อัพเดทล่าสุดเมื่อ 9 นาที ที่ผ่านมา

สนช. เห็นชอบร่าง พ.ร.ป. ส.ส. – ส.ว. ขั้นตอนต่อไปเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ

ที่ประชุมสนช. ลงมติผ่านร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. แล้ว ขั้นตอนต่อไปยื่นให้นายกรัฐมนตรีเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ

8 มี.ค. 2561 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีการการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ซึ่งเป็นร่างที่คณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายพิจารณาเสร็จแล้ว โดยส่วนที่มีการแก้ไขจากร่างเดิมที่ผ่านการเห็นชอบจาก สนช. ก่อนหน้านั้นคือ

1.กำหนดระยะเวลาการลงคะแนนสียงเลือกตั้งเป็น 08.00-17.00 น. จากเดิมกำหนดไว้ 07.00-17.00 น.

2.กำหนดห้ามจัดงานมหรสพในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง จากเดิมที่อนุญาตให้ทำได้

3.ยืนยันแนวทางเดิมกรณีให้บุคคลอื่นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ลงคะแนนเสียงแทนคนพิการ ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุได้

4.ตัดสิทธิบุคคลที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในการลงสมัคร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส.ส. และส.ว. และห้ามดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง และผู้บริหารท้องถิ่น เป็นระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันที่บุคคลนั้นไม่ไปใช้สิทธิ์

5.ไม่กำหนดให้หมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรค เป็นหมายเลขเดียวกันทั้งประเทศ

6.เปลี่ยนการกำหนดงบหาเสียง จากเท่ากันทุกพรรค  มาแบ่งเป็นขนาดพรรค 3 กลุ่มตามจำนวนการส่งผู้สมัคร

สมาชิก สนช. มีการอภิปรายซักถามตั้งข้อสังเกตกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นการตัดสิทธิบางประการของบุคคลที่ไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. โดย ล้านรงค์ จันทิก สนช. ตั้งข้อสงสัยในมาตรา 35 เรื่องถ้อยคำเกี่ยวกับการตัดสิทธิทางการเมือง ซึ่งถ้าตีความตามกฎหมายนี้ อาจแปลความได้ว่า ข้าราชการการเมือง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หากไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ต้องพ้นจากตำแหน่ง  ขณะที่ ส.ส. ซึ่งต้องมีความรับชอบมากกว่า ถูกตัดสิทธิเพียงแค่ไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งได้ แต่ไม่พ้นจากตำแหน่งทันที ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ และอาจไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 40 ที่ว่าด้วยบุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพเท่าเทียมกัน

อย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้ว สนช.ลงมติ ผ่านความเห็นชอบร่าง  พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยคะแนน  211 ต่อ 0 งดออกเสียง 7 โดยขั้นตอนหลังจากนี้  จะต้องส่งให้นายกรัฐมนตรี และพักไว้ 5 วัน ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป ยกเว้นแต่จะมีการส่งร่าง กฎหมายดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จะส่งผลให้นายกรัฐมนตรีต้องชะลอการนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

วันเดียวกัน สนช. ยังมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ด้วยคะแนน 201 ต่อ 1 งดออกเสียง 13 เสียง โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาครั้งนี้ ได้ปรับลดจำนวนกลุ่มผู้สมัคร ส.ว.จาก 20 กลุ่ม เหลือ 10 กลุ่ม ซึ่งสมคิด เลิศไพฑูรย์ ประธาน กมธ. พิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ แสดงความมั่นใจว่า "ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ" เนื่องจากเรื่องจำนวนกลุ่มไม่ได้ถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ อีกทั้งตามรัฐธรรมนูญยังระบุว่าอาจใช้วิธีการอื่นใดหรือการเลือกไขว้ก็ได้ หลังจากสมาชิก สนช. ตั้งข้อสังเกตเรื่องการแบ่งกลุ่ม และช่องทางการสมัคร ส.ว. ผ่าน 2 ช่องทางคือ สมัครในนามอิสระ และสมัครโดยองค์กร ว่าสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ แม้จะกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลก็ตาม

เรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไทย , BBC Thai

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai