ผบ.ทบ. ระบุ 'ธนาธร-ปิยบุตร' มีสิทธิ์ตั้งพรรค ชี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิจารญาณของประชาชน

วันที่ 6 กลุ่มการเมืองขอตั้งพรรค 52 กลุ่มแล้ว พล.อ.เฉลิมชัย ชี้เป็นนิมิตรหมายดี ระบุ 'ธนาธร-ปิยบุตร' มีสิทธิ์ตั้งพรรค ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิจารญาณของประชาชน ชี้คนรุ่นใหม่เข้ามาเล่นการเมือง เป็นเรื่องปกติ มอง กปปส. จะตั้งพรรคคงไม่มีความขัดแย้ง 

9 มี.ค.2561 สื่อหลายสำนักรายงานว่า ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองใหม่จดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ว่า ถ้ามองในภาพการเมืองนับเป็นนิมิตรหมายดี ที่มีการจัดตั้งพรรค จองชื่อพรรคเป็นจำนวนมาก และมีความหลากหลาย จึงเป็นการตื่นตัวทางการเมือง รวมทั้งเป็นทางเลือกให้ประชาชนสามารถได้หลายตัวเลือก ส่วนการที่กลุ่ม กปปส.ที่เคยเป็นกลุ่มม็อบการเมือง แต่จะตั้งพรรคการเมืองนั้น ตนไม่ได้มองในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องมอง ซึ่งตนเองไม่เกี่ยว ซึ่งถ้าจัดตั้งพรรคมาแล้วเป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชนอย่างไร สิ่งนี้ต่างหากเป็นเรื่องสำคัญ

ต่อกรณีคำถามที่ว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ตั้งพรรค แล้วมี ปิยบุตร แสงกนกกุล นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ ผู้ซึ่งเคลื่อนไหวแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ทาง คสช.ประเมิน อย่างไรนั้น พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์จัดตั้งพรรค แต่จะได้รับสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน จากพี่น้องประชาชน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ละคนก็จะมองว่าพื้นฐานแต่ละพรรคเป็นอย่างไร ตนเชื่อว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิจารญาณของพี่น้องประชาชน 

กปปส. จะตั้งพรรคคงไม่มีความขัดแย้ง 

สำหรับคำถามที่ว่า กลุ่มการเมืองอย่าง กปปส.จะตั้งพรรค มองว่าจะเกิดความขัดแย้งหรือไม่ นั้น ผบ.ทบ. กล่าวว่าคงไม่มีความขัดแย้ง เพราะหน้าที่หลักของตนจะดูแลด้านความมั่นคง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งให้ได้ ซึ่งเรื่องก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาอะไร และเชื่อมั่นว่าจะดูแลสถานการณ์ได้ อีกทั้งยังเชื่อว่าเมื่อถึงการเลือกตั้งก็ต้องขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนว่าจะเลือกใครหรือไม่ ด้วยเห็นผลอะไรต่างหาก 

ถามถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาผ่อนปรนให้พรรคการเมืองใหม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ อย่างไร พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ต้องเป็นไปตามขั้นตอนว่าพรรคการเมืองใหม่ต้องทำอะไรบ้าง เช่น การประชุมพรรค และเหตุผลในการขอมีอะไรบ้าง ซึ่งการขอต้องขอผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้คสช.พิจารณา ซึ่งส่วนใหญ่กระบวนการเรื่องพรรคการเมือง นะไม่น่ามีปัญหาอะไรอยู่แล้ว  ขณะเดียวกันการเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงนี้ คนที่เตรียมตั้งพรรคการเมืองต้องเคลื่อนไหว เพื่อให้มีบทบาทในสังคม ให้ประชาชนรู้จัก ซึ่งตนไม่เชื่อว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะนำมาซึ่งความวุ่นวาย และคิดว่าไม่มี 

ชี้คนรุ่นใหม่เข้ามาเล่นการเมือง เป็นเรื่องปกติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูหน้าตาพรรคการเมืองใหม่ๆ จะเปลี่ยนแปลงประเทศได้หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า จะตอบโดยตรงไม่ได้หรอก เพราะนโยบายของพรรคอะไรต่างๆยังไม่ถึงขั้นนั้น ตนคงตอบไม่ได้ ตอนนี้มีเพียงบุคลากรที่ออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งตอนนี้ยังมีเวลา ไม่มีอะไรจะต้องกังวล

"ผมมองว่าการที่คนรุ่นใหม่เข้ามาเล่นการเมือง จะคาดหวังหรือไม่คาดหวัง เป็นเรื่องปกติ บ้านเมืองเราจะเป็นยุคสมัย เปลี่ยนผ่านไป เหมือนกรณีผมออกไปก็จะมีคนรุ่นใหม่เข้ามา เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่การเลือกตั้งขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนว่าคิดเรื่องเหล่านี้อย่างไร” พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว

วันที่ 6 กลุ่มการเมืองขอตั้งพรรค 52 กลุ่มแล้ว

รายงานจากสำนักงาน กกต. วันนี้ (9 มี.ค.61) ซึ่งเป็นที่ 6 ของการเปิดให้จดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมือง ปรากฎว่ายังคงมีกลุ่มการเมืองทยอยเดินทางยื่นขอจดแจ้งอย่างต่อเนื่อง   โดยช่วงเช้า  มี 2 กลุ่ม  คือ กลุ่ม สุรพจน์ เพชรกรรพุม ยื่นคำขอตั้งพรรคเพื่อฅนไทย  และนายสมัคร พรมวาด  ยื่นขอตั้งพรรคภูมิพลังเกษตรไทย ทำให้ขณะนี้มียอดกลุ่มการเมืองขอตั้งพรรคแล้ว 52 พรรค    

ส่วนพรรคของ กปปส. ที่ก่อนหน้านี้ ธานี เทือกสุบรรณ น้องชาย สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน  ระบุว่า จะมายื่นขอแจ้งจัดตั้งพรรค ภายในวันที่ 6 มี.ค. นี้   ล่าสุด ธานี ระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่าจะมาจดจัดตั้งพรรคใหม่ได้เมื่อใด เพราะอยู่ระหว่างการเคลียร์กันอยู่  

รายงานข่าวระบุด้วยว่า ในจำนวนกลุ่มการเมืองที่มาขอตั้งพรรค มี 7 -8 กลุ่ม ที่ได้ทำหนังสือขออนุญาต คสช. จัดประชุมผู้ร่วมจัดตั้งพรรค และหาสมาชิกพรรคให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด  โดยสำนักงาน กกต. ได้ตรวจสอบหนังสือแล้ว ปรากฎว่า มีเพียง 1 กลุ่ม ที่เอกสารถูกต้อง และได้ส่งให้ คสช.พิจารณาแล้ว  ขณะที่ กลุ่มการเมืองที่เหลือ กรอกรายละเอียดไม่ครบตามเงื่อนไข   สำนักงาน กกต.จึงได้ส่งกลับไปให้แก้ไข  และ วันนี้ สำนักงานจะได้ส่งตัวอย่างการกรอกแบบฟอร์มไปให้กับกลุ่มการเมืองต่างๆ ด้วย    

ส่วนเรื่องคุณสมบัติของผู้ร่วมจัดตั้งพรรคนั้น  สำนักงาน กกต.ได้ทยอยส่งให้ 8 หน่วยงาน อาทิ ป.ป.ช. กรมราชทัณฑ์ ศาลยุติธรรม  สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงาน กพ. ตรวจสอบคุณสมบัติ 

รายงานข่าวยังระบุว่า วันนี้ สำนักงาน กกต.ยังทำหนังสือถึง 69 พรรคการเมืองเดิม ถึงการเตรียมการปรับปรุงพรรคให้สอดคล้องกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ฉบับใหม่ และวันที่ 28 มีนาคมนี้  กกต.จะจัดประชุมชี้แจง รวมทั้ง หนังสือขออนุญาต คสช. เพื่อจัดประชุมพรรคการเมือง ที่พรรคเก่าก็ควรที่จะเริ่มทยอยขออนุญาตล่วงหน้าได้แล้ว เพราะพรรคเก่าจะมีรายละเอียด หรือสิ่งที่ต้องปฎิบัติตามขั้นตอนทางธุรกรรมมากกว่าพรรคตั้งใหม่

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย ไทยโพสต์ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ และไทยรัฐออนไลน์