1 ปีไม่คืบ แม่ไผ่ ดาวดิน ฟ้องสัสดีให้ข่าวไผ่หนีเกณฑ์ทหาร

ผ่านมาหนึ่งปีคดียังไม่คืบหน้า แม่ไผ่ ดาวดินฟ้องสัสดีภูเขียว และสื่อฯ กรณีให้ข่าวไผ่ดาวดินหนีทหารเกณฑ์มาตลอด ไม่เคยขอผ่อนผัน แต่ความจริงแล้วไผ่ เรียน รด. แม่ตั้งข้อสังเกตตอนเป็นจำเลยคดีรวดเร็ว แต่พอเป็นโจทก์คดีกลับเดินช้า อัยการแจงสำนวนจาก ตร. ยังไม่สมบูรณ์

พาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันที่ 11 เม.ย. 2560

รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ออกอากาศเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2560

ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งปีก่อนข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐตอนหนึ่ง ระบุว่า สัสดีแฉ ไผ่ ดาวดิน หรือจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หลบหนีการเกณฑ์ทหารหลายปีแล้ว และไม่เคยขอผ่อนผัน และจากนี้ต้องมีการดำเนินคดีทางกฎหมาย นอกจากนี้ยังเนื้อหาข่าวใน เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ ในเรื่องเดียวกันด้วย โดยมี พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ มณฑลทหารบกที่ 23 เป็นผู้ให้ข่าว ขณะเดียวกันเรื่องดังกล่าวยังได้ถูกนำไปเผยแพร่ต่อในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ด้วย

หลังจากที่รายงานข่าวออกไป พริ้ม บุญภัทรรักษา แม่ของไผ่ ดาวดิน ได้ออกมาให้ข้อมูลกับประชาไทว่า ได้เดินทางไปที่ทำการสัสดีอำเภอภูเขียว เพื่อนำเอกสารไปชี้แจงให้ทางสัสดีได้ทราบว่า ไผ่ไม่ได้หลบหนีการเกณฑ์ทหาร ตามที่ทหารได้มีการให้ข่าวไป โดยได้นำเอกสาร หนังสือสำคัญประจำตัวแสดงวิทยฐานะที่แสดงว่า จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ได้สำเร็จการฝึกวิชาทหาร ชั้นปีที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2552 จากสำนักศึกษา โรงเรียนภูเขียว พร้อมกับเอกสารสำคัญ สด.1 ใบขึ้นบัญชีทหารกองเกิน เพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน

พริ้มระบุด้วยว่า หลังจากที่นำเอกสารไปยืนยัน สัสดีอำเภอภูเขียวได้บอกแต่เพียงว่า งั้นก็ไม่เป็นไร ทั้งนี้เธอยังได้พยายามถามว่าเพราะอะไรจึงมีการให้ข่าวในทางเสื่อมเสียแบบนี้กับลูกชายของเธอ คำตอบที่เธอได้รับคือ ไม่ทราบ จากนั้นเธอได้ขอให้ทหารรับผิดชอบในการแก้ไขข่าวได้หรือไม่ คำตอบที่เธอได้รับคือ ตอนนี้ไม่สามารถติดต่อนักข่าวได้  และเธอยังไม่ได้รับคำขอโทษแต่อย่างใด

ต่อมาในวันที่ 12 เม.ย. 2560 พริ้มได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับสัสดีผู้ให้ข่าว และสื่อมวลชนที่รายงานข่าวโดยไม่มีการเช็คข้มมูลก่อน ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ระยะเวลาผ่านมาหนึ่งปี ประชาไทสอบถามไปยัง สุวิจักรณ์ มงคลเสาวณิต อัยการจังหวัดขอนแก่นได้ข้อมูลลว่า ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนฟ้องมายังอัยการจังหวัดขอนแก่นเรียบร้อยแล้ว แต่อัยการเห็นว่าสำนวนดังกล่าวไม่มีความสมบูรณ์เนื่องจากผู้ที่ถูกฟ้องคือ สัสดี กับพวก โดยพวกในที่นี้หมายถึงสื่อมวลชน แต่ทางพนักงานสอบสวนไม่ได้สอบปากคำสื่อมวลชนดังกล่าวแล้วใส่มาในสำนวนด้วย จึงได้ยื่นสำนวนดังกล่าวกลับไปยัง พ.ต.ท.สมบัติ กำบุญมา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดยพนักงานสอบสวนจะต้องส่งสำเนาที่สมบูรณ์แล้วให้อัยการภายในวันที่ 30 พ.ค. นี้

ขณะที่ พริ้ม ตั้งข้อสังเกตว่า ในกรณีที่ไผ่ ดาวดินตกเป็นจำเลยพบว่ามีการดำเนินการในทางคดีที่รวดเร็วมาก อย่างเช่นกรณีการแจกเอกสารไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญซึ่งล่าสุดศาลได้ยกฟ้องไปแล้วนั้น ระยะเวลาที่พนักงานสอบสวนทำสำนวน ผ่านขั้นตอนของอัยการ ไปสู่การส่งฟ้องใช้เวลาไม่เกินหนึ่งเดือนเท่านั้น แต่เมื่อไผ่เป็นผู้ฟ้องคดีความกลับมีการดำเนินการที่ล่าช้า

ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานด้วยว่า เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ยังคงเผยแพร่รายงานข่าวชิ้นดังกล่าวอยู่ในเว็บไซต์โดยไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเนื้อหา และช่องยูทูปรายการเรื่องเล่าเช้านี้ก็ยังไม่ได้ถอดคลิปรายงานข่าวชิ้นดังกล่าวเช่นกัน

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์