อัพเดทล่าสุดเมื่อ 30 วินาที ที่ผ่านมา

เรื่องราวการเคลื่อนไหวระดับรากหญ้าเพื่อการยอมรับ LGBTI ในฟิลิปฟินส์

แม้ฟิลิปปินส์ถูกมองเป็นประเทศที่ 'เป็นมิตร' กับผู้มีความหลากหลายทางเพศก็จริง แต่ก็มีปัญหาการข่มเหงรังแก กีดกัน-เลือกปฏิบัติอยู่ในระดับสังคมทั่วไป แต่ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่พยายามแก้ไขปัญหานี้ด้วยการสร้างความเข้าใจทั้งกับภาครัฐ และจัดประชุมพูดคุยเรื่องนี้กับ LGBTI ตั้งแต่ระดับรากหญ้า เพื่อสร้าง 'พื้นที่ปลอดภัย' และหาวิธีปรับปรุงสิทธิด้านต่างๆ ให้ดีขึ้น

<--break- />

กลุ่มนักรณรงค์เพื่อความหลากหลายทงเพศรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์พลังประชาชนที่เมืองเกซอน ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อสนับสนุนการผ่านกฎหมายการแสดงออกอัตลักษณ์ทางเพศเมื่อเดือน มี.ค. 2560 (ที่มา: wikipedia)

4 เม.ย. 2561 สื่อวิทยุสาธารณะระหว่างประเทศหรือ 'พีอาร์ไอ' นำเสนอเรื่องของการเรียกร้องเพื่อการยอมรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTI) ในฟิลิปปินส์ตั้งแต่ระดับรากหญ้าโดยเฉพาะในเมืองเกซอนซึ่งในที่นี้รวมถึง I หรือคนเพศกำกวมด้วย

การเคลื่อนไหวของชุมชน LGBTI ในฟิลิปปินส์เริ่มตั้งแต่การให้การศึกษาทำความเข้าใจระดับหมู่บ้าน โดยเล่าถึงนักกิจกรรม กิง คริสโตบัล ผู้จัดกระบวนการให้ความรู้ในห้องประชุมหมู่บ้านที่มีคนอยู่ 50 คน เธอเริ่มถามคนในห้องว่ามีใครที่ตอนเกิดมา "เป็นชาย" แต่นิยามตัวเองว่าเป็นหญิงบ้าง มีหญิงข้ามเพศในห้องยกมือพร้อมกับเสียงปรบมือ

ถึงแม้ว่าความคิดเรื่องความหลากหลายทางเพศจะไม่ได้เข้าใจง่ายๆ สำหรับผู้เริ่มต้น บางครั้งก็มีการใช้คำใหม่ๆ อย่าง "คนข้ามเพศ" (Transgender) และ "ผู้มีเพศสภาพตรงกับเพศกำเนิด" (cisgender) แต่คริสโตบัลก็พยายามอธิบายเรื่องต่างๆ ด้วยภาษาตากาล็อกผสมปนเปกับภาษาอังกฤษแบบที่เรียกว่า "ตากลิช" (Taglish) และให้เหตุผลตามความรู้พื้นฐานเป็นส่วนๆ ในการอธิบายทั้งเรื่อง ความรักชอบทางเพศ, อัตลักษณ์ทางเพศ และการแสดงออกทางเพศ

คริสโตบัลทำงานเป็นเจ้าหน้าที่โครงการของเอาท์ไรท์อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน เธอกำลังพยายามทำงานสร้างเครือข่ายที่เป็นมิตรต่อ LGBTI โดยเริ่มจากระดับพื้นฐานที่สุดคือระดับรากหญ้าของหมู่บ้าน เมืองที่ส่งผลลัพธ์มากที่สุดคือเมืองเกซอนที่มีการออกข้อบัญญัติขององค์การส่วนท้องถิ่นว่าด้วยความเป็นธรรมทางเพศ (Gender-Fair Ordinance) ถึงแม้ว่าในอีก 15 เมืองจะมีข้อบัญญัติต่อต้านการกีดกันทางเพศคล้ายๆ กันออกมาแต่ก็ไม่มีที่ใดทำได้อย่างทรงพลังเท่าของเกซอน

คริสโตบัลลงไปทำการประชุมเชิงปฏิบัติการกับ 142 หมู่บ้านในเกซอนรวมถึงให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ระดับหมู่บ้านในเรื่องที่ว่ามีการกีดกัน-เลือกปฏิบัติและความรุนแรงเกิดขึ่นกับกลุ่ม LGBTI อย่างไรบ้าง รวมถึงพยายามเปลี่ยนแปลงระบบเพื่อช่วยเหลือ LGBTI เช่นการวางฮอตไลน์สายด่วนให้คำปรึกษา

หนึ่งในนักการเมืองที่แสดงการสนับสนุนสิทธิของ LGBTI หลังเข้าร่วมการอบรมคือ จอย เบลมอนต์ รองนายกเทศมนตรีของเกซอน เขาเริ่มติดสติ๊กเกอร์สีรุ้งที่กระจกสถานที่ประชุมหมู่บ้านเพื่อแสดงให้เห็นว่านี่คือพื้นที่ที่เป็นมิตรกับ LGBTI เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการอบรมก็เตรียมพร้อมจะช่วยเหลือด้วยความตระหนักรู้และเคารพความเป็นมนุษย์ของผู้มีความหลากหลายทางเพศ

เบลมอนต์บอกว่าสำหรับเขาแล้วเขามองสิทธิ LGBTI ในมุมมองของสิทธิมนุษยชนเสมอ เขายังติดสติ๊กเกอร์ธงสีรุ้งตามรถจักรยานยนต์สามล้อซึ่งเป็นยานพาหนะที่ได้รับความนิยมในฟิลิปปินส์ด้วย ที่เขาเอาสติ๊กเกอร์นี้ติดรถเพื่อสื่อว่าชาว LGBTI สามารถเข้าไปที่หอประชุมของหมู่บ้านได้เสมอถ้าหากต้องการความช่วยเหลือ

จริงอยู่ว่าฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ถูกมองว่า "เป็นมิตร" กับผู้มีความหลากหลายทางเพศ เช่น มีบาร์เกย์ มีการประกวดความงามผู้มีความหลากหลายทางเพศ มีพรรคการเมืองที่เน้นชูเรื่องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศโดยเฉพาะ และมีหญิงข้ามเพศคนแรกในสภาเมื่อปีที่แล้ว แต่ในแง่สังคมทั่วไปยังมีคนยอมรับ LGBTI อยู่น้อย จากงานวิจัยของกลุ่มเรนโบว์ไรท์ฟิลิปปินส์พบว่าผู้มีความหลากหลายทางเพศยังรู้สึกว่าถูกเมินทำให้ไม่เห็นตัวตนและถูกลดทอนคุณค่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการเหยียดและการตีตราผู้คนในหลายอาณาบริเวณของชีวิตไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว, สถาบันศาสนา และหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมาย

ชาร์มิลา ปาร์มานันด์ นักศึกษาปริญญาเอกด้านเพศสภาพศึกษาชาวฟิลิปปินส์ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์กล่าวว่าถึงแม้จะมีตัวแทนของ LGBTI อยู่แต่ในระดับสังคมทั่วไปก็ยังคงมีความรุนแรงต่อ LGBTI อยู่ ไม่ว่าจะจากการข่มเหงรังแก การกีดกัน-เลือกปฏิบัติจากเพื่อนและครูในประเทศที่มีโรงเรียนศาสนาจำนวนมาก ถึงแม้ว่าในฟิลิปปินส์จะไม่มีกฎหมายห้ามการรักเพศเดียวกัน แต่ก็ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองไม่ให้เกิดการกีดกันเลือกปฏิบัติบนฐานของตัวตน รสนิยม และการแสดงออกทางเพศ ในระดับประเทศ

มีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่ข่มเหงรังแกคนมีความหลากหลายทางเพศมักจะเป็นสมาชิกครอบครัวที่เป็นผู้ชาย เช่น พี่ชายหรือลุง ในสถาบันศาสนาก็ยังคงมีการอ้างว่าสามารถ "รักษา" ให้คนเลิกเป็น LGBTI ได้หรือมีพิธีกรรมที่อ้างว่า "บำบัดรักษา" ในแบบเดียวกัน ส่วนเจ้าหน้าที่บังคับกฎหมายก็จ้องจะลงโทษชาว LGBTI

จากการศึกษาเรื่อง LGBTI ขององค์กรเอาท์ไรท์ในประเทศ ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, ปากีสถาน และศรีลังกา พบว่าชาว LGBTI ยังต้องเผชิญกับความรุนแรงและการถูกกีดกันในทุกส่วนของชีวิตประจำวัน เผชิญความรุนแรงระดับสูงจากครอบครัว และมีการกีดกัน-เลือกปฏิบัติจากระบบการศึกษา ระบบสาธารณสุข และภาคส่วนแรงงาน ในวงกว้าง การที่จะร้องทุกข์ในเรื่องนี้ก็ยากเพราะคนของภาครัฐขาดความเข้าใจและขาดการยอมรับ LGBTI

แจ็ซ ทามาโย จากองค์กรเรนโบว์ไรท์กล่าวว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้คนขาดความเข้าใจคือเรื่องช่องว่างทางภาษา จากการที่นโยบายหลายอย่างมักจะเขียนโดยใช้ภาษาอังกฤษซึ่งไม่ได้แปลออกมาเป็นภาษาฟิลิปปินส์อย่างครบถ้วน

ในภาษาฟิลิปปินส์นั้นคำเรียกบุคคลที่สามรวมถึงคำเรียกลูกๆ สามีและภรรยาก็เป็นคำเดียวกันโดยไม่แบ่งเพศ ซึ่งถือเป็นความงดงามอย่างหนึ่งของภาษาฟิลิปปินส์ที่มีความเป็นกลางทางเพศ ทามาโยบอกว่าบรรพบุรุษของพวกเขาอาจจะคิดจินตนาการถึงสังคมที่ไม่มีการแบ่งเพศอีกต่อไปแล้วก็ได้

แต่ก็มีคนมองต่างในเรื่องนี้คือ ตุตติง เฮอร์นันเดซ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์และผู้ก่อตั้งองค์กรบาเบย์ลัน องค์กรเกย์แห่งแรกๆ ของฟิลิปปินส์ เฮอร์นันเดซบอกว่าเรื่องช่องว่างทางภาษาไม่ได้เป็นปัญหามากขนาดนั้น เพราะเอาเข้าจริงแล้วภาษาก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ อยู่ตลอดเวลาเพื่อปรับให้เข้ากับสภาพความเป็นจริงในสังคม เช่นคำว่า "บากลา" ที่หมายถึง "เกย์" ในภาษาฟิลิปปินส์เคยเป็นคำที่มีความหมายเชิงลบมาก่อนแต่ในปัจจุบันชาว LGBTI สามารถผลักดันต่อต้านการสร้างภาพเหมารวมแบบเก่าๆ จนสามารถปรับนิยามคำว่า "บากลา" ในแบบใหม่ได้ จนในบางชุมชนกลายเป็นคำทักทายสำหรับคนรู้กัน

อย่างไรก็ตามเฮอร์นันเดซบอกว่าถึงแม้  "บากลา" จะกลายเป็นกระแสหลักก็ควรจะมีการสร้างการยอมรับคำจากภาษาถิ่นอื่นๆ ด้วย เช่น "บายอต" ที่ทั้งหมายถึงเกย์ทั้งหมายถึงผู้ชายที่มีความเป็นหญิง ยังมีอยู่หลายคำที่ยังคงถูกใช้เป็นการเยาะเย้ยหรือเหยียดหยาม

อีกปัญหาหนึ่งที่ทั้งผู้เชี่ยวชาญและผู้เรียกร้องสิทธิด้านเพศสภาพเห็นตรงกันคือประธานาธิบดีรอดริโก ดูเตอร์เต ใช้โวหารที่เป็นพิษเป็นภัยสร้างความเสียหายต่อผู้หญิงและชุมชนชาว LGBTI เช่นใช้คำว่า "บากลา" ในเชิงเหยียดหยามนักวิจารณ์ชายที่วิจารณ์เขา ขณะเดียวกันดูเตอร์เตก็แสดงออกภาพลักษณ์ในแบบพวกผู้ชายมาโชแบบเก่าๆ ที่ทำเหมือนว่าตัวเองควรจะได้มีเพศสัมพันธ์กับหญิงคนไหนก็ได้ รวมถึงเคยพูดถึงการข่มขืนหมู่เหมือนเป็นเรื่องตลก เคยพูดพาดพิงถึงเรือนร่าง (ขา) ของนักการเมืองหญิงเลนี โรเบรโด โดยต่อมาอ้างว่าเป็น "การชม"

นาโอมิ ฟอนทานอส ผู้อำนวยการบริหารของ GANDA องค์กรเพื่อสิทธิความเท่าเทียมทางเพศและการยอมรับหญิงข้ามเพศบอกว่าดูเตอร์เตเป็นตัวแทนของ "ความเป็นชายที่เป็นพิษ, ความเกลียดเพศหญิง และการเหยียดเพศ ทั้งหมดรวมอยู่ในตัวคนเดียวกัน" ซึ่งเรื่องนี้ทำให้นักวิจัยอย่างปาร์มานันด์กังว่าจะสร้างความเสี่ยงต่อกระบวนการเรียกร้องสิทธิต่างๆ ในเรื่องเพศสภาพและเพศวิถี

หนึ่งในกรณีความรุนแรงบนฐานของเพศสภาพคือกรณีของ แอมเบอร์ ควีบัน หญิงข้ามเพศอายุ 22 ปี เธอแต่งตัวและใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงตอนอยู่มหาวิทยาลัยโดยไม่ให้ครอบครัวรู้ แต่เพื่อนร่วมงานของพ่อก็นำรูปของเธอที่แต่งตัวเป็นหญิงให้พ่อเธอดูจนทำให้ครอบครัวเธอรับรู้เรื่องนี้ แม่ของเธอตบเธอและพี่ชายเธอก็ทุบตีเธอเมื่อรู้ว่าเธอเป็นหญิงข้ามเพศ ควีบันบอกว่าการที่ครอบครัวไม่ยอมรับเธอทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดมากเพราะครอบครัวควรจะเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ยอมรับเพศสภาพเธอได้ เมื่อใดก็ตามที่ครอบครัวเธอยอมรับเธอจะให้อภัยพวกเขา

ควีบัน เป็นหนึ่งในคนที่ร่วมเดินขบวนเรียกร้องกฎหมายคุ้มครองผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่อยากสร้างประเทศที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนและมีความเท่าเทียมทางเพศอย่างแท้จริง

ในแง่ของกฎหมายระดับประเทศ มีการเรียกร้องกฎหมายห้ามการกีดกัน-เลือกปฏิบัติหรือการใช้ความรุนแรงบนฐานของเพศสภาพและเพศวิถี รวมถึงห้ามไม่ให้ภาครัฐจำกัดการเข้าถึงบริการต่างๆ อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังคงเป็นร่างกฎหมายที่ยังไม่ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาแม้ว่าจะมีการเสนอมาเป็นเวลา 17 ปีแล้ว โดยเพิ่งจะมีการนำเข้าที่ประชุมพิจารณาเมื่อปีที่แล้วนี้เอง

คริสโตบัลบอกว่าในฟิลิปปินส์ยังไม่ถึงขั้นยอมรับตัวตนของขาว LGBTI มีแต่การแค่ "ยอมอดกลั้นให้มีอยู่" กรณีความรุนแรงหรือการเหยียดที่เกิดขึ้นกับชาว LGBTI ก็สุดโต่งแบบไม่มีพื้นที่กึ่งกลาง นั่นทำให้พวกเขาพยายามสร้างพื้นที่กึ่งกลางและเน้นทำให้เกิดการยอมรับในตัวตนของชาว LGBTI มากขึ้น จากเดิมที่มีการสร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" สำหรับชาว LGBTI ในระดับท้องถิ่นอยู่แล้ว เช่น บางโรงเรียนและสถานราชการบางแห่งมีการสร้างห้องน้ำที่เป็นกลางทางเพศ ในภาคบรรษัทเอกชนข้ามชาติและบริการคอลเซนเตอร์ก็มีการจัดอบรมเรื่องความหลากหลายทางเพศเพื่อเป็นแนวทางนโยบายในที่ทำงาน

ในส่วนราชการของฟิลิปปินส์อาจจะมีความล่าช้าจากระบบแบบราชการไปบ้างแต่ก็เล็งเห็นประเด็นนี้จึงออกนโยบายให้มีการใช้ภาษาแบบไม่เหยียดเพศ ทางกระทรวงศึกษาธิการก็มีการออกนโยบายตวามเป็นธรรมทางเพศเพื่อต่อต้านการข่มเหงรังแกวัยรุ่น LGBTI

เรียบเรียงจาก

Grassroots efforts help forge new paths of LGBTI acceptance in the Philippines, PRI, Apr. 20, 2018

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai : ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai : LINE ไอดี = @prachatai