การสไตรค์ของคนงานภาคการศึกษา ม.โคลัมเบีย เมื่อผู้บริหารยืมมือ 'ทรัมป์' ยับยั้งจัดตั้งสหภาพ

นิตยสาร Dissent ซึ่งเป็นนิตยสารปัญญาชนฝ่ายซ้ายจากสหรัฐฯ รายงานถึงเรื่องที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยโคลัมเบียพยายามสกัดกั้นไม่ให้พนักงานบัณฑิตวิทยาลัยจัดตั้งสหภาพ โดยมีการพยายามยืมมือชนชั้นนำเข้ามาขัดขวางไม่ว่าจะเป็นบรรษัทยักษ์ใหญ่หรือแม้กระทั่งรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้กลุ่มคนทำงานในมหาวิทยาลัยนี้ต้องสู้ศึกการลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและทางวิชาการไปในตัวด้วย
 
 
 
28 เม.ย. 2561 Dissent เล่าถึงการพูดอย่างทำอย่างของอธิการบดีมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ลี โบลลินเจอร์ ผู้ที่เคยพูดในทำนองวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในงานให้รางวัลพูลิตเชอร์ แต่ก็ปฏิบัติต่อลูกจ้างของตัวเองในแบบที่ไม่เหมือนกับคำกล่าวอ้างหลักการของตน 
 
โบลลินเจอร์เคยพูดไว้เมื่อปีที่แล้ว (2560) ว่าดูเหมือนจะมีคนสนใจว่าอะไรเป็นเรื่องจริงอะไรเป็นเรื่องเท็จน้อยลงทุกวัน ซึ่งชวนให้สื่อที่ไปทำข่าวการเลี้ยงอาหารค่ำประกาศรางวัลในวันนั้นคาดว่าเป็นการพูดถึงทรัมป์ นอกจากนี้ในช่วงที่ทรัมป์ประกาศสกัดกั้นผู้อพยพ โบลลินเจอร์เองก็เคยให้ความช่วยเหลือโครงการ "ดรีมเมอร์" ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนส่งเสริมลูกหลานของผู้อพยพ รวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ในประเด็นนี้ด้วย
 
แต่ทว่าในวันเดียวกับที่มีการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันของโบลลินเจอร์ กลุ่มนักศึกษาบัณฑิตศึกษาของหาวิทยาลัยเยลก็กำลังอดอาหารประท้วงการที่ทางมหาวิทยาลัยเยลไม่ยอมให้มีการจัดตั้งสหภาพที่นักศึกษา แม้ว่าพวกเขาจะเลือกตั้งสหภาพกันขึ้นมาไว้แล้ว ทางม.เยล ถึงขั้นจ้างบริษัทกฎหมาย 'โปรสเคาเออร์ โรส' มากำจัดสหภาพนศ.นี้ ซึ่งบริษัทนี้เป็นบริษัทเดียวกับที่โบลลินเจอร์จ้างมาทำลายสหภาพแรงงานบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียเช่นกัน
 
กลุ่มคนทำงานบัณฑิตวิทยาลัยโคลัมเบียลงคะแนนเสียงจะจัดตั้งสหภาพมาตั้งแต่ปี 2558 ในตอนนั้นแทนที่ทางมหาวิทยาลัยจะยอมรับให้พวกเขาจัดตั้ง แต่ก็กลับไปปรึกษากรรมการบอร์ดแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติสหรัฐฯ (NLRB) พอ NLRB แสดงจุดยืนยอมรับผลการโหวตทางกลุ่มผู้บริหารก็ยังคงจะอุทธรณ์ไม่ยอมให้มีการจัดตั้งสหภาพฯ ต่อ พวกเขาถึงขั้นรอให้รัฐบาลทรัมป์แต่งตั้งพรรครีพับลิกันเข้าไปเป็นประธานบอร์ด NLRB เพื่อให้กลับคำตัดสินเดิม
 
นั่นทำให้บรูซ ร็อบบินส์ ศาตราจารย์ด้านมนุษยศาสตร์ของม.โคลัมเบีย ผู้เขียนบทความให้ Dissent ระบุว่า "โบลลินเจอร์กระทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าได้วางมหาวิทยาลัยที่เกรียงไกรของพวกเราไว้ไม่ใช่ในตำแหน่งเดียวกับการส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการตื่นรู้ แต่วางเอาไว้เป็นพวกเดียวกับโดนัลด์ ทรัมป์"
 
แม้เป็น นศ.ป.โท หรือพนักงานมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ 'มีอภิสิทธิ' อย่างที่หลายคนมอง
 
ร็อบบินส์ระบุอีกว่าแม้กระทั่งในการประกาศรางวัลพูลิตเชอร์ รางวัลทรงเกียรติ์สำหรับนักข่าว-ช่างภาพ โบลลินเจอร์จะใช้โอกาสนั้นในการวิจารณ์เรื่องทรัมป์โจมตีเสรีภาพสื่อ แต่โบลลินเจอร์และคนที่เขามอบหมายก็กลับขอให้ทรัมป์มาเป็นคนช่วยจัดการกับกลุ่มนักศึกษาบัณฑิตศึกษาที่ดื้อรั้น 
 
อย่างไรก็ตามนักศึกษาที่ดื้อรั้นเหล่านี้ก็มีภาพลักษณ์ถูกมองเป็น "ชนชั้นนำที่มีการศึกษา" มากกว่าจะถูกมองเป็นคนจนหรือคนที่ได้รับการศึกษาน้อย เลยทำให้พวกเขาระดมทุนช่วยเหลือได้ยาก ไม่ได้มีภาพลักษณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกเห็นใจหรือรู้สึกร่วมใจกันได้โดยทันที อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงพวกเขาไม่ได้มีอภิสิทธิ์มากเท่าที่คนอื่นๆ คิดเมื่อเทียบกับคนงานที่อื่นๆ แล้ว
 
บทความยกตัวอย่างให้เห็นว่าครูโรงเรียนระดับเทียบเท่ามัธยมฯ ในสหรัฐฯ โดยเฉลี่ยยังมีรายได้มากกว่าบัณฑิตและคนทำงานมหาวิทยาลัยเหล่านี้ราว 20,000 ดอลลาร์ต่อปี ในแง่สวัสดิการแม้แต่คนงานแมคโดนัลด์หรือวอลมาร์ทก็มีสวัสดิการดีกว่าคนทำงานมหาวิทยาลัย และเรื่องสวัสดิการนี้เองที่เป็นเหตุผลหลักๆ ในการที่พวกเขาจะจัดตั้งสหภาพ หนึ่งในเรื่องที่หลักดันอาจจะดูเหมือนเป็นประเด็นเล็กๆ อย่างประกันการทำฟัน แต่จริงๆ แล้วเป็นประเด็นสุขภาพที่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย และการประกันสุขภาพจุดนี้ใช้เงินงบปะมาณน้อยกว่าด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับเอาไปจ่ายให้บริษัทที่ปรึกษากฎหมายโปรสเคาเออร์ โรส
 
ทั้งนี้ยังมีเอกสารของฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยที่รั่วไหลออกมาระบุว่าการตั้งสหภาพในมหาวิทยาลัยเอกชนทำให้พวกเขากังวลว่าจะเกิดความไม่แน่นอนจากอะไรใหม่ๆ ทั้งๆ ที่กลุ่มนักศึกษาบัณฑิตศึกษาต้องเจอกับความไม่แน่นอนมาโดยตลอดอยู่แล้ว เช่น การขาดสวัสดิการสุขภาพบางด้าน และที่น่าตกใจกว่านั้นคือในเอกสารที่รั่วไหลระบุว่าทางมหาวิทยาลัยใช้วิธีการใกล้เคียงกับคำแนะนำของกลุ่มผู้บริหารวอลมาร์ทที่พูดถึงวิธีการต่อต้านสหภาพ
 
ร็อบบินส์ระบุว่าหลักการในแบบของบรรษัทนั้นโหดร้ายต่อลูกจ้างของตัวเองทั้งในด้านค่าแรงและสวัสดิการ แต่ในฐานะความเป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่ต้องเสียภาษีเนื่องจากถูกอ้างว่าทำเพื่อประโยชน์สาธารณะนั้นพวกเขาก็ควรมีหลักการที่สูงกว่าแบบของบรรษัท ไม่ใช่อ้างว่าทำประโยชน์เพื่อสาธารณะโดยให้คนทำงานต้องแบกรับภาระความเจ็บปวดโดยไม่มีใครสนใจผลประโยชน์ของพวกเขา
 
บทความของร็อบบินส์ระบุว่าขณะที่ในวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมามีการประท้วงหยุดงานและหยุดเรียนจากนักเรียน พนักงาน และผู้สนับสนุนจำนวนมาก ฝ่ายบริหารของโบลลินเจอร์ก็ควรจะเลิกจ้างคนนอกให้มีขจัดหรือขัดขวางการจัดตั้งสหภาพเสียที
 
เรียบเรียงจาก
 
A Strike Against Trumpism at Columbia, Dissent, 26-04-2018
 

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์