ใบตองแห้ง: สงกรานต์ไทยไม่สนุก

จะสนุกได้ไง ยังไม่ทันเริ่มเลย ก็ต้องไล่ดูข้อห้ามข้อบังคับ “เล่นสงกรานต์อย่างไรไม่ให้ถูกตำรวจจับ”

แถมปีนี้กำลังอินเทรนด์บุพเพสันนิวาส ฟินความเป็นไทย โหนกระแสกันใหญ่ ทั้งภาครัฐภาคเอกชน เช่น (พาดหัวข่าว) “ห้างบูมสงกรานต์เฟสติวัล ประชันอีเวนต์วิถีไทย” รัฐก็ปลุกไทยนิยมในนิยามเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจ หน่วยงานต่างๆ แข่งกันจัดงานแต่งชุดไทยโบราณ เล่นสงกรานต์ ย้อนยุค ทะลุมิติ ห่มสไบ ฯลฯ

นิด้าทำโพลมีคนเห็นด้วยล้นหลาม สมควรแต่งชุดไทยเล่นน้ำวันสงกรานต์ ช่วยปลุกจิตสำนึกเยาวชน สืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม อวดชาวต่างชาติ มีแค่ 1 ใน 3 ที่พูดตรงๆ ว่าไม่อยากแต่ง เพราะไม่สะดวก ไม่คล่องตัว ยุ่งยาก ไม่เหมาะกับสภาพอากาศ ใส่เสื้อยืดออกไปสาดน้ำกันดีกว่า

นั่นดิ อยากรู้จัง จะมีใครใส่ชุดไทยนั่งหลังรถกระบะ แต่ถ้ามีสาวประเภทสองใส่ตะเบ็งมานมาสาดน้ำแดนซ์กระจาย พวกรักษ์ความเป็นไทยคงดิ้นพล่าน

สงกรานต์เป็นประเพณีไทยพื้นบ้าน ซึ่งแน่ละ มีประเพณีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ขนทรายเข้าวัด แต่ก็มาพร้อมกับการละเล่นสนุกสนาน เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เปิดให้ “ปลดปล่อย” ยอมให้ละเมิดหรือเป็นขบถต่อข้อห้าม จารีตประเพณีต่างๆ โดยไม่ถือสา คนไทยจึงเล่นน้ำกันอย่างเสมอภาค ข้ามรุ่น ข้ามอาวุโส ข้ามยศถาบรรดาศักดิ์ (แบบจับพระโยนน้ำก็มีมาแต่โบราณ)

สงกรานต์พื้นบ้านจึงสวนทางกับความเป็นไทยอันดีงามของรัฐ เหมือนประเพณีพื้นบ้านแทบทุกอย่างนั่นละครับ สวนทางกับความเป็นไทยในหนังสือเรียน ในคู่มือของกระทรวงวัฒนธรรม ที่มุ่งปลูกฝังให้คนไทยพับเพียบเชื่อฟัง

ดังนั้น ยิ่งโหมความเป็นไทยเท่าไหร่ สงกรานต์แบบบ้านๆ ที่เล่นกันสนุกสนาน จนวิวัฒนาการมาเป็นสงกรานต์รถกระบะ ก็ยิ่งกลายเป็น “ไม่ใช่ไทย” ทำอะไรก็จะผิดไปหมด ต้องดูให้ดีว่าแต่ละปีมีข้อห้ามข้อบังคับอะไร เอาถังเอาโอ่งขึ้นได้ไหม ยอมให้วิ่งถนนสายไหนบ้าง ประแป้งกันได้หรือเปล่า

เมื่อมันยุ่งยากอย่างนี้ก็ไม่รู้จะเล่นทำไม บางพื้นที่ก็เลยหายๆ ไป แบบวันก่อนผมแวะอำเภอหนึ่งในภาคกลาง ลองถามๆ ยังเล่นสงกรานต์อยู่ไหม เขาบอกมีสรงน้ำพระแล้วเล่นวันเดียว เพราะตั้งแต่วุ่นๆ กันเรื่องรถกระบะเรื่องถังน้ำ ก็เลิกดีกว่า

อันที่จริงไม่ต้องไปดูอื่นไกล แถวชานกรุง เมื่อก่อนยังมีรถสงกรานต์วิ่งสาดน้ำกับเด็กๆ ข้างทาง เดี๋ยวนี้ห้ามหมด อยากเล่นน้ำต้องไปข้าวสาร สีลม หรือสวนสนุกที่มีอีเวนต์

ขณะที่วัยรุ่นสมัยนี้ก็เป็นโรคผิวบาง กลัวแดด เปลี่ยนไปเล่นสงกรานต์ตอนค่ำตามผับ (เป็นไทยมาก)

ใช่เลยครับ รัฐมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ควบคุมไม่ให้ทะเลาะวิวาท หลักๆ ไม่กี่ข้อ เมาแล้วขับโทษหนัก รถกระบะเล่นน้ำต้องขับช้า อย่าใช้ปืนฉีดน้ำแรงสูง และจัดหนักพวกลวนลามทางเพศ

แต่ที่มักจะเกินมาก็คือข้ออ้าง “ความเป็นไทยอันดีงาม” ซึ่งเดี๋ยวก็เป็นการรณรงค์ เดี๋ยวก็เป็นข้อห้าม ปะปนกันโดยไม่รู้ว่าเพื่อความปลอดภัย หรือเพราะขัดหูขัดตา

โดยกระแสสังคมที่อินเทรนด์ความเป็นไทย ก็มักสนับสนุน ทั้งที่คนชั้นกลางระดับบนในกรุง ส่วนใหญ่ไม่เคยเล่นสงกรานต์ หยุดยาวก็ไปเที่ยวญี่ปุ่น

การห้ามอะไรไว้เยอะๆ ยังเป็นเรื่องง่ายดี สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐผู้รับผิดชอบ การรณรงค์ให้เกินๆ ไว้ก็ยิ่งดี สำหรับนักรณรงค์ศีลธรรม ตัวอย่างเช่น “สงกรานต์ปลอดเหล้า” ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เหล้าอยู่คู่สงกรานต์มาแต่โบราณ ปีใหม่ของทุกชนชาติคือการเริ่มฤดูผลิตใหม่ เอาผลผลิตที่ได้ไปหมักบ่มบวงสรวงแล้วเลี้ยงฉลองกัน

เราต้องการแค่เมาไม่ขับ เมาแล้วไม่วิวาท แต่ที่เขาตั้งวงในหมู่เพื่อนฝูงญาติมิตร เปิดเพลงเล่นน้ำแดนซ์อยู่ข้างทาง นอกจากไม่มีทางห้ามได้ ยังเป็นสิทธิเสรีภาพอีกต่างหาก

ว่าที่จริง รัฐไทยก็ลักลั่นกับสงกรานต์ความเป็นไทย เพราะสงกรานต์เป็นจุดขายของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเอามาแถลงอย่างดีใจทุกเทศกาล สงกรานต์ ปีใหม่ วันพระใหญ่ ว่าทำให้เงินสะพัด

สงกรานต์มีจุดขายที่ความสนุก ฝรั่งต่างชาติครึกครื้น หลั่งไหลมาเล่นน้ำ แต่พอรัฐพยายามชูประเพณีอันดีงาม ปีที่แล้วฝรั่งถอดเสื้อเล่นน้ำต่อหน้ารัฐมนตรีก็โดนตำรวจจับ กระนั้น จะห้ามอะไรจริงจังก็กลัวต่างชาติไม่มาเที่ยว ไม่ได้เงินเข้ากระเป๋า

ความเป็นไทยอันดีงามก็เลยลักลั่นเช่นนี้เอง เพราะความเป็นไทยที่ต้องการกันจริงๆ ต้องขายได้ด้วย

 

ที่มา: www.khaosod.co.th

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai