ตัวแจกทั้งคู่ ‘ธนาธร-บก.ลายจุด’ ลุยดันป้อม RoV ตบท้ายนั่งคุยเรื่อง ศก.ดิจิทัล

มันแกวหลังแทบหักแบก ’ทีมเกรียน’ สองเกมในศึก RoV ดวลเฉพาะกิจ บก.ลายจุด ปะทะ เอกทีเจ ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ ต่างฝ่ายต่างคุยข่ม ธนาธรลั่นจะตีให้ครบ 25 ป้อม ลายจุดบอก 25 ป้อมก็ 25 กรรม สุดท้ายรู้ผลแพ้ชนะแล้วชวนกันคุยความฝันเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล

ถึงเวลาเผชิญหน้ากันเสียทีสำหรับศึกท้าดวล E-Sport RoV รอบพิเศษ ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หนึ่งในผู้ร่วมจดทะเบียนพรรคอนาคตใหม่ กับ บก.ลายจุด หรือสมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้ที่มีความคิดจดทะเบียนพรรคเกรียน

ชวนตีป้อม 'ธนาธร ปิยบุตร' ท้า บก.ลายจุด ดวล RoV

ล่าสุดวันที่ 18 มีนาคม 2561 เวลา 20.00 เฟซบุ๊คแฟนเพจ Echo ได้ถ่ายทอดสดการแข่งขันระหว่างทีมธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งตั้งชื่อทีมในการแข่งขันครั้งนี้ว่า “ทีมงูพิษ” กับทีม บก.ลายจุด ที่ใช้ชื่อว่า “ทีมเกรียน” โดยมีทีมพากษ์สุดมันส์อย่าง จิ๊บ ปกฉัตร, วินซี่ มาวิน มาแวะ และฮิวโก้ นักพากย์ในเวทีการแข่งขันใหญ่ระดับประเทศมาร่วมสร้างสีสัน และสร้างความสนุกให้กับผู้ชมการแข่งขันด้วย

วินซี่ มาวิน มาแวะ,จิ๊บ ปกฉัตร และฮิวโก้

เช็คขุนพล: มันแกวคือความหวังของทีมเกรียน ส่วนธนาธรรับเป็นแค่มือสมัครเล่น แต่พา "งูพิษแห่งวงการไอที" มาด้วย

บก.ลายจุดและเพื่อนร่วมทีมเกรียน

ก่อนเริ่มต้นการแข่งขันเมื่อเช็คชื่อขุนพลทั้งสองทีมพบว่า ทีมเกรียนเป็นต่ออยู่พอสมควรเพราะได้ขุนพลเจ้าของฉายา “นมคุณธรรม” อย่าง มันแกว รุ่งตะวัน ชัยหา ที่ว่าเป็นต่อนั้นไม่ได้เกี่ยวกับความเซ็กซี่ของเธอแต่อย่างใด แต่มาจากฝีมือของเธอมากกว่า ว่ากันว่ามันแกวเล่น RoV มานานแล้ว และเธอได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับ Conqueror ซึ่งถือเป็นอันดับที่สูงที่สุดใน RoV ส่วนผู้ร่วมทีมอีกสามคนประกอบด้วย หนึ่งสาวที่เดินทางมาจากเชียงรายเป็นอดีตคุณครูที่ตั้งใจจะมาสอนเด็กเล่นเกม และสองหนุ่ม คนหนึ่งประกาศตัวเป็นโอตาคุ ที่โอชิ น้องปัญ BNK48 ขณะที่อีกหนึ่งหนุ่มประกาศตัวเป็นพังพอนแห่งวงการเกมเมอร์ที่จะมาปราบงูพิษแห่งวงการไอที

ธนาธรและเพื่อนร่วมทีมงูพิษ

ในขณะที่ทีมงูพิษของธนาธร และพ้องเพื่อน ได้ดาวเด่นอย่าง ท็อปฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม หรือ จักรพงศ์ พุ่มไพจิตร เจ้าของฉายา งูพิษแห่งวงการไอที เข้าร่วมศึกครั้งนี้ แต่ก็เป็นเรื่องที่รู้กันดีคนเก่ง IT ใช่ว่าจะเล่นเกมเก่งเสมอไป นอกจากนี้ผู้ร่วมทีมที่เหลือประกอบด้วย เท่าพิภพ หนุ่มนักปรุงเบียร์ และสองนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ร่วมจดทะเบียนพรรคอนาคตใหม่ด้วยเช่นกัน

ก่อนเริ่มการแข่งขัน บก.ลายจุด ทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า “ถ้าแพ้อย่าเสียใจนะเอก(ชื่อเล่นของธนาธร)” ด้านธนาธรดูท่าจะไม่ยอมง่ายๆ ตอบกลับไปว่า “ผมจะตีป้อมบก.ให้ครบ 25 ป้อม” ฟังดูเหมือนคนคุยโว เพราะเกมหนึ่งมีป้อมให้ตีแค่ 10 ป้อม แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้ถ้าแข่งกันครบ 3 เกม ก็มีโอกาสที่ทีมงูพิษจะตีป้อมได้ครบ 25 เรือน เอ้ย 25 ป้อม ได้ตามคำคุย

ชมการเเข่งขันได้ที่เพจ Echo 

ผลการการแข่งขัน: มันแกวแบกทีมเกรียนเกือบหลังหัก สุดท้ายเอาชนะ 2 แมทช์รวด ธนาธรยังกล้าถาม “สถิติผมกับ บก. ใครดีกว่า”

ผลการแข่งขันรอบแรก

สำหรับผลการแข่งขันในรอบแรกเป็นทีมเกรียนที่ได้รับชัยชนะไป โดยผู้เล่นที่ได้รับ MVP หรือผู้เล่นยอดเยี่ยมในรอบนี้คือ “นมสะท้านพิภพ” หรือมันแกว รุ่งตะวันนั่นเอง แม้เธอจะสังหารฝ่ายตรงข้ามไปเพียงคนเดียว แต่เธอได้ช่วยทีมสังหารฝ่ายตรงข้ามไปถึง 15 ครั้ง ในขณะที่ตัวเธอเองไม่ถูกสังหารเลยแม้แต่ครั้งเดียว เรียกได้ว่า สะท้านพิภพอย่างแท้ทรู

ส่วนหัวหน้าทีมอย่าง บก.ลายจุด เริ่มเกมมาได้ประมาณ 1-2 นาที ก็ถูกทางงูพิษแห่งวงการไอทีเก็บ Kill ไปได้อย่างง่ายดาย เรียกว่าจองศาลาวัดกันแทบไม่ทัน แต่โชคดีที่ผู้ร่วมทีมช่วยกันจนที่สุดเอาชนะไปได้ หากประเมินจากการเล่นของ บก.ลายจุดแล้วเรียกได้ว่าไม่เลวร้ายไปนักสำหรับคนเริ่มเล่นได้เพียง 2 สัปดาห์ แต่ก็พูดกันตามความจริงว่า บก. ยังเป็นตัวแจกอยู่ สิริรวมแล้ว ฆ่าไป 1 ตายไป 5 ช่วยเพื่อน 5

ข้ามมาที่ฝั่งผู้พ่ายแพ้ ในช่วงต้นเกมดูเหมือนจะเริ่มต้นได้ดีจากการตัวรอดจากแผนบุกเข้าป่าฝ่ายตรงข้ามของทีมเกรียน มิหนำซ้ำงูพิษแห่งวงการไอทียังเปิดเกมด้วยการสังหาร บก.ลายจุด กลายเป็นศพนอนเฝ้าป้อมไปคนแรก แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะตื่นเต้นกับศึกแรกเกินไปหรือเปล่า คำโบราณท่านบอกสงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร สุดท้ายจังหวะเข้าตี วิ่งหนีติดๆ ขัดๆ แถมมีช็อตหนึ่ง พี่เอกทีเจของเราถูกขุนพลทีมเกรียนวิ่งเข้าไปกระชากตายคาป้อมของตัวเองอีก แม่ทัพโดนล้วง ลูกทีมคงเสียขวัญกำลังใจสุดท้ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 13 ต่อ 21 ส่วนสถิติการเล่นของธนาธรคือ ฆ่าไป 1 ตายไป 5 ช่วยเพื่อน 4

ผลการแข่งขันรอบที่สอง

ส่วนผลการแข่งขันรอบที่สองเป็นทีมเกรียนเอาชนะไปได้อีกเช่นเคย แม้ว่าในรอบนี้ช่วง 5 นาทีแรกจะเป็นทางฝั่งงูพิษทำเกมได้ดีตามล่า บก.ลายจุดให้กลายเป็น “ศพแรกผ่านไป ศพสอง ศพสามค่อยๆ ผ่านไป” แต่สุดท้ายเกมกลับมาพลิกในช่วง 5 นาทีหลัง ลูกทีมกลับมารวมพลังสร้างชัยชนะได้โดยทิ้ง บก.ลายจุดให้เดินเล่นอยู่ในเกม สกอร์จบลงที่ 15 ต่อ 22 สถิติของพี่เอกทีเจคือ ฆ่าไป 2 ตายไป 4 ช่วยเพื่อน 2 ขณะที่บก.ลายจุดดำเนินแนวทางสันติวิธี ไม่ฆ่าใครเลย (หรือฆ่าไม่ได้กันแน่) ตายไป 5 และช่วยเพื่อนฆ่า 2

แม้การแข่งขันครั้งนี้จะไม่ได้เห็นลูกเล่นเทคนิคที่แพรวพราวเทียบเท่าเกมเมอร์มืออาชีพเขาเล่นกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยกให้เป็นที่หนึ่งคือความฮา เพราะถึงจะพ่ายแพ้แต่ธนาธรยังคุยข่มอีกว่า ผมแบกทั้งทีม (โถ่พี่เอกคร้าบบบบบ ปีนเขา พายเรือ เดินป่าพี่ก็ผ่านหมดแล้ว มาเสียท่าเพราะ RoV แท้ๆ) ส่วนบก.ลายจุดหลังจากได้รับชัยชนะ ก็พูดออกมาว่า ยังงงอยู่ว่าชนะได้ไงเพราะตายเยอะ(ก็ดูทีมน้าแต่ละคนดิ)

รู้แพ้รู้ชนะ แต่รู้ไหมทำไมถึงชวนมาเล่นเกม ธนาธรคุยความฝันเตรียมรับยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

หลังจากทราบผลการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ดีๆ รายการนี้ก็เข้าสู่ช่วงสาระเข้มข้นซะงั้น หัวหน้าทีมของทั้งสองฝ่ายร่วมกันพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของการเล่นเกม เริ่มต้นจากคำถามง่ายๆ ของบก.ลายจุดว่า ทำไมอยู่ดีๆ ธนาธรถึงมาชวนเล่นเกม

ธนาธร เล่าว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมเกมมัยใหม่เป็นการเติบโตที่มีพลังมหาศาลมากกับเรื่องเศรษฐกิจ แต่ผู้ใหญ่หลายคนในประเทศไทยยังไม่เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริง นี่มันเป็นเรื่องเศรษฐกิจชัดๆ เรื่องเกมเป็นความบันเทิงของคนเล่นก็จริง แต่ถ้ามีการวางกลยุทธ์ของประเทศดีๆ เรื่องเกมจะสามารถสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อีกมหาศาล

ด้าน บก.ลายจุด ได้ชี้ให้เห็นถึงทัศนะของคนรุ่นหนึ่งมักจะมองว่า การเล่นเกมมันเป็นการทำให้เด็กเสียเวลา ไม่เกิดการผลิต ไม่ได้ส่งผลให้เกิดอะไรที่ดีขึ้น สมองก็ดูจะซ้ำ วันๆ ไม่ได้ทำอะไร คนรุ่นหนึ่งมองว่าการเล่นเกมเป็นเรื่องของการสูญเสีย

ขณะที่ธนาธร ชวนคิดต่อไปว่า หากมองไปในอนาคต สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และหากประเทศไทยยังไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจพื้นฐาน สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ คนงาน ของประเทศไทยจะตกงาน และกลายเป็นทาสของเทคโนโลยี แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราเป็นเจ้านายของเทคโนโลยีได้ ยกตัวอย่างเบื้องต้นเช่น ในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เมื่อประมาณ 17 ปีก่อน หุ่นยนต์มีราคาตัวละประมาณ 1 ล้านกว่าบาท มาถึงวันนี้หุ่นยนต์มีราคาอยู่ที่ประมาณ 7-8 แสน ส่วนค่าแรงของคนงาน 1 คน ปีหนึ่งอาจจะประมาณ 3 แสนบาท นั่นหมายความว่าหากหุ่นยนต์หนึ่งตัวราคารวมค่าติดตั้งเบ็ดเสร็จประมาณ 9 แสนบาท และถ้าหุ่นยนต์ 1 ตัวทดแทนแรงงานคนได้ 2 คน แม้ผลตอบแทนจากการลงทุนจะได้แค่ปีกว่า หรือสองปีเท่านั้น สิ่งที่บริษัทผมทำก็คือหากหุ่นยนต์ 1 ตัวทดแทนคนได้ 2 คน เราจะลงทุน ซึ่งนี่คือทิศทางในอนคตาที่กำลังจะเป็นไป ไม่ใช่เฉพาะบริษัทผม แต่ทุกบริษัท

ด้าน บก.ลายจุด ถามต่อว่า หากการที่เอาหุ่นยนต์มาใช้แล้วทำให้คนตกงาน จะอธิบายอย่างไรในแง่การพัฒนาว่า จะพัฒนาไปเพื่อให้คนมีงานทำ หรือพัฒนาไปเพื่อให้หุ่นยนต์มีงานทำ

ธนาธรตอบว่า มันเป็นทิศทางที่หนีไม่พ้น เพราะในบริษัทเท่าไปต้องแข่งขัน และถ้าหากหุ่นยนต์ทำให้คุณมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงกว่า การที่คุณไปเลือกใช้แรงงานคนต่อไปคุณจะแข่งขันไม่ได้ และบริษัทคุณก็จะเจ๋ง สุดท้ายคนงานก็จะตกงานอยู่ดี ปัญหาก็คือถ้าเราอยากจะเป็นเจ้านายของเทคโนโลยีเราจะเป็นได้อย่างไร อุตสาหกรรมเกมเป็นพื้นฐานสำคัญมากในการร้างอุตสาหกรรมใหม่ในอนาคต เพราะเกมเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กเข้าถึงเทคโนโลยีที่สำคัญมาก และหากเราสร้างอุตสาหกรรมเกมดีๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือตลาด เมื่อมีตลาด เมื่อมีความต้องการเกิด ระบบนิเวศที่รอบล้อมเศรษฐกิจเกมทั้งหมดก็จะเกิดขึ้นตามด้วย ดังนั้นถ้ามีดีมานด์ดึงระบบนิเวศ ดึงความต้องการสมัยใหม่ขึ้นไป ก็จะเกิดซับพลายเช่น คนเขียนเกม คนสร้างปัญญาประดิษฐ์ คนสร้าง virtual reality ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะไม่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่มันเป็นการสร้างพื้นฐานรองรับคือการทำให้เด็กคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี

ธนาธร กล่าวต่อไปว่า Big Idea สำหรับโลกในวันข้างหน้าที่เราจะต้องอยู่คือ เรื่องปัญญาประดิษฐ์ คือเรื่องความจริงเสมือน คือเรื่องการสร้างโลกความจริงใหม่ นี่คือเทคโนโลยีที่คนรุ่นใหม่จะต้องอยู่กับมัน วิธีที่จะทำให้เราสามารถลดผลกระทบจากการแปรเปลี่ยนไปใช้หุ่นยนต์ในการผลิตในอุตสาหกรรม คือการสร้างเศรษฐกิจใหม่ขึ้นมารองรับ ให้เตรียมเด็กที่มีความสามารถเป็นเจ้านายเทคโนโลยีเป็นคนเขียนโปรแกรม เป็นคนสั่งงานหุ่นยนต์ และถ้าเราไม่เริ่มสร้างตั้งแต่วันนี้เราจะไม่มีคนในอนาคต

ด้านบก.ลายจุด ถามต่อว่า เด็กที่เล่นเกมจะสามารถไปถึงการที่จะไปสร้างซอปต์แวร์ สร้างหุ่นยนต์ สร้างเอไอได้อย่างไร

ธนาธรตอบว่า สิ่งที่ผมพูดถึงคือเราไม่ได้ตอบตรงขนานนั้น แต่เรากำลังพูดถึงการสร้างความต้องการ และเมื่อมีความต้องการเราจะสามารถสร้างซับพลายในท้องถิ่นได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งซับพลายจากโลก วันนี้ซับพลายไม่ว่าจะเป็นเกม หรือเอไอ เกิดจากตลาดต่างประเทศทั้งหมด แต่ถ้าเราสร้างอุตสาหกรรมเกมที่มีขนาดใหญ่พอในประเทศได้ เราก็จะสามารถทำให้อุตสาหกรรมนั้นสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยได้

บก.ลายจุดถามต่อว่า เมื่อพูดถึงอุตสาหกรรมเกมย่อมหมายถึงตลาดที่ใหญ่ การที่จะสร้างเด็กไทยให้ไปสู่ตลาดโลกที่เขาเริ่มต้นทำกันมานานแล้วจะสามารถทำได้อย่างไร

ธนาธร ตอบว่า หากพูดในแง่การของการแข่งขันเล่นเกมมีคนไทยไปแข่งแล้วในระดับโลก และสามารถได้รับชัยชนะได้เงินรางวัลเป็นล้านบาท กลับมาที่คำถามหากเรามีความต้องการมากพอมันจะดึงดูดให้คนไทยสามารถผลิต อาจจะเป็นเกม หรือระบบนิเวศที่ล้อมรอบมันทั้งหมด ถ้าเราทำได้สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ เราจะมีความสามารถในการเข้าไปผลิตสิ่งต่างๆ ที่เรียกว่าเป็น โลกใหม่ ซึ่งทำได้ เพราะเด็กไทยสมัยนี้เก่งมาก สิ่งที่เราเห็นกันในภาคอุตสาหกรรม เช่นการโปรแกรมหุ่นยนต์สมัยก่อนคนที่จะมาทำตรงนี้ได้หายากมาก แต่เดี๋ยวนี้เด็กบ้านเราเรียนจบอาชีวะก็สามารถทำได้ แค่ให้เวลาเรียนรู้และทำงานจริงกับเขาสามารถทำได้  ถ้าเรามีตลาด ถ้าเรามีอะไรให้เขาลองทำ เริ่มทำ มันเกิดขึ้นได้

ขุดสารจากท่านผู้นำถึงเหล่าเกมเมอร์ “ชนะในเกมก็อย่าลืมชนะในชีวิตจริงด้วย”

ก่อนจะจบการรายงานผลการแข่งขัน ROV นัดพิเศษ พร้อมกับการแลกเปลี่ยนเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล ระหว่างธนาธร กับ บก.ลายจุด สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับกับข้อเท็จจริงก็คือทั้งสองคนนี้ไม่ได้เป็นคนแรกที่พูดเรื่องของเกม ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่ได้พูดคนแรกเช่นกัน แต่ว่าเขาพูดมาก่อนเกือบ 4 ปี

โดยเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2558 ประยุทธ์ ได้เป็นประธานกล่าวเปิดงาน THAILAND GAME SHOW BIG FESTIVAL 2015 ผ่านวิดีโอคลิป ความยาวประมาณ 1 นาทีเศษ ถอดความเป็นตัวอักษรให้อ่าน และท่องจำให้ขึ้นใจได้ดังนี้

“สวัสดีลูกหลาน เยาวชนไทยที่รักทุกคนนะครับ ปัจจุบันเกมคอมพิวเตอร์นั้นถือเป็นสิ่งหนึ่งที่มีอิทธพลต่อเยาวชน คงไม่ใช่แค่เยาวชนไทย แต่รวมถึงเยาวชนทั่วทั้งโลก ผมอยากให้ข้อคิดกับเยาวชนที่มาในวันนี้ว่า หากเราชนะในเกมก็อย่าลืมชนะในชีวิตจริงด้วย เยาวชนมีหน้าที่หลักคือการเรียนหนังสือ เรียนรู้ในการดำรงชีวิตต่อไป พ่อแม่ของพวกเรานั้นทุ่มเททำงานหนัก เพื่อส่งเสียพวกเราให้ได้รับการศึกษาให้มีความรู้ ดังนั้นทุกคนต้องตั้งใจเล่าเรียนให้คุ้มค่ากับการเสียสละของพ่อแม่

ผมอยากให้เยาวชนของชาติได้ใช้จินตนาการในทางสร้างสรรค์ ใช้เกมใช้เทคโนโลยีให้ถูกทางรู้จักเวลา และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง คิดอยู่เสมอว่าการเติบโต และการมีพัฒนาการที่สมวัยของทุกคนนั้นจะส่งผลต่ออนาคตของตัวเอง  และประเทศชาติผมของให้ทุกคนมีความสุข สนุกกันเต็มที่กับความฝัน และจินตนาการ แต่ก็อย่าลืมว่าความฝันกับความเป็นจริงนั้นมันคนละเรื่องกันนะครับ ก็อยากให้เก็บความสนุกตรงนี้ไปแรงผลักดัน ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และสังคม และการพัฒนาทางเศรษฐกิจดิจิทัลของชาติต่อไป”

หมายเหตุ: ภาพประกอบทั้งหมด (ยกเว้นภาพพลเอกประยุทธ์)ได้มาจากการถ่ายทอดสดการแข่งขันของเพจ Echo