ส.วิจัยระบบสาธารณสุข จับมือ สาธารณสุขน่าน พัฒนาเครือข่ายสร้างวิจัยพื้นที่

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่านร่วมบันทึกความร่วมมือพัฒนาเครือข่ายสร้างวิจัยพื้นที่ ส่งเสริมสุขภาพ-ป้องกันโรคอย่างมีส่วนร่วม 

18 เม.ย.2561 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) แจ้งว่า สวรส. และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน (สสจ.น่าน) ร่วมบันทึกความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาเครือข่ายประชาคมสุขภาพจังหวัดน่าน ในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคอย่าง มีส่วนร่วม โดยให้ความสำคัญกับการใช้ความรู้ ควบคู่กับการระดมประสบการณ์ในพื้นที่และภูมิปัญญาของประชาชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบการจัดการงานวิจัยที่สามารถสร้าง สื่อสาร และใช้ประโยชน์จากความรู้ มาจัดการและพัฒนาสุขภาพของประชาชนน่าน เมื่อเร็วๆนี้ ที่โรงแรมเทวราช จ.น่าน

นพ.พีรพล  สุทธิวิเศษศักดิ์  ผู้อำนวยการ สวรส. กล่าวว่า เรารู้กันดีว่าเรื่องสุขภาพ ไม่ใช่เป็นเรื่องของกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของทุกคน และ จ.น่านก็มีประชาคมและเครือข่ายที่เข้มแข็งมาโดยตลอด ที่ผ่านมา สวรส. ได้เรียนรู้จากการทำงานวิจัยร่วมกันกับประชาคมเมืองน่านค่อนข้างมาก จึงทำให้เกิดเป็นความร่วมมือในครั้งนี้ที่ไม่ได้เป็นเพียงความร่วมมือของ สวรส. กับ สสจ.น่าน เท่านั้น หากแต่ภายใต้การทำงานของ สสจ.น่าน จะมีประชาคมน่านมาทำงานร่วมด้วย เพื่อให้ความรู้ที่ได้จากการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ส่งผลให้ประชาชนเมืองน่านมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

“น่าน น่าจะเป็นจังหวัดแรกที่สามารถประยุกต์ข้อจำกัดในระบบราชการมาทำเรื่องการบริหารจัดการงานวิจัยเพื่อให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ได้จริง โดยไม่ได้เอาอุปสรรคเป็นตัวตั้งต้น แต่เอางานเป็นตัวตั้ง ควบคู่กับการทำงานร่วมกับประชาคมน่านอย่างต่อเนื่องและเข้มแข็ง สอดคล้องกับแผนการพัฒนาประเทศที่มีสาระหลักเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม สนับสนุนให้สังคมทำงานแบบมีส่วนร่วม ซึ่ง จ.น่าน ดำเนินการไปในทิศทางนั้นอยู่แล้ว” ผอ.สวรส. กล่าว

นพ.นิพนธ์ พัฒนกิจเรือง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมีประชาคมที่เข้มแข็ง และมีการทำงานด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างๆอยู่แล้ว แต่ขาดการบันทึกและจัดการความรู้ให้เป็นข้อมูลทางวิชาการที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเรื่องต่างๆ ได้ ที่ผ่านมาจังหวัดน่าน มักจะเป็นพื้นที่ที่มีนักวิชาการภายนอกเข้ามาทำงานในประเด็นต่างๆ จำนวนมาก แต่สุดท้ายนักวิชาการก็หอบข้อมูลไปหมด ทั้งฐานข้อมูล ข้อสรุป การเรียนรู้แล้วไม่กลับมาต่อยอดงานวิจัยนั้น เช่นเดียวกับอีกหลายจังหวัด ส่งผลให้พื้นที่บอบช้ำกับนวัตกรรมและวิชาการ ไม่ได้รับประโยชน์และไม่สามารถต่อยอดเพื่อการพัฒนาได้

นพ.นิพนธ์ กล่าวด้วยว่า คนน่านและประชาคมน่าน จึงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหรือพัฒนาเรื่องต่างๆ ด้วยตนเอง เพื่อความยั่งยืนในอนาคต การพัฒนาด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในครั้งนี้ สวรส. ได้ส่งเสริมและสนับสนุน เพื่อให้เกิดการเสริมความรู้ที่พื้นที่สามารถพึ่งตนเองได้ นับเป็นการกระจายอำนาจอย่างหนึ่ง เนื่องจากพื้นที่สามารถกำหนดทิศทางงานวิจัย และเลือกได้เองว่าอะไรสำคัญ ดังนั้นการบันทึกความร่วมมือถือเป็นความตั้งใจจริง โดย สวรส. จะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาศักยภาพทั้งด้านการทำวิจัย และการจัดการงานวิจัย เพื่อการพัฒนาด้านสุขภาพที่ประชาคมน่านจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่

ด้าน พญ.วัชรา  ริ้วไพบูลย์ ผู้จัดการสำนักจัดการงานวิจัยและประสานโครงการ สวรส. กล่าวว่า ความร่วมมือกันในครั้งนี้ เกิดจากการทำงานร่วมกันเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และเป็นความร่วมมือกันในการสร้างความรู้เพื่อการพัฒนาสุขภาพของประชากรในเมืองน่าน  โดย สวรส. ได้สนับสนุนทุนวิจัยให้กับตัวแทนนักวิจัยจาก สสจ.น่าน และใช้ทุนทั้งของ สวรส. และ สสจ.น่าน โดยมีภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพื่อให้เกิดการกำหนดนโยบายด้านการสร้างเสริมสุขภาพให้กับประชาชนเมืองน่านได้มีสุขภาพที่ดี ซึ่งเป็นการดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ในระดับพื้นที่ นอกจากนี้ การแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า นโยบายจะให้ดีแค่ไหน แต่ถ้ากระบวนการที่นำลงไปสู่การปฏิบัติ ไม่มีส่วนร่วม ไม่มีกระบวนการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่แล้ว นโยบายก็ไม่อาจบรรลุเป้าหมายได้ ผลลัพธ์ทางสุขภาพของประชาชนก็ไปไม่ถึง ขณะเดียวกัน เห็นพลังของชาวเมืองน่านที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ไปสู่การพัฒนานโยบายที่ตอบสนองโจทย์ของพื้นที่มากยิ่งขึ้น

“สวรส. จึงเล็งเห็นว่า ควรมีระบบหรือกลไกในพื้นที่ ที่สามารถช่วยสนับสนุนและส่งเสริม ทั้งในเรื่องการสร้างความรู้ พัฒนาความรู้ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ และนำไปสู่การมีข้อเสนอเชิงนโยบาย หรือการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับบริบทในพื้นที่เมืองน่าน ซึ่งการบันทึกความร่วมมือฯ จะเป็นการสานต่อความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง” พญ.วัชรา กล่าว

อนึ่ง การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2561 เป็นต้นไป โดยความร่วมมือดังกล่าว นอกจากจะเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาด้านสุขภาพ และระบบการจัดการงานวิจัยในพื้นที่เมืองน่านแล้ว ยังส่งเสริมให้เกิดโอกาสในการพัฒนาขีดความสามารถในการทำวิจัยและการจัดการงานวิจัยของประชาคมเมืองน่าน ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการวิจัย และการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันต่อไปในอนาคตอีกด้วย

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์