ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.เทคโนโลยีป้องกันประเทศ ส่ง สนช.พิจารณา

คณะรัฐมนตรีมีมติ อนุมัติหลักการ ร่าง พ.ร.บ.เทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. .... เห็นชอบโครงการบ้านพักข้าราชการ (บ้านหลวง) ปี 61  และโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 61

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา รายงนข่าวระบุว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติ อนุมัติหลักการ ร่าง พ.ร.บ.เทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของกระทรวงพาณิชย์  กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงบประมาณ ไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป

ครม.ยังรับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา และกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ต้องออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ และ ให้ยกเว้นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2549 (เรื่อง ขั้นตอน การจัดตั้งองค์การมหาชน) และให้กระทรวงกลาโหมเร่งรัดดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว แล้วแจ้งผลการดำเนินการไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อประกอบการพิจารณาของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไป ให้กระทรวงกลาโหมรับความเห็นของกระทรวงพาณิชย์ สำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงบประมาณไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.เทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. .... นั้น ประกอบด้วย 

1. กำหนดคำนิยาม “เทคโนโลยีป้องกันประเทศ” “การพัฒนา” “อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” 

2. กำหนดให้มีคณะกรรมการจำนวน 2 คณะ ดังนี้ 2.1 คณะกรรมการนโยบายเทคโนโลยีป้องกันประเทศทำหน้าที่หลักในการกำหนดนโยบายและเป้าหมายในด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ กำหนดแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาครัฐและภาคเอกชนในการดำเนินกิจการเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เป็นต้น 2.2 คณะกรรมการสำนักงานเทคโนโลยีป้องกันประเทศทำหน้าที่หลักในการควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของสำนักงาน

3. กำหนดให้มี “สำนักงานเทคโนโลยีป้องกันประเทศ” หรือ สทป. เป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือรัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น

4. กำหนดให้ สทป. ดำเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศเป็นวัตถุประสงค์หลัก โดยได้เพิ่มเติมในวัตถุประสงค์ด้านสำคัญ เช่น 4.1 การศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ 4.2 การผลิต ประกอบรวม ปรับปรุง ซ่อมสร้าง เปลี่ยนสถานะ แปรสภาพ ขาย แลกเปลี่ยน ให้ ให้ยืม ให้เช่า และให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีป้องกันประเทศ รวมถึงการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร 4.3 การส่งเสริมและสนับสนุนกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานอื่นของรัฐ และภาคเอกชน ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และ 4.4 การทดสอบและรับรองผลการทดสอบตามมาตรฐานยุทโธปกรณ์และยุทธภัณฑ์

5. กำหนดให้ สทป. ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ กฎหมายว่าด้วยโรงงานผลิตอาวุธของเอกชน กฎหมายว่าด้วยโรงงานอุตสาหกรรม และกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน

เห็นชอบโครงการบ้านพักข้าราชการ (บ้านหลวง) ปี 61 

ครม. พิจารณาการขอความเห็นชอบโครงการบ้านพักข้าราชการ (บ้านหลวง) ปี 2561 ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ แล้วมีมติดังนี้ 1. เห็นชอบในหลักการโครงการบ้านพักข้าราชการ (บ้านหลวง) ปี 2561 ภายใต้แผนแม่บท การพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ดำเนินการโดยกรมประชาสัมพันธ์ ภายในวงเงินงบประมาณ 153.9932 ล้านบาท ตามที่ พม. เสนอ ทั้งนี้ ให้กรมประชาสัมพันธ์รับความเห็นของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณไปพิจารณาและดำเนินการต่อไป

2. ให้กรมประชาสัมพันธ์พิจารณาแนวทางการจัดรัฐสวัสดิการอย่างเหมาะสม โดยให้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าพักอาศัยในโครงการให้มีความชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มข้าราชการผู้มีรายได้น้อยเป็นลำดับแรก รวมถึงจัดทำมาตรการดำเนินการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย เช่น การจัดระเบียบการอยู่อาศัย การเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางสำหรับใช้ในการบำรุงรักษาอาคารและสภาพแวดล้อมทั่วไป และกำหนดเงื่อนไขระยะเวลาในการอยู่อาศัยของโครงการ เช่น เมื่อข้าราชการมีระดับรายได้เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดต้องออกจากโครงการและไปใช้สิทธิอื่น ตลอดจนพิจารณารูปแบบการก่อสร้างและขนาดการลงทุนที่เหมาะสมและเป็นไปตามบัญชีราคามาตรฐานสิ่งก่อสร้างของสำนักงบประมาณเพื่อให้การใช้งบประมาณของภาครัฐเกิดประโยชนฺสูงสุด ตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

3. การดำเนินโครงการทำนองนี้ในโอกาสต่อไป ให้ พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคำนึงถึง ความเหมาะสมและความสะดวกในการเดินทางของข้าราชการจากบ้านไปที่ทำงานเพื่อให้สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของข้าราชการกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง

เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 61

นอกจากนี้ ครม. ยังมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบการดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 ตามมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ซึ่งเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากโครงการฯ ปีการผลิต 2560

2. เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ทดรองจ่ายเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยแทนรัฐบาล ในส่วนของงบประมาณเพิ่มเติม จำนวน 1,586,826,253.06 บาท และเบิกเงินชดเชยตามจำนวนที่จ่ายจริง พร้อมด้วยอัตราเฉลี่ยดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 6 เดือน ประเภทบุคคลธรรมดาของ 4 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ (FDR) บวกร้อยละ 1 ต่อปี ในปีงบประมาณถัดไปให้กับ ธ.ก.ส.

3. มอบหมายให้ ธ.ก.ส. ดำเนินการขายกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 ให้ได้ตามเป้าหมาย โดยเกษตรกรผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกใช้บริการพร้อมเพย์ (Promptpay) ในการรับ-โอนค่าเบี้ยประกันภัยและค่าสินไหมทดแทน พร้อมทั้งให้ ธ.ก.ส. บริหารจัดการความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ให้สอดคล้องกับหลักการประกันภัย และร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย (สมาคมฯ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการฯ รวมทั้งให้ความรู้ด้านการประกันภัยแก่เกษตรกรและบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้าง ความตระหนักรู้ในความสำคัญของการประกันภัย

4. มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกาตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ประสานงานกับ ธ.ก.ส. และสมาคมฯ ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลเอกสารทะเบียนเกษตรกรแบบประมวลรวบรวมความเสียหายและ  การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย (แบบ กษ 02) และแบบรายงานข้อมูลความเสียหายจริงของเกษตรกร(แบบ กษ 02 เพื่อการรับประกันภัย) ตลอดจนดำเนินการเพื่อให้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพของฐานข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ เพื่อรองรับการเพิ่มพื้นที่เป้าหมายในอนาคต และรองรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้รวดเร็วและถูกต้องมากขึ้น พร้อมทั้งให้กรมส่งเสริมการเกษตรเก็บข้อมูลพื้นที่ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินพ.ศ. 2556 โดยแยกประเภทพืชต่าง ๆ

5. มอบหมายให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกรุงเทพมหานคร ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการในการตรวจสอบเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายแต่มิได้อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการฯ เช่นเดียวกับการดำเนินการของโครงการฯ  ในปีการผลิต 2559 และ 2560 และให้คณะกรรมการดังกล่าวดำเนินการรับรองความเสียหายของเกษตรกรในกลุ่มข้างต้น และจัดส่งข้อมูลให้ ธ.ก.ส. และสมาคมฯ เพื่อพิจารณาดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

6. มอบหมายให้สำนักงานการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปีให้เป็นไปตามรูปแบบและหลักเกณฑ์ของการรับประกันภัยของโครงการฯ ปีการผลิต 2561 รวมทั้งอนุมัติกรมธรรม์และอัตราเบี้ยประกันให้แล้วเสร็จและสามารถเริ่มรับประกันภัยในปีการผลิต 2561 ได้ทันทีภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบโครงการฯ ปีการผลิต 2561 และดำเนินการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนประชาสัมพันธ์โครงการฯ ปีการผลิต 2561 ในภาพรวมและเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

7. มอบหมายให้ ธ.ก.ส. เตรียมการเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มที่ได้รับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยจากธ.ก.ส. ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการรับภาระโดยจ่ายเบี้ยประกันส่วนหนึ่งในการดำเนินโครงการฯ ปีการผลิต 2562 เป็นต้นไป

8. มอบหมายให้สมาคมฯ ประสานงานกับ ธ.ก.ส. และกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ พัฒนาระบบการประกันภัยและการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการฯปีการผลิต 2561 เพื่อให้เกษตรกรผู้เอาประกันภัยได้รับประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ ในส่วนของงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินโครงการฯ ปีการผลิต 2561 เห็นควรให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ สำหรับการดำเนินโครงการฯ ปีการผลิต 2562 เห็นควรให้กระทรวงการคลังปรับปรุงแนวทางการดำเนินโครงการฯ โดยให้เกษตรกรได้เพิ่มการมีส่วนร่วมในการรับภาระค่าเบี้ยประกันภัยแทนเงินอุดหนุนจากภาครัฐต่อไปตามนัยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2560 (เรื่อง โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2560) ด้วย

 

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์