อัพเดทล่าสุดเมื่อ 5 ชั่วโมง 3 นาที ที่ผ่านมา

'สมชัย' ถอนตัวสมัครเลขา กกต.

'สมชัย' เผยขอถอนตัวจากสมัครเลขาฯ กกต.แล้ว หลังได้รับประสานว่าคุณสมบัติไม่ครบ ระบุไม่ฟ้องศาลขอพิสูจน์สิทธิ์ ไม่อยากให้ กกต.ลำบากใจ วางอนาคตทำงานที่เหมาะสมจะเป็นงานวิชาการหรือการเมืองก็ได้ ด้าน 'องอาจ' เรียกร้องสรรหา กสทช.ต้องโปร่งใส
 
สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (แฟ้มภาพประชาไท)
 
22 เม.ย. 2561 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่าได้ส่งหนังสือถอนตัวจากการสมัครเลขาธิการ กกต.ต่อประธานคณะกรรมการสรรหาแล้วในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับการประสานว่าขาดคุณสมบัติเพราะตำแหน่งงานในอดีต ในฐานะรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ใช่ตำแหน่งนักบริหารระดับต้นตามประกาศของ กกต. ซึ่งไม่ติดใจที่จะอุทธรณ์ร้องทุกข์ใดๆ แม้ว่าประกาศดังกล่าวเป็นการออกประกาศคุณสมบัติที่เกินกว่าสิ่งที่กำหนดในมาตรา 55 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย กกต.ก็ตาม 
 
“หากไปต่อสู้ในขั้นศาลปกครองจะทำให้เสียเวลาแก่ทุกฝ่าย การที่สำนักงานจะได้คนดีมีความสามารถมาเป็นเลขาธิการจะล่าช้าออกไปอีก ทั้งยังประเมินว่าผู้มีอำนาจในบ้านเมืองคงไม่ปรารถนาจะเห็นผมทำงานในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นคนตรงไปตรงมา ทำตามกฎหมาย ไม่เกรงใจใคร กล้าวิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นที่ลำบากใจแก่กรรมการสรรหาและ กกต. 4 คนที่อยู่ในปัจจุบัน จึงคิดว่าการถอนตัวน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ส่วนอนาคตข้างหน้าคงหางานทำที่เหมาะสมกับความสามารถในหน่วยงานที่มีความต้องการรับโดยไม่จำกัดว่าจะเป็นงานวิชาการหรืองานการเมือง” นายสมชัย กล่าว
 
'องอาจ' เรียกร้องสรรหา กสทช.ต้องโปร่งใส
 
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติไม่เลือกผู้เข้ารับการสรรหาเป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทั้ง 14 คนว่าน่าจะมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นที่คณะกรรมการสรรหาจนได้รายชื่อจำนวนหนึ่งมาให้คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้สมควรได้รับเลือกตั้งเป็น กสทช. และเข้าสู่การพิจารณาเลือกของ สนช. เพราะมีความพยายามที่จะผลักดันบุคคลที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับธุรกิจกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมทั้งทางตรงและทางอ้อมเข้ามาเป็น กสทช.
 
“การสรรหา กสทช. ครั้งนี้จึงมีความเคลือบแคลงสงสัยว่ากระบวนการสรรหาที่เริ่มต้นจากคณะกรรมการสรรหาตามที่กฎหมายกำหนดได้ทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ ได้มีความพยายามบล็อกโหวตดังที่มีการกล่าวหาหรือไม่อย่างไร สนช.ได้ทำหน้าที่ตามที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 บัญญัติไว้หรือไม่ เพราะกฎหมายบัญญัติให้ สนช.มีหน้าที่ลงมติเลือกเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เหมือนกับกรณีการพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอื่นๆ อีกทั้งการที่ สนช.ไม่เลือกแต่ใช้วิธีมีมติล้มการเลือก กสทช. จะทำให้มีปัญหาตามมาอีกหลายด้านหรือไม่ ดังนั้นการสรรหาควรต้องโปร่งใส” นายองอาจ กล่าว
 
นายองอาจกล่าวว่ามีข้อสงสัยว่ามีการส่งสัญญาณจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือผู้มีอำนาจในบ้านเมืองให้ล้มการเลือก กสทช. ครั้งนี้เพราะมีคนไม่พอใจบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อหรือไม่ เพราะตามปกติการทำหน้าที่ของสนช.ถูกมองว่าเป็นสภาตรายาง พร้อมที่จะทำตามความต้องการของผู้มีอำนาจอยู่แล้ว ยิ่งมีคลิปเสียงที่มีคำพูดอ้างว่านายกรัฐมนตรีไม่พอใจบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ ก็ยิ่งทำให้ถูกสงสัยว่า สนช. กำลังทำหน้าที่สภาตรายางอีกครั้งเพื่อสนองตอบผู้มีอำนาจหรือไม่ เพราะเหตุผลที่ สนช. อ้างว่าต้องล้มการเลือก กสทช. เพราะกรรมการสรรหามีปัญหาเรื่องคุณสมบัติเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากการวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ สนช.ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาลตัดสินเสียเอง
 
“กสทช.เป็นคณะกรรมการที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล และมีอำนาจหน้าที่ที่จะให้คุณให้โทษได้อย่างมาก การสรรหา กสทช. จึงต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ และก่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าเราจะได้ กสทช. ที่มีหิริโอตตัปปะ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ จึงขอเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา กสทช. ทั้งคณะกรรมการสรรหาและ สนช. ถ้าทำหน้าที่ด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมโปร่งใสไม่มีลับลมคมในข้อเคลือบแคลงสงสัย เพื่อประโยชน์ ของประชาชนอย่างแท้จริง” นายองอาจกล่าว
 
ที่มาข่าวเรียบเรียงจากสำนักข่าวไทย [1] [2]
 
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai