาย" เลือกตั้งกี่ที ไม่ว่ายังไงก็ต้องเลือกเพื่อไทยเท่านั้น!

เอาความเกลียดพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไปต้อนมวลชนมาลงคะแนนให้ตัวเองเท่านั้น (เหมือน "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" ของ ปชป.ที่เอาความเกลียดกลัวทักษิณ มาต้อนมวลชนของตัว)

บทเรียนมีมาแล้ว เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งปี 2554 ใช้นโยบายแก้ไขไม่แก้แค้น เป็นรัฐบาลแล้วก็เดินสาย "เกี้ยเซี้ย" สุดฤทธิ์ ฝ่ายนั้นโยกย้ายคนหรือขออะไรมา ก็ประเคนให้หมด

ผ่าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมาเข่ง โดยไม่สนใจเสียงตักเตือนจากมิตรสหาย จน "พังทั้งกระดาน" ถึงวันนี้แล้วก็ยังไม่รู้สำนึก

แทนที่จะให้มวลชนส่งอิทธิพลต่อแนวทางของพรรค นี่กลับเสนอให้ "หลับหูหลับตา" เลือกเพื่อไทยไป ขอแค่ปชป.กับพรรคทหารไม่เต็มสภาก็แล้วกัน?!!%

การเมืองฝ่ายประชาธิปไตยต้องให้มวลชนควบคุมพรรค ไม่ใช่ให้พรรคเอาความกลัวความเกลียดเป็นเครื่องมือต้อนมวลชนเข้าคอก เอามวลชนเป็นตัวประกัน

ถ้าเลือกพรรคเพื่อไทย 2561 แล้วได้ "แก้ไขไม่แก้แค้น เวอร์ชั่น 4.0" เผด็จการแฝงเร้นยังอิ่มหมีพีมัน พี่น้องเราถูกไล่ล่า โดนคดี ติดคุกตะรางกันต่อไป แล้วยังไง?

ข้อเสนอของใบตองแห้งยังมองข้ามลักษณะอีกข้อของการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 คือ คะแนนเสียงทุกคะแนนในเขตนั้นไม่เสียเปล่า แม้จะไม่ได้สมาชิกสภาผู้แทนระดับเขต แต่คะแนนเสียงในเขตที่แพ้จะยังถูกนับรวมเป็นคะแนนระดับชาติของพรรคนั้น ใช้กำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อของพรรค ซึ่งมีผู้สนใจคำนวณไว้แล้วว่า คะแนนเสียงรวมระดับชาติ 65,000-70,000 เสียงจะได้ สส.บัญชีรายชื่อหนึ่งคน

สิ่งที่เราพยายามจะให้ได้มาแม้จะยากเย็นแสนเข็ญคือ พรรคการเมืองที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ยึดมั่นในหลักการระยะยาวมากกว่าผลประโยชน์เฉพาะหน้า เป็นพรรคมาจากมวลชน และเป็นของมวลชน จริงอยู่ว่า มันยากนักที่จะมีพรรคแบบนี้ในบริบทของการเมืองไทย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องยอมแพ้ งอมืองอเท้า หยิบปากกาทำเครื่องหมายเลือกพรรคการเมืองที่เอาผลประโยชน์ของประชาชนไปขึ้นกับผลประโยชน์ของตระกูลผู้นำพรรคอยู่ร่ำไป

เพราะปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่กำหนดว่า จะมีพรรคการเมืองที่ก้าวหน้าดังว่าได้หรือไม่ ก็คือ เจตจำนงอันแน่วแน่ของประชาชนที่จะสร้างพรรคนั้นขึ้นมาแม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคเฉพาะหน้าสักเพียงใด!

 

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์