แอมเนสตี้แถลงการโจมตีในซีเรียต้องไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อพลเรือน จี้รัฐบาลทรัมป์ต้องรับผู้อพยพ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงการโจมตีในซีเรียต้องไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อพลเรือน จี้รัฐบาลทรัมป์ต้องเปิดประตูอีกครั้งเพื่อเปิดรับผู้คนที่พยายามหลบหนีจากความรุนแรงในซีเรีย

16 เม.ย.2561 จากกรณี สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ได้เปิดฉากการโจมตีเป้าหมายในซีเรีย ล่าสุดนั้น วานนี้ (15 เม.ย.61) ราเอ็ด จาร์ราร์ (Raed Jarrar) ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ประจำที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สหรัฐฯ จึงได้ออกแถลงการณ์ดังนี้ 

“หกปีที่ผ่านมาประชาชนในซีเรียต้องทนทุกข์ทรมานกับการโจมตีทำร้าย รวมทั้งการใช้อาวุธเคมี ซึ่งหลายครั้งรุนแรงถึงขั้นเป็นอาชญากรรมสงคราม จำเป็นต้องมีการดำเนินงานอย่างระมัดระวัง เพื่อลดอันตรายจากปฏิบัติการทางทหารต่อพลเรือนให้เหลือน้อยสุด ประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวว่าจะสูญเสียชีวิตจากการโจมตีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะต้องไม่ถูกลงโทษซ้ำเติมเนื่องจากข้อกล่าวหาว่ามีการละเมิดของรัฐบาลซีเรีย”

“ประชาชนหลายล้านคนได้หลบหนีจากความรุนแรงและการปราบปรามในซีเรีย รัฐบาลทรัมป์ต้องไม่หันหลังให้กับความทุกข์ยากของผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ด้วยการห้ามไม่ให้ผู้อพยพจากซีเรียเข้าสหรัฐฯ ถึงเวลาที่สหรัฐฯ ต้องเปิดประตูอีกครั้งเพื่อเปิดรับผู้คนที่พยายามหลบหนีจากความรุนแรงในซีเรีย”