ระดมสิ่งของช่วยผู้อพยพภายในรัฐกะเหรี่ยง หลังทหารพม่าเสริมกำลัง-ปะทะรอบล่าสุด

ภาคประชาสังคมหลายฝ่ายระดมความช่วยเหลือและส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ผู้อพยพระลอกล่าสุดภายในรัฐกะเหรี่ยง หลังช่วงต้นเดือนมีนาคม กองทัพพม่าเสริมกำลังเข้าพื้นที่เพื่อตัดถนนยุทธศาสตร์ จนเกิดเหตุปะทะไม่ต่ำกว่า 39 ครั้ง หลายครั้งมุ่งเป้ามายังพลเรือน จนเกิดเหตุยิงผู้นำชุมชนกะเหรี่ยงเสียชีวิต ขณะที่ล่าสุดมีผู้อพยพ 2,417 คน จาก 12 หมู่บ้าน ปิดโรงเรียน 5 แห่ง เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์หวั่นเกิดขาดแคลนอาหาร หากสถานการณ์ยืดเยื้อถึงฤดูฝน

26 เม.ย. 2561 กรณีสถานการณ์ตึงเครียดในเขตลูทอ ทางตอนเหนือของเมืองมูตรอ รัฐกะเหรี่ยง หลังจากช่วงต้นเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ที่กองทัพพม่าเสริมกำลังเข้ามาเพื่อซ่อมถนนยุทธศาสตร์เชื่อมค่ายทหาร 2 แห่ง และมีเหตุปะทะกับกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) รวมทั้งเหตุยิงพลเรือน จนทำให้มีผู้อพยพมากกว่า 2,417 คนจาก 12 หมู่บ้าน เข้าไปหลบซ่อนในพื้นที่ป่าเขาภายในรัฐกะเหรี่ยงนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

โดยองค์กรชุมชนกะเหรี่ยงและกลุ่มประชาสังคมในท้องถิ่นได้จัดตั้งทีมตอบสนองภาวะฉุกเฉินมูตรอ (Mutraw Emergency Assistance Team) ขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม เพื่อช่วยเหลือพลเรือนผู้ได้รับผลกระทบ และล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ของเครือข่ายปฏิบัติงานเพื่อสังคม และสิ่งแวดล้อมกะเหรี่ยง (KESAN) ว่ามีภาคประชาสังคมชายแดนไทย-พม่าหลายกลุ่มและภาคเอกชนต่างๆ ได้ร่วมกันบริจาคสิ่งของช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับผู้อพยพภายในรัฐกะเหรี่ยง

การส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือผู้อพยพภายในรัฐกะเหรี่ยง เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561 (ที่มาของภาพ: KESAN)

ทั้งนี้มีการขนส่งสิ่งของช่วยเหลือไปถึงชายแดนรัฐกะเหรี่ยงตั้งแต่วันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา โดยเกือบทั้งหมดเป็นเครื่องนอน ประกอบด้วย ผ้าห่ม 400 ผืน ถุงนอน เปลนอน และเสื่อ อย่างละมากกว่า 300 ผืน นอกจากนี้ยังมีปลาซิวแห้ง เพื่อมอบให้กับครอบครัวผู้อพยพที่เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนอาหารแล้ว

เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ของ KESAN เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการส่งมอบยาและเวชภัณฑ์ให้กับครอบครัวผู้อพยพกลุ่มดังกล่าวที่เข้าไปหลบภัยอยู่ในป่าเขา ขณะที่ทางชุมชนกะเหรี่ยงและกลุ่มประชาสังคมในรัฐกะเหรี่ยงได้จัดตั้งทีมตอบสนองภาวะฉุกเฉินมูตรอ เพื่อประสานกับชุมชนผู้อพยพในการให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ ทั้งนี้ การจัดหาและบริจาคสิ่งของช่วยเหลือจะเป็นไปตามความต้องการของชุมชนผู้อพยพ ทั้งนี้ยังแสดงความเป็นห่วงเรื่องการขาดแคลนเสบียงอาหาร หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนถึงช่วงเข้าสู่ฤดูฝน และชาวบ้านยังไม่สามารถกลับไปตั้งถิ่นฐานในชุมชนได้ โดยการช่วยเหลือต่อไปคงต้องมีการบริจาคข้าวสาร และอาหารแห้งให้กับผู้อพยพด้วย

ประณามกองทัพพม่ายิง จนท.ช่วยเหลือมนุษยธรรมชาวกะเหรี่ยง-ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง, 10 เมษายน 2561

จนท.ไทยสั่งระงับสัมมนาเปิดรายงานกองทัพพม่าละเมิดสิทธิชาวบ้านกะเหรี่ยง-หนีตายนับพัน, 25 เมษายน 2561

 

ชุมชนผู้อพยพแห่งหนึ่งในพื้นที่ลูทอ ทางตอนเหนือของเมืองมูตรอ รัฐกะเหรี่ยง ภาพถ่ายวันที่ 17 มีนาคม 2561 โดยข้อมูลจนถึงวันที่ 25 เมษายน 2561 มีผู้อพยพระลอกล่าสุดแล้ว 2,417 คน จาก 12 หมู่บ้าน (ที่มาของภาพ: KPSN)

 

อนึ่งจากรายงานที่เผยแพร่ล่าสุดของเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อสันติภาพ (KPSN) ซึ่งเพิ่งถูกเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของไทยห้ามจัดกิจกรรมเปิดตัวรายงานนั้น (อ่านรายงาน) ระบุว่า สถานการณ์ตึงเครียดจนเกิดเหตุผู้อพยพระลอกใหม่ เกิดขึ้นในพื้นที่เขตลูทอ ทางตอนเหนือของเมืองมูตรอ หรือผาปูน รัฐกะเหรี่ยง โดยนับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2561 เป็นต้นมา กองทัพพม่าเริ่มการตรึงกำลังทหารครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ปี 2551 ในเขตมูตรอ หรือผาปูน รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามชายแดนไทยด้าน จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งปัจจุบันมีการเสริมกำลังทหารพม่าเข้ามากว่า1,500 ราย ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ควบคุมของกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU)

โดยเหตุเสริมกำลังของทหารพม่าดังกล่าวนับเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงระดับประเทศ (NCA) ที่ลงนามตั้งแต่ปี 2558 เป็นเหตุให้มีการปะทะกับกองพลน้อยที่ 5 KNLA หลายครั้ง นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่าทหารพม่าได้โจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมายต่อพลเรือน ส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 304 ครัวเรือน รวมจำนวนอย่างน้อย 2,417 คน จาก 12 หมู่บ้าน ต้องหนีภัยสงคราม ทิ้งถิ่นฐานบ้านเรือนมาอาศัยอยู่ในป่า นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านอีก 72 ครัวเรือน กว่า 483 คน จาก 4 หมู่บ้าน เตรียมอพยพเพิ่มเช่นกัน

ในรายงานของเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อสันติภาพ ระบุด้วยว่าในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศเมื่อปี 2558 ห้ามการขยายโครงสร้างพื้นฐานทางการทหาร และห้ามการเสริมกำลังทหาร ในพื้นที่หยุดยิง แต่กองทัพพม่าอย่างน้อย 8 กองพัน ได้เคลื่อนกำลังพลเข้าสู่พื้นที่ตอนเหนือของเมืองมูตรอ โดยไม่มีการทำข้อตกลงล่วงหน้า และเริ่มก่อสร้างถนนยุทธศาสตร์ทางทหาร เพื่อเชื่อมค่ายทหารพม่าระหว่างพื้นที่เหล่อมูพลอ และเคพู ซึ่งหากถนนนี้สร้างเสร็จ อาจส่งผลให้ชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ต้องพลัดที่นาคาที่อยู่อย่างถาวร

“ชาวบ้านกว่า 2,417 คนรวมทั้งผู้สูงวัย ผู้หญิงและเด็ก ได้หลบหนีจากถิ่นฐานบ้านเรือนพากันไปหลบซ่อนในป่าเขา คาดว่ามีชาวบ้านอีก 483 คนเตรียมจะหลบหนีจากหมู่บ้านของตน ระหว่างที่ทหารพม่าพยายามเสริมกำลังในทางตะวันตกเฉียงเหนือของพื้นที่ลูทอ คนเหล่านี้แทบไม่ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า พวกเขาสามารถนำข้าวของติดมือไปได้เพียงเล็กน้อย พวกเขาต้องอยู่ในป่าอย่างเหน็บหนาว โรงเรียน 5 แห่งต้องปิดตัวลงเนื่องจากการสู้รบ” ในรายงานระบุ

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 5 เมษายน ซอโอ้มู นักกิจกรรมชาวกะเหรี่ยงวัย 42 ปี หนึ่งในทีมงานให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกะเหรี่ยงพลัดถิ่น ก็ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับบ้านที่เหล่อมูพลอ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์