เชฟโรเล็ต นัดคนงานเซ็นสัญญาจ้างใหม่ในค่ายทหาร คนงานหวั่นถูกบีบให้ลาออก

บริษัทเจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) ผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเล็ตที่มีโรงงานตั้งอยู่ นิคมฯ ปลวกแดง จ.ระยอง นัดลูกจ้างรายงานตัวกลับเข้าทำงานในค่ายทหาร ชลบุรี หลัง ครส.มีคำสั่งให้รับกลับเข้าทำงานพร้อมจ่ายค่าเสียหาย คนงานหวั่นถูกบังคับให้ลาออก

4 มีนาคม 2561 กองเลขานุการสมัชชาคนจนได้รับรายงานว่า ในวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ลูกจ้าง บริษัทเจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) หลายรายได้รับข้อความ SMS ซึ่งในข้อความระบุว่า “ ขอให้ท่านรายงานตัวเพื่อกลับเข้าทำงานในวันที่ 6 มีนาคม 2561 ณ กองพันทหารปืนใหญ่ ที่ 21 ค่ายนวมินทร์ ชลบุรี เวลา 8.00 น. กรุณาติดต่อกลับที่เบอร์ 084-947-8668 และข้อความที่ 2 ระบุว่า “ให้ท่านสวมใส่ชุดพนักงานและเตรียมเอกสารมารายงานตัวในวันที่ 6 มีค. 61 ดังนี้ 1.บัตรพนักงาน 2.บัตรเจนเนอรัลลี่ของตัวท่านและครอบครัว (ถ้ามี) 3.บัตรประชาชนและสำเนา 5 ชุด 4.สำเนาหน้าสมุดบัญชี ธ.ยูโอบี ที่ยังคงมีการเดินบัญชี 5.เอกสารการเปลี่ยนชื่อ 2 ชุด (ถ้ามี) โดยทั้งนี้ให้ท่านเดินทางมารายงานตัวด้วยตนเอง”

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนายนฤพนธ์ มีเหมือน ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ (ครส.) กล่าวหาว่าบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด ไม่จ่ายค่าจ้าง ไม่ให้ทำงาน และไม่มอบหมายงานแก่ลูกจ้าง จำนวน 66 คน แม้ว่าลูกจ้างจะยินยอมตามข้อเรียกร้องของบริษัทแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งเนื่องจากเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ที่ได้ร่วมยื่นข้อเรียกร้องต่อบริษัท ตลอดจนการเข้าร่วมการชุมนุม ถือเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง ตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 โดยผู้ร้องได้ขอให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน และจ่ายค่าเสียหายรวมถึงสวัสดิการต่างๆ จนถึงวันรับกลับเข้าทำงานพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และจ่ายโบนัสปี 2559 และปี 2560

กระทั่งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งที่ 27 – 92/2561 สั่งให้ผู้แทนบริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส ประเทศไทยจำกัด รับลูกจ้าง จำนวน 66 คน กลับเข้าทำงานและจ่ายค่าเสียหายเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายนับแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 จนถึงวันรับกลับเข้าทำงาน โดยให้บริษัทปฏิบัติตามคำสั่งภายใน 10 วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่ง

นางสาวประภาพรรณ ดำคำ ลูกจ้างบริษัทฯ ที่ได้รับ SMS กล่าวว่า ตนเองไม่ได้ทำงานบริษัทมาประมาณ 5 ปี แล้ว มีสาเหตุจากบริษัทขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง จากเดิมตอนสมัครเข้าทำงานกับบริษัทได้มีการเซ็นสัญญาว่า ใน 1 สัปดาห์ ต้องทำงาน 5 วัน จากวันจันทร์ – วันศุกร์ แต่บริษัทขอเปลี่ยนให้ทำงาน 6 วัน จากวันจันทร์ – วันเสาร์ จึงมีการเจรจากันระหว่างบริษัทและสหภาพแรงงาน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ สหภาพแรงงานจึงได้ใช้สิทธินัดหยุดงานเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยในเรื่องดังกล่าว บริษัทก็ใช้สิทธิปิดงานสมาชิกสหภาพแรงงานในวันเดียวกัน ด้านลูกจ้างก็ได้ใช้สิทธิในการต่อสู้ตามกฎหมายเรื่อยมา จนกระทั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้มีคำสั่งให้บริษัทรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน

ประภาพรรณเป็นหนึ่งในคนงานที่ถูกเลิกจ้างที่ได้ได้รับข้อความ SMS จากบริษัท ให้เดินทางไปรายงานตัวกลับเข้าทำงานที่ค่ายทหาร พร้อมกับเบอร์โทรศัพท์ในการติดต่อกลับ จึงได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุไว้ในข้อความ โดยหมายเลขปลายทางตนเองแจ้งชื่อ – สกุล หลังจากนั้นยืนยันว่า ให้เดินทางไปรายงานตัวโดยให้เตรียมเอกสารไปตามระบุไว้ในข้อความให้ ประภาพรรณมีความกังวลเหตุใดบริษัทถึงไม่ชี้แจงรายละเอียดว่าเหตุจึงการใช้เอกสารหลายชุด เช่น สำเนาบัตรประชาชนจำนวน 5 ชุด เหตุใดจึงให้ไปรายงานตัวที่ค่ายทหารแทนที่จะเป็นบริษัท จึงทำให้ตนเองเกิดความกังวลกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก

นายฉวี เชื้อฉุน ลูกจ้างบริษัทฯ อีกคนที่ได้รับ SMS กล่าวว่า หลังทราบคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ตนเองรู้สึกมีความหวังที่จะได้กลับเข้าทำงาน หลังจากที่ถูกเลิกจ้างมานานราว 5 ปี แต่เมื่อได้รับข้อความ SMS จากบริษัท ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ทำไมบริษัทถึงให้ไปรายงานตัวกลับเข้าทำงานในค่ายทหารซึ่งอยู่คนละจังหวัดห่างจากโรงงานกว่าหกสิบกิโลเมตร แทนที่จะเป็นที่ตั้งบริษัทหรือพื้นที่ใกล้เคียง ฉวีเกรงว่าบริษัทจะไม่ทำตามคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ประกอบกับเอกสารที่บริษัทได้ให้ลูกจ้างแต่ละคนเตรียมไปนั้น ยิ่งทำให้เชื่อว่าบริษัทจะไม่รับลูกจ้างกลับเข้าทำงานอีก โดยอาจจะเกิดการคุกคามกดดันลูกจ้าง

อีกทั้งการเดินทางไปรายงานตัวดังกล่าวบริษัทได้ให้แต่ละคนเดินทางไปเอง ทั้งที่ปกติในทางการทำงานบริษัทมีรถรับส่ง และหากมีอุปสรรคที่ไม่คาดถึง เดินทางไปไม่ตรงเวลานัดอาจเป็นเงื่อนไขให้ทางบริษัทไม่รับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน

นายบุญยืน สุขใหม่ ผู้ประสานงานกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออกและกรรมการบริหารสมัชชาคนจน ด้านฝ่ายกฎหมายแรงงาน ได้ให้ความเห็นว่า เมื่อมีคำสั่ง ครส.แจ้งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน และนายจ้างได้ทราบถึงคำสั่งนั้นแล้วก็ต้องดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด หากนายจ้างไม่ยอมดำเนินการก็มีโทษในทางอาญา ในทางกลับกันเมื่อนายจ้างแจ้งให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานแล้ว ลูกจ้างไม่กลับเข้าทำงานภายในเวลาที่กำหนด นายจ้างก็สามารถบอกเลิกจ้างลูกจ้างได้เช่นกัน แต่สำหรับกรณีนี้ การนัดลูกจ้างไปรายงานตัวเพื่อกลับเข้าทำงานในค่ายทหารเป็นเรื่องแปลกมาก ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่อยู่ในแวดวงผู้ใช้แรงงานไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

บุญยืนตั้งคำถามว่า บริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มีเจตนาอย่างไร จึงใช้ค่ายทหารเป็นสถานที่รายงานตัวลูกจ้างที่กลับเข้าทำงาน ทั้งที่นอกจากค่ายทหารไม่ใช่สถานที่ทำงานแล้วยังเป็นพื้นที่ควบคุมการเข้าออก ยากแก่การตรวจสอบของบุคคลภายนอก ประกอบกับสถานการณ์ในทางการเมืองในปัจจุบัน ฝ่ายทหารมีอำนาจในการบริหารประเทศ และขอตั้งคำถามต่อเจ้าหน้าที่ทหารที่ดูแลรับผิดชอบค่ายนวมินทร์ เหตุใดจึงยินยอมให้บริษัทเอกชนใช้พื้นที่ค่ายทหารเป็นสถานที่รายงานตัวกลับเข้าทำงาน ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายในของบริษัท จึงอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องออกมาตอบคำถามนี้ต่อสังคมด้วย

บุญยืน แสดงความไม่มั่นใจว่าการนัดหมายระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่จะมาถึงในวันที่ 6 มีนาคม 2561 ว่าเป็นการเจรจาที่เป็นธรรมปราศจากการกดดันใดๆหรือไม่ ลูกจ้างจะยังคงได้ทำงานกับบริษัทนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะจากที่ผ่านมาเมื่อมีนัดหยุดงาน ก็จะมีกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายทหาร หัวหน้าชุดสามารถพกอาวุธอย่างเปิดเผยในที่สาธารณะ เข้าควบคุมพื้นที่ชุมนุมของคนงาน และในยามวิกาลก็จะเข้ามาก่อกวนทำร้ายคนงานในที่ชุมนุมด้วย จึงอยากขอให้มีนักสิทธิมนุษยชน สื่อมวลชน บุคคลที่สนใจเข้าร่วมสังเกตการณ์ในวันที่ 6 มีนาคม นี้ ที่ ค่ายนวมินทร์ จังหวัดชลบุรี และอยากให้คนไทยจับตาเหตุการณ์ดังกล่าว และเพื่อให้การเข้ารายงานตัวกลับเข้าทำงานของลูกจ้างเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม โปร่งใส พร้อมแสดงความบริสุทธิ์ใจ ไร้เจตนาอื่น ซ้อนเร้น อำพราง หรือแอบแฝง ของนายจ้างและเจ้าของสถานที่ ผมขอเรียกร้องให้บริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และทหารเปิดโอกาสให้บุคคล องค์กรต่างๆ เข้าร่วมสังเกตการณ์การนัดหมายครั้งนี้ด้วย"

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์