สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 2-8 เม.ย. 2561

แม่สอดเข้มตรวจแรงงานเมียนมากลับบ้านช่วงสงกรานต์

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2561 พ.ต.อ.แมน รัตนประทีป “ผกก. MAN”  ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก(ด่านแม่สอด)  กล่าวว่า เพื่อเป็นการสนองนโยบายรัฐบาล  ที่มอบหมายนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ในเรื่องการอำนวยความสะดวกกับแรงงานชาวเมียนมาร์ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาบ้านเกิดเพื่อไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ในห้วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2561  ทางด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก(แม่สอด) จึงให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด ทุกนาย เพิ่มความเข้มข้นในการทำงาน โดยบูรณาการกำลัง ในการ อำนวยความสะดวกให้กับแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาที่เดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์  รวมทั้งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ  ที่จะเดินทางไปยังจังหวัดเมียวดี สหภาพเมียนมา ในช่วงสงกรานต์เช่นกัน ด้วยขณะนี้มีจำนวนแรงงานชาวเมียนมาเดินทางข้ามแดนจำนวนมาก ด่าน ตม.ตาก จึงจัดกำลังสนับสนุนและเพิ่มปริมาณช่องตรวจ ณ อาคาร Terminal ที่ช่องทางผ่านแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 1 บ้านริมเมย หมู่ 2 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อรองรับการให้บริการอย่างเต็มที่ ทำให้ผู้รับบริการสามารถใช้เวลาได้รวดเร็วขึ้นในการผ่านแดน

รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงนี้ก่อนที่จะเข้าสู่วันสงกรานต์ ได้มีชาวเมียนมา เดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อไปเที่ยวสงกรานต์ เยี่ยมญาติผู้ใหญ่ และไปรดน้ำดำหัว  พ่อ-แม่ บุพการี ตามประเพณี ทำให้ปริมาณการเดินทางออกทะลุ 13,000 ต่อวัน และคาดว่าในช่วงอีก 1-2 วันนี้จะมีปริมาณการเดินทางมากขึ้นอีก   ทำให้ ผู้กำกับ.MAN  ผกก.ด่าน ตม.ตาก(แม่สอด) จึงเพิ่มช่องทางออกและช่องตรวจ ที่ อาคาร Terminal  ทั้งนี้  แรงงาน 3 สัญชาติ ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมตั้งแต่วันที่ 5-30 เมษายน 2561 ตาม มติ คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561   อย่างไรก็ตามในส่วนการการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายนั้นทาง ด่าน ตม.ตาก ก็มีการเข้มงวดกวาดขัน การข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ควบคู่กับการระดมกำลังร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน ในแผนปฎิบัติกวาด ป้องกัน-ปราบปราม กวาดล้างอาชญากรรมและสิ่งผิดกฎหมาย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เช่นกัน

ที่มา: โพสต์ทูเดย์, 8/4/2561

สกัดคนไทยลักลอบไปทำงานเกาหลีใต้มากสุด

กรมการจัดหางานเผยสถิติเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศผ่านด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิกว่า 7,000 รายถูกระงับการเดินทางไปเกาหลีใต้มากที่สุดหลังพบพฤติการณ์ลักลอบไปทำงานกว่า 150 ราย เตือนระวังถูกหลอกทางเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจ

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2561 นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เดือนมี.ค.ที่ผ่านมาได้ระงับการเดินทางของคนหางานที่มีพฤติการณ์ลักลอบไปทำงานในต่างประเทศจำนวน 159 คน โดยส่วนใหญ่จะลักลอบไปทำงานเกาหลีใต้มากที่สุด 116 คน เป็นชาย 58 คน และหญิง 58 คน รองลงมาเป็นบาห์เรน คาซัคสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเช็ก ขณะที่มีคนงานไทยเดินทางไปทำงานและฝึกงานในต่างประเทศผ่านด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิ จำนวน 7,120 คน โดยไปทำงานไต้หวันมากที่สุด 3,316 คน รองลงมาคืออิสราเอล 735 คน เกาหลีใต้ 606 คน ญี่ปุ่น 370 คน

นายอนุรักษ์กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ถูกระงับการเดินทางคือมีพฤติการณ์จะลักลอบไปทำงานและให้การยอมรับว่าจะไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งกลุ่มบุคคลดังกล่าวมักจะถูกหลอกหรือชักชวนให้หลงเชื่อจากกลุ่มมิจฉาชีพทางสื่อออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายอยู่ในขณะนี้ หรือการชักชวนจากเพื่อนในหมู่บ้านเดียวกันที่เคยหลบหนีมาก่อนแล้ว โดยจะหลอกล่อว่ามีรายได้สูง สวัสดิการดี เช่น งานเกษตร งานในโรงงานอุตสาหกรรม งานนวดสปา งานบริการ เป็นต้น ทำให้คนหางานหลงเชื่อ โดยจะใช้วีซ่าท่องเที่ยวในการเดินทางไปทำงาน และเมื่อไปถึงแล้วกลับไม่มีงานให้ทำหรือไม่เป็นไปตามที่โฆษณาชวนเชื่อเอาไว้ ต้องอยู่อย่างหลบซ่อน ตกระกำลำบาก ไม่กล้าแจ้งทางการเพราะอยู่อย่างผิดกฎหมาย บางรายถูกจับกุม หรือบางรายเจ็บป่วยจนต้องเสียชีวิตตามที่เป็นข่าวก็มี อีกด้วย

นายอนุรักษ์ กล่าวเตือนว่า การไปทำงานต่างประเทศจะต้องไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตทำงาน มีสัญญาจ้างที่ผ่านการรับรองสัญญาจ้างจากหน่วยงานภาครัฐของทั้งสองประเทศ ซึ่งต้องตรวจสอบสัญญาจ้างงาน รวมทั้งศึกษาข้อมูลพื้นฐาน เช่น กฎหมาย ระเบียบ ประเพณีของประเทศปลายทางอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ ใช้วีซ่าท่องเที่ยวในการทำงานไม่ได้ โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลหรือแจ้งเรื่องร้องทุกข์ได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน โทร. 0-2248-2278 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

ที่มา: NEW18, 7/4/2561

ด่านผ่านแดนแน่น! แรงงานเมียนมากว่า 5,000 คน เดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2561 ที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย – เมียนมา บ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด จังหวัดตาก จำนวนนับกว่า 5,000 คน พร้อมด้วยสัมภาระ ได้เดินทางกลับไปยังภูมิลำเนา ผ่านด่านพรมแดนแม่สอด – เมียวดี สะพามมิตรภาพไทย – เมียนมา บ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด

ทั้งนี้เพื่อกลับไปพักผ่อนและเยี่ยมญาติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้บริเวณด่านพรมแดนเนืองแน่นไปด้วยแรงงานต่างด้าว เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก และทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบราบที่ 14 อ.แม่สอด ต้องทำงานหนัก และอำนวยความสะดวกให้กับแรงงาน

พันตำรวจเอกแมน รัตนประทีป ผกก.ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก กล่าวว่า แรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง บริเวณด่านพรมแดน ในวันนี้ มีจำนวนกว่า 5,000 คน ค่อนข้างมาก ทำให้ต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ต้องขยายช่องทางการตรวจสอบเอกสารการเดินทาง และเพิ่มเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองในการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ, 6/4/2561

ช่อง 3 เปิดเออร์ลี่ คุมรายจ่ายลดต้นทุน

แม้ว่าจะได้รับเสียงชื่นชมล้นหลามกับละครดัง “บุพเพสันนิวาส” ได้ทั้งเรตติ้งคนดู และเม็ดเงินโฆษณา แต่ภาพโดยรวมของกลุ่มบีอีซี เวิลด์ หรือช่อง 3 ยังตกอยู่ในภาวะต้องพลิกฟื้นสถานการณ์โดยเร่งด่วน หลังจากผลประกอบการมีปัญหาอย่างหนัก เนื่องจากเม็ดเงินโฆษณาที่ทำได้ลดลง ขณะที่มีช่องทีวีภายใต้การดูแลถึง 3 ช่อง ทำให้ตัวเลขรายจ่ายสูงมาก ทั้งต้นทุนบุคลากร และต้นทุนการผลิตรายการ

สะท้อนจากผลประกอบการปี 2560 ล่าสุด ที่มีกำไรเพียง 61 ล้านบาท ต้องงดจ่ายเงินปันผล พร้อมกับแผนเสนอขายหุ้นกู้ไม่เกิน 4,000 ล้านบาท เพื่อสร้างสมดุลต้นทุนทางการเงิน

รายงานข่าวจากกลุ่มบีอีซี เวิลด์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวทางของกลุ่มช่อง 3 จากนี้ไปจะลดรายจ่ายทุกด้าน ในส่วนต้นทุนพนักงาน ล่าสุดมีแผนเออร์ลี่รีไทร์เริ่มจากฝ่ายข่าว โดยเสนอผลตอบแทนสูงสุดให้ 10 เท่าของเงินเดือนและพนักงานรุ่นเก่าที่เดิมไม่มีกำหนดเวลาเกษียณอายุให้เข้าโครงการนี้ด้วย

“ที่ผ่านมาช่อง 3 เพิ่งมี HR ทีมใหม่เข้ามา ได้มีการกวดขันการทำงานในทุก ๆ ส่วน ทั้งเวลาการเข้างาน ค่าใช้จ่ายการทำงานในต่างจังหวัด”

ในส่วนการผลิตรายการได้ปรับผังใหม่ โดยเฉพาะช่อง 13 ที่มีการปรับผังรายการข่าวออกเกือบทั้งหมด ลดสัดส่วนรายการที่ผลิตเอง และหันใช้คอนเทนต์ที่ซื้อจากต่างประเทศซึ่งมีต้นทุนถูกกว่า และการรีรันคอนเทนต์เดิมเข้ามาทดแทน

ล่าสุดช่อง 3 ทดลองออกอากาศข่าว 3 มิติ จากเดิม 7 วัน เหลือ 6 วัน เพื่อเช็กเรตติ้งโดยส่งรายการใหม่แนวสยองขวัญ เข้ามาเสียบในคืนวันพฤหัสบดี ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาทดลองโมเดลนี้ 1 เดือน แม้ว่าที่ผ่านมาเรตติ้งข่าว 3 มิติ จะดีมากก็ตาม

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ, 6/4/2561

นายกสมาคมประมงอวนล้อมจับประเทศไทย ยื่นรัฐบาล 5 ข้อแก้ปัญหาผลกระทบจากประกาศใช้กฎหมาย ประกาศหยุดเรือทั่วประเทศ 9 เม.ย.

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.61 บริเวณลานวัฒนธรรมตรงข้ามศาลากลาง จ.ปัตตานี ผู้ประกอบการเรือประมงชาวประมง จ.ปัตตานี 1,000 คน นำโดย นายภูเบศ จันทนิมิ นายกสมาคมการประมง จ.ปัตตานี และนายกสมาคมประมงอวนล้อมจับ (ประเทศไทย) รวมตัวชุมนุม ถือป้ายมีข้อความ และปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล กรณีที่ไม่แก้ปัญหาความเดือนร้อนของชาวประมงส่งผลทำให้กิจการทำการประมง จ.ปัตตานี เสียหายนับ 10,000 ล้านบาท ทั้งเรือประมงไม่สามารถออกทำการประมงได้ เพราะเสี่ยงเรื่องผิดกฎหมาย

ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปโรงงานปลากระป๋องห้องเย็น โรงน้ำแข็ง โรงงานปลาป่น ส่วนหนึ่งต้องปิดกิจการ ส่วนเรือประมง หลายสิบลำต้องหยุดทำการประมงและขายเรือ รวมถึงคนทำงานที่สะพานปลา ทั้งอาชีพการเลือกปลา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านตกงานเพราะไม่มีปลาทำให้เสียหาย กิจการประมง ซึ่งเป็นรายได้หลักของจังหวัดปัตตานีต่างขาดทุนไปตามๆกัน ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไขจนทำให้ชาวประมงทนไม่ไหวจึงออกมาชุมนุม เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างจริงจัง

จากนั้นสมาคมต่างๆจำนวน 5 สมาคม ที่เกี่ยวข้องการทำประมง จ.ปัตตานี ทยอยยื่นหนังสือผ่านนายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เพื่อนำเสนอต่อไปยังรัฐบาลให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการประมง

นายภูเบศ กล่าวว่า กลุ่มชาวประมงมีความเดือดร้อนอย่างหนัก จึงนัดรวมตัวยื่นข้อเสนอทั้งหมด 5 ข้อ ประกอบด้วย1.ให้ทบทวนประกาศที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวประมงที่ต้องสุ่มเสี่ยงในการทำผิดกฎหมาย 2.ขอให้ชาวประมงมีส่วนร่วมในการทบทวนประกาศที่สร้างเงื่อนไขขัดกับวิถีประมงและบั่นทอนความมั่นคงในกิจการประมงไทยที่สืบทอดมายาวนานจากบรรพบุรุษ 3.ขอให้ตรวจสอบประกาศที่ออกโดยมิชอบ 4.ขอให้หยุดการออกประกาศใหม่ในระหว่างการทบทวนประกาศและ 5.ขอให้ช่วยเหลือเรื่องการขาดแคลนแรงงานในกิจการประมง โดยกลุ่มชาวประมง ทั้งผู้ประกอบการและแรงงานยืนยันหากยังไม่มีความคืบหน้า เรือประมงจะรวมตัวกันหยุดออกเรือพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่9เม.ย.และหากรัฐบาลไม่เร่งดำเนินการ กลุ่มชาวประมงทั่วประเทศ จะยื่นถวายฎีกาต่อไป

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ, 5/4/2561

เผย 'อีอีซี' ต้องการแรงงานกว่า 2.3 หมื่นอัตรา ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์

นายเจน นำชัยศิริ ประธาน ส.อ.ท.ในฐานะประธาน กกร.ว่า เศรษฐกิจไทยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยยังมีแรงส่งจากภาวะเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้การส่งออกของไทยเติบโตแข็งแกร่ง และการท่องเที่ยวก็ยังคงขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการส่งออกที่ขยายตัวมาก และการนำเข้าที่ขยายตัวในทุกหมวดทั้งสินค้าทุนและสินค้าเพื่อการบริโภค สะท้อนถึงการผลิตและการใช้จ่ายในที่ดีขึ้น

กกร.จึงปรับเพิ่มประมาณเศรษฐกิจใหม่ โดยปรับจีดีพี ปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.8-4.5% เพิ่มเป็น 4.0-4.5% การส่งออกจากเดิมคาดว่าขยายตัว 3.5-6.0% เพิ่มเป็น 5.0-8.0% และเงินเฟ้อทั่วไป จากเดิมขยายตัว 1.1-1.6% ลดลงเหลือ 0.7-1.2%

“ประมาณการเศรษฐกิจใหม่นี้ คำนวณบนพื้นฐานที่ค่าเงินบาทอยู่ในระดับ 31-32 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐน่าจะปรับสูงขึ้น เพราะในปีนี้สหรัฐน่าจะปรับดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง และปีหน้าอีก 3 ครั้ง น่าจะผลักดันให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐสูงขึ้นในช่วงต่อไป”

อย่างไรก็ตาม การที่อัตราเงินเฟ้อลดลงสวนทางกับตัวเลขเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น เนื่องมาจากสินค้าคอมมูนิตี้ต่างๆยังไม่ได้มีราคาที่เพิ่มขึ้น เช่น น้ำมัน และราคาสินค้าเกษตรเป็นต้น โดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตรที่ยังไม่ดีนัก ทำให้สินค้าในกลุ่มอาหารเพิ่มขึ้นต่ำ กดดันให้อัตราเงินเฟ้อต่ำ

ทั้งนี้ในระยะข้างหน้ายังคงมีประเด็นท้าทายที่อาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะเป็น ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ กับนานาประเทศ รวมทั้งการเปิดเผยรายงานนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าของสหรัฐ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐ ในเดือนเม.ย.นี้ ตลอดจนการปรับตัวของราคาสินค้าเกษตรบางรายการ และความคืบหน้าของการลงทุนภาครัฐ ซึ่ง กกร. จะติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด

นายเจน กล่าวว่า ในส่วนของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนนั้น ล่าสุดจีนได้ขึ้นภาษีสินค้าจากสหรัฐ 128 รายการนั้น มองว่าเป็นการบีบให้สหรัฐมานั่งโต๊ะเจรจา เพื่อหาข้อยุติสงครามการค้าที่เกิดขึ้น หากเจรจาไม่สำเร็จก็อาจจะเกิดสงครามการค้าที่รุนแรงตามมา

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นความกังวลจะเป็นเรื่องผลกระทบทางอ้อม ซึ่งหากจีนส่งเหล็กและสินค้าต่างๆไปยังตลาดสหรัฐไม่ได้ อาจจะหันไปเร่งการส่งออกไปยังตลาดอื่นๆรวมทั้งไทย ซึ่งรัฐบาลจะต้องเตรียมมาตรการรองรับ และการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ไม่ให้เกิดการดัมพ์สินค้ามายังประเทศไทย รวมทั้งสินค้าจีนอาจจะเข้ามาเป็นคู่แข่งกับสินค้าไทยในตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสินค้าที่มีราคาถูก

นอกจากนี้ กกร.เชิญนายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน หารือถึงความต้องการแรงงานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยได้สำรวจความต้องการของสถานประกอบการในอีอีซีแล้ว 60% พบว่ามีความต้องการแรงงาน 21,323 อัตรา ส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคการผลิต โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร ซึ่ง กกร. จะร่วมกับกระทรวงแรงงานอย่างใกล้ชิดในการประเมินความต้องการแรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆที่ชัดเจน เพื่อที่จะเร่งการผลิตบุคลากรในด้านต่างๆรองรับการขยายตัวของ อีอีซี ต่อไป

นายจรินทร์ กล่าวว่า แรงงานที่ต้องการแบ่งเป็นกลุ่มที่มีการศึกษาต่ำกว่า ม.6 จำนวน 9,506 คน รองลงระดับปริญญาตรี 3,817 คน ม.6 จำนวน 3,616 คน ปวส. 2,587 คน ปวช. 1,585 คน และ ปริญญาโทขึ้นไป 212 คน โดยสถานประกอบการต้องการแรงงานฝ่ายผลิตมากที่สุด รองลงมาเป็นฝ่ายบริการ ขายและการตลาด คลังสินค้าและขนส่ง

นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากการประเมินของ กกร. ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว1.1-1.6% ลดเหลือ 0.7-1.2% สาเหตุหลักมาจากราคาต้นทุนการผลิตไม่เพิ่ม และกำลังซื้อของประเทศยังไม่ฟื้นตัว รวมทั้งผู้ผลิตยังไม่ได้ใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มที่ เนื่องจากที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยซบเซาหลายปี แต่การที่เศรษฐกิจในช่วงกลางปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ที่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นระดับเดิมก่อนที่เศรษฐกิจจะทรุดตัว ทำให้ยังมีกำลังการผลิตเหลือ

“จากการประเมินตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ มองว่าเศรษฐกิจไทยจะต้องเป็นฟื้นตัวเป็นบวกติดต่อกัน 6 ไตรมาส จึงจะทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศฟื้นตัว ซึ่งคาดว่าหากเศรษฐกิจโตในระดับนี้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงกลางปีหน้า จึงจะทำให้กำลังซื้อของประเทศฟื้นตัว”

ที่มา: คมชัดลึก, 4/4/2561

ก.แรงงานสั่ง จนท.ปูพรมตรวจนายจ้างขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เริ่ม 1 เม.ย. 2561

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการค่าจ้างมีมติปรับค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2561 ที่ผ่านมานั้น กสร. ได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงานทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบกิจการเพื่อกำกับ ดูแล และตรวจติดตามการจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำตามอัตราใหม่ของสถานประกอบกิจการ เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด

พร้อมทั้งทำความเข้าใจกับนายจ้างให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย กรณีที่พบว่ายังมีการจ่ายค่าแรงไม่เป็นตามอัตราค่าจ้าง ขั้นต่ำใหม่ พนักงานตรวจแรงงานจะออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมายทันที โดยต้องเริ่มจ่าย ในอัตราใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป

แต่หากออกคำสั่งแล้วนายจ้างไม่ยอมปฏิบัติตามก็จะแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนว่านายจ้างไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งจะมีความผิดตามมาตรา 90 คือ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามา

ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะนายจ้างรู้หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ลูกจ้างรู้สิทธิของตนเองมากขึ้น และ ยังไม่ถึงรอบของการจ่ายเงินของนายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะจ่ายเป็นรายเดือน และราย 15 วัน ทั้งนี้ ได้กำชับให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจติดตามอีกครั้งในช่วงใกล้รอบการจ่ายเงินเดือนของสถานประกอบกิจการ

อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า ลูกจ้างที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถยื่นคำร้องได้ด้วยตนเองที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่กรุงเทพมหานคร 10 พื้นที่ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่ แต่หากไม่สะดวก หรือไม่มีเวลา ยื่นคำร้องออนไลน์ผ่าน www.labour.go.th

ที่มา: ว๊อยซ์ทีวี, 3/4/2561

ผู้ประกอบการ SME โคราช ยันปรับขึ้นค่าแรงไม่กระทบ

หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ โดยจังหวัดนครราชสีมา อยู่ในกลุ่มที่ได้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ วันละ 320 บาท เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการ ต้องปรับตัวกันอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งมีอยู่จำนวนมากในจังหวัดนครราชสีมา ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจกลุ่มธุรกิจค้าปลีก พบว่าได้มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้กับแรงงานหมดแล้ว โดยเฉพาะร้านหมอยาพลาซ่า ซึ่งเป็นธุรกิจเอสเอ็มอีร้านค้าปลีกของชาวโคราช ขณะนี้ได้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้กับลูกจ้างกันครบทุกคน

นายจักริน เชิดฉาย เจ้าของร้านหมอยาพลาซ่า เปิดเผยว่า สำหรับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในครั้งนี้ ถือว่าไม่หนักเหมือนคราวก่อน ซึ่งเคยปรับขึ้นจาก 180 บาท เป็น 300 บาท ครั้งนั้นธุรกิจเอสเอ็มอีล้มตายกันไปเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีทุนน้อยและต้องแบกรับภาระค่าจ้างแรงงานที่ปรับขึ้นครั้งเดียวเกือบเท่าตัว แต่ครั้งนี้จังหวัดนครราชสีมา อยู่ในกลุ่มที่ได้ปรับขึ้นค่าแรงจากเดิม 308 บาท เป็น 320 บาท ซึ่งขึ้นมาเพียง 12 บาท หรือคิดเป็นประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงไม่ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการมากนัก โดยเฉพาะร้านหมอยาพลาซ่า ที่ตนบริหารอยู่มีจำนวน 9 สาขา และมีลูกจ้างอยู่ประมาณ 150 คน ซึ่งส่วนใหญ่เกินครึ่งมีค่าแรงที่สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว ดังนั้นที่เหลืออีกไม่กี่คนตนก็ได้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้ครบทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกจ้างที่เพิ่งเข้ามาใหม่ จึงไม่ได้รับผลกระทบอะไร และตนเชื่อว่าธุรกิจเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ก็มีการเตรียมความพร้อมสำหรับเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงไม่น่าจะมีการปลดพนักงานออกแต่อย่างใด ถึงอย่างไรก็ตาม ในส่วนของสินค้าอุปโภคบริโภคนั้น ตนก็อยากให้รัฐบาลมีมาตรการควบคุมดูแลไม่ให้มีการปรับราคาขึ้นตาม เพราะถ้าปรับขึ้นราคาตามจะทำให้ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์อะไร จากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งนี้

ที่มา: สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น, 3/4/2561

สงกรานต์ปี 2561 จะมีแรงงานหยุดกลับบ้านกว่า 4.2 ล้านราย

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2561 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน แถลงโครงการส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 12 เม.ย. เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ โดยเป็นวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ รวม 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 - 16 เม.ย. และยังมีมติพิจารณาผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมาที่ทำงานในประเทศไทย ประเภทกรรมกร รับใช้ในบ้าน ช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเล ผู้ประสานงานด้านภาษา เดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์และให้กลับเข้ามาในประเทศไทย ได้ตั้งแต่วันที่ 5 -30 เม.ย. ในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีผู้ใช้แรงงานทั้งชาวไทยและต่างด้าวเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า คาดว่าจะมีคนไทยเดินทางกลับบ้านประมาณสี่ล้านคน และแรงงานต่างด้าวทางเข้า-ออก กว่าสองแสนคน กระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องแรงงานทุกคน และเพื่อให้เดินทางไปกลับได้อย่างปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ ตลอดจนมีความสะดวกในการเดินทาง จึงได้ขอความร่วมมือนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของลูกจ้างพนักงาน โดยเฉพาะในกิจการขนส่งจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องชั่วโมงการทำงาน เวลาพัก และการทำงานล่วงเวลา รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับเส้นทางการเดินทาง ตารางเวลารถโดยสาร เส้นทางการจราจร การเตรียมยานพาหนะและวินัยจราจร

ขอให้ลูกจ้าง วางแผนการเดินทางทั้งไปและกลับ เตรียมตัวให้พร้อม ส่วนลูกจ้างต่างด้าวต้องเตรียมเอกสารประจำตัวให้พร้อมเพื่อให้เดินทางผ่านเข้าออกได้อย่างสะดวก ได้ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างความร่วมมือกันส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย กระทรวงแรงงาน ยังได้เปิดคลินิกช่าง ให้บริการตรวจความพร้อมยานพาหนะที่ใช้เดินทาง เปิดให้บริการนวดผ่อนคลาย จัดรถบริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ แจกเวชภัณฑ์ให้กับผู้ใช้แรงงาน ตามสถานีขนส่งหลัก ตลอดจนเปิดบริการสายด่วน 1506 ให้ความช่วยเหลือ

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์, 3/4/2561

"ประกันสังคม" ห่วงผู้ประกันตนไม่มารับเงินกรณีชราภาพกว่า 4 แสนราย "เลขาธิการ สปส." แจง ร่อนหนังสือแจ้งเตือนไปแล้ว!

2 เม.ย. 2561- นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมได้มีการสำรวจจำนวนผู้ประกันตนที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง และมีสิทธิรับประโยชน์กรณีชราภาพที่ยังไม่มารับขอรับเงิน โดยการประมวลผลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทุกๆ 4 เดือน ที่ผ่านมาพบผู้ประกันตนที่ยังไม่ได้ขอรับเงินจำนวน 4 แสนกว่าราย (ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2560) แม้ว่าสำนักงานประกันสังคมได้มีหนังสือแจ้งเตือนผู้ประกันตนจำนวนดังกล่าวให้มารับเงินชราภาพแล้วก็ตาม

โดยหนังสือนั้นจะจัดส่งไปตามที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยคือ ที่อยู่ปัจจุบันของผู้ประกันตนไม่ตรงตามบัตรประจำตัวประชาชน หรือที่ให้ไว้กับสำนักงานประกันสังคมทำให้ผู้ประกันตนไม่ทราบสิทธิของตนเอง

สำหรับผู้ประกันตนที่ได้รับเงินชราภาพไปแล้วจะไม่ได้รับหนังสือแจ้งเตือนดังกล่าวอีก ทั้งนี้ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกันตนให้ตรวจสอบที่อยู่และติดต่อสำนักงานประกันสังคมเพื่อขอรับเงินชราภาพได้ทันที

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า ขอแจ้งให้ผู้ประกันตนที่เกษียณอายุและมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ให้มาติดต่อขอรับเงินชราภาพโดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาติดต่อกับสำนักงานประกันสังคมทุกแห่งได้ทันที โดยไม่ต้องรอหนังสือแจ้งเตือนจากสำนักงานประกันสังคม

อย่างไรก็ตามผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิและเงินชราภาพ หรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลประกันสังคม หมายเลขโทรศัพท์ 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ หรือผ่านทาง www.sso.go.th สำนักงานประกันสังคม

"ขอให้ลูกจ้าง ผู้ประกันตนเชื่อมั่นในการดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคม เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันยังจะนำไปสู่การยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวมของประเทศ โดยยึดหลักการดำเนินงานที่โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ"นพ.สุรเดช กล่าว

ที่มา: คมชัดลึก, 2/4/2561

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น