รอบโลกแรงงานเมษายน 2018

คนงานบริษัทรถไฟฝรั่งเศส นัดหยุดงานบางวันในช่วงเวลา 3 เดือน คัดค้านแผนปฏิรูปแรงงาน

ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาฝรั่งเศสกำลังเผชิญหน้ากับการนัดหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่ของสหภาพแรงงานในภาคคมนาคม โดยเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2018 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟ SNCF ได้นัดสมาชิกให้นัดหยุดงานประท้วงนโยบายปฏิรูปแรงงานของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) หลังรัฐสภาลงมติรับรองร่างกฎหมายนั้นเมื่อเดือน ก.ย. ปีก่อน โดยก่อนหน้านี้สหภาพแรงงานครู พยาบาล และสหภาพแรงงานกลุ่มอื่น ๆ ได้ร่วมนัดหยุดงานประท้วงกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟมาแล้วเมื่อเดือน มี.ค. 2018 ที่ผ่านมา

 ทั้งนี้นโยบายปฏิรูปแรงงานของมาครงจะกระทบต่อสวัสดิการของพนักงานรัฐวิสาหกิจรถไฟ SNCF โดยตรง ปัจจุบันสวัสดิการของพนักงานรัฐวิสาหกิจรถไฟ SNCF มีอาทิเช่น ได้รับการขึ้นเงินเดือนโดยอัตโนมัติ, มีสิทธิเกษียณอายุก่อนกำหนด ได้รับวันหยุด 28 วันใน 1 ปี และได้รับการคุ้มครองจากการถูกปลดออกจากงาน ขณะที่คนในครอบครัวมีสิทธิได้รับตั๋วรถไฟฟรี แม้ว่า SNCF กำลังเผชิญกับภาวะหนี้สินสูงถึง 46.6 พันล้านยูโร (ประมาณ 1.78 ล้านล้านบาท)

 การหยุดงานประท้วงครั้งนี้มีตารางที่แน่นอน โดยคนขับรถไฟมากกว่าร้อยละ 75 และพนักงานรถไฟเกือบร้อยละ 50 ได้หยุดงานเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา และมีแผนผละงาน 36 วัน ภายในเวลา 3 เดือน โดยจะหยุดงาน 2 วันในทุก 5 วันจนกว่าจะถึงวันที่ 28 มิ.ย. 2018

ที่มา: BBC, 3/4/2018

ภาคธุรกิจสหรัฐฯ ประกาศแผนปลดพนักงานจำนวน 60,357 คน เมื่อเดือน มี.ค. 2018

บริษัทที่ปรึกษาด้านแรงงาน Challenger, Gray and Christmas ระบุว่าบริษัทในสหรัฐฯ ประกาศแผนปลดพนักงานจำนวน 60,357 คนในเดือน มี.ค. 2018 เพิ่มขึ้น 39% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และจากระดับ 35,369 ในเดือน ก.พ. ทั้งนี้ภาคค้าปลีกประกาศแผนปลดพนักงานมากที่สุดในเดือน มี.ค. คิดเป็นจำนวน 35,042 คน และหากพิจารณาตั้งแต่ต้นปีนี้ ภาคค้าปลีกประกาศแผนปลดพนักงานมากถึง 56,526 คน

ที่มา: finance.yahoo.com, 5/4/2018

หญิงสาวเตรียมฟ้องนายจ้างเก่าฐานไล่ออกเพราะภาพชูนิ้วกลางใส่ 'ทรัมป์'

จูลี บริกส์แมน (Juli Briskman) เตรียมยื่นฟ้องบริษัทที่ไล่เธอออก หลังภาพที่เธอชูนิ้วกลางใส่ขบวนรถของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างที่เธอปั่นจักรยานอยู่ ถูกเผยแพร่ไปในสื่อสังคมออนไลน์ทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว เธอได้ออกแถลงการณ์ถึงเหตุผลในการยื่นฟ้องนายจ้างเก่า ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญาของรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า เธอต้องการทำให้ชาวอเมริกันรู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างหน้าที่การงานกับอุดมการณ์ทางความคิด และแม้ว่าการทำงานให้กับรัฐบาลกลางสหรัฐฯถือเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่ควรถูกจำกัดสิทธิ์ในการแสดงความเห็นในเวลาส่วนตัวของบุคคลนั้น ๆ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว คุณบริกส์แมนออกไปปั่นจักรยานในวันหยุดสุดสัปดาห์ ระหว่างนั้นขบวนรถของทรัมป์ได้เคลื่อนผ่านบริเวณเดียวกันพอดี เธอจึงชูนิ้วกลางใส่ขบวนรถดังกล่าว และผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวได้บันทึกภาพเธอไว้ได้ แม้ว่าในขณะนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าประธานาธิบดีเห็นเหตุการณ์นี้หรือไม่ แต่เมื่อคุณบริกส์แมนแชร์ภาพนี้ลงบนเฟสบุ๊คของตัวเอง ภาพดังกล่าวจึงถูกแชร์ไปเหมือนไฟลามทุ่ง ซึ่งทำให้เธอถูกไล่ออกจากบริษัทก่อสร้าง Akim ที่ทำธุรกิจกับภาครัฐ โดยเธอได้รับเหตุผลว่า แม้ภาพดังกล่าวจะไม่ปรากฏใบหน้าของคุณบริกส์แมน แต่เธอละเมิดนโยบายของบริษัทในการโพสต์ภาพที่ไม่เหมาะสมบนสื่อสังคมออนไลน์

ที่มา: VOA, 6/4/2018

ต้นทุนบำบัดรักษาพนักงานที่เสพติด 'โอปิออยด์' ในสหรัฐฯ เพิ่มสูงสุดเป็นสถิติใหม่

รายงานชิ้นใหม่ระบุว่า เมื่อปี ค.ศ. 2016 บริษัทต่างๆ ในสหรัฐฯ ทุ่มงบประมาณเป็นมูลค่ารวมกัน 2,600 ล้านดอลลาร์ ในการบำบัดรักษาพนักงานที่เสพติดการใช้ยาที่มีส่วนผสมของฝิ่น หรือ โอปิออยด์ (Opioid) รวมไปถึงผู้ใช้ยาโอปิออยด์เกินขนาดด้วย โดยงบดังกล่าวซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าในรอบ 14 ปี มากกว่าครึ่งหนึ่งถูกนำไปใช้ในการบำบัดรักษาบุตรหลานของพนักงาน

มูลนิธิ Kaiser Family Foundation เผยแพร่บทวิเคราะห์ซึ่งชี้ว่า การทุ่มงบประมาณในการบำบัดรักษาผู้เสพติดยาโอปิออยด์ในปี 2016 ทำให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 26 ดอลลาร์ ต่อผู้รับการบำบัด 1 คน บรรดานายจ้างพยายามจำกัดขอบเขตกรมธรรม์ประกันสุขภาพ ในการครอบคลุมการใช้ยาโอปิออยด์ เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานของบริษัทเสพติดยาเหล่านั้น นักวิจัยวิเคราะห์คำร้องในการเบิกค่าประกันสุขภาพจากพนักงานกว่า 1,000 คน พบว่าพนักงานส่วนใหญ่ซื้อประกันสุขภาพเอง โดยที่นายจ้างช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งด้วย

ที่มา: VOA, 7/4/2018

สหภาพแรงงานร้านค้าปลีกเกาหลีเรียกร้องผู้บริหารขอโทษ หลังพนักงานเสียชีวิต 2 คน

นายชุง ยง-จิน รองประธานบริษัท ชินเซเกกรุ๊ป ถูกสหภาพแรงงานวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากเพิกเฉยต่อการเสียชีวิตของพนักงาน E-Mart 2 คนเมื่อไม่นานมานี้ สหภาพแรงงานร้านค้าปลีกเกาหลีจัดชุมนุมที่หน้าห้างสรรพสินค้าชินเซเก สาขาหลักในกรุงโซลและร้าน E-Mart ทั่วประเทศจนกว่ารองประธานจะขอโทษต่ออุบัติเหตุที่ทำให้พนักงานเสียชีวิต

สืบจากสภาพแรงงาน พนักงานเก็บเงินหญิงอายุ 48 ปีทำงานที่ห้างมาเป็นเวลา 10 ปี บ่นเจ็บหน้าอกอย่างกะทันหันและหมดสติในขณะที่กำลังทำงานอยู่ในร้าน E-Mart สาขา Guro ในกรุงโซล เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา เธอถูกหามส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงภายใน 10 นาทีแต่ก็ไม่รอด อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการเสียชีวิตของพนักงานช่างซ่อมทางเดินเลื่อน ใน E-Mart สาขา Donong จังหวัดคย็องกีเพียง 3 วัน ในระหว่างตรวจสอบทางเลื่อนหลังห้างปิด พนักงานซ่อมอายุ 21 ปีซึ่งทำงานให้กับซับคอนแทรคของ E-Mart ตกลงไปในช่องว่างระหว่างเครื่องจักรที่เดินเครื่องอย่างกระทันหัน

ที่มา: The Korea Time, 8/4/2018

กองทัพเรืออินโดนีเซียจับเรือประมงกักแรงงานขังทาส

กองทัพเรืออินโดนีเซียสามารถสกัดจับเรือกักแรงงานขังทาส เรือประมงผิดกฎหมายไร้สัญชาติที่แท้จริงชื่อ STS-50 ติดธงแตกต่างกันถึง 8 สัญชาติ โดยอินโดนีเซียได้รับการแจ้งจากตำรวจสากลระบุว่าลูกเรือบนเรือประมงลำนี้อาจถูกบังคับให้ใช้แรงงานเยี่ยงทาส ซึ่งกองทัพเรืออินโดนีเซียสามารถเข้าจับกุมได้เมื่อวันที่ 6 เม.ย.

ที่มา: The Jakarta Post, 8/4/2018

สายการบิน Lufthansa ยกเลิกกว่า 800 เที่ยวบินเหตุพนักงานประท้วง

สายการบิน Lufthansa ประกาศยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศมากกว่า 800 เที่ยวในวันที่ 9 เม.ย. หลังจากที่พนักงานเตรียมทำการผละงานประท้วงเพื่อให้มีการปรับเพิ่มค่าจ้าง การผละงานดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารจำนวน 90,000 คน ขณะที่ลุฟท์ฮันซ่าคาดหวังว่าการให้บริการจะกลับสู่ภาวะปกติในวันพุธ (11เม.ย.) โดยสหภาพแรงงานของสายการบินเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารขึ้นค่าจ้าง 6% แก่พนักงานทั้งหมด

ที่มา: Deutsche Welle, 9/4/2018

นักศึกษาบังกลาเทศประท้วงไม่พอใจรัฐบาลมีโควต้าแหน่งงานภาครัฐให้กลุ่มคนพิเศษ

นักศึกษามหาวิทยาลัยหลายหมื่นคนเดินขบวนประท้วงในหลายเมือง ไม่พอใจนโยบายของรัฐบาลที่กันตำแหน่งงานในภาครัฐให้กลุ่มคนพิเศษ รายงานข่าวระบุว่ามีการปะทะกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้มีนักศึกษาบาดเจ็บกว่า 100 คน

ที่มา: The Straits Time, 9/4/2018

ปัญหาความไม่เท่าเทียมด้านค่าจ้าง 'ชาย-หญิง' ยังเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมอเมริกัน

วันอังคารที่ 10 เม.ย. ของปีนี้ ถูกกำหนดให้เป็นวัน Equal Pay ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นโอกาสที่ชาวอเมริกันร่วมสนับสนุนให้เกิดความเท่าเทียมด้านค่าแรงในอเมริกา อย่างไรก็ตาม นักรณรงค์เพื่อสิทธิสตรีชี้ว่าวัน Equal Pay ไม่ใช่วันที่ผู้คนสมควรจะเฉลิมฉลอง เพราะปัจจุบัน สตรีในอเมริกายังได้รับค่าจ้างที่ไม่เท่าเทียมกับผู้ชาย กล่าวคือ โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงอเมริกันต้องทำงานมากกว่าผู้ชายอเมริกันเกินกว่าสามเดือน จึงจะได้ค่าจ้างรายปีที่เท่าเทียมกัน

ผลสำรวจของเว็บไซต์หางาน Hired.com ชี้ให้เห็นว่า 63% ของผู้ชายอเมริกันมักได้รับเสนอเงินเดือนที่สูงกว่าผู้หญิงในตำแหน่งงานเดี่ยวกัน และมี 54% ของผู้หญิงที่ระบุว่า พวกเธอรับรู่ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิตการทำงาน ว่าได้รับค่าจ้างน้อยกว่าผู้ชายในตำแหน่งเดียวกัน โดยผู้สนับสนุนวัน Equal Pay ระบุว่าการจ่ายค่าจ้างอย่างเท่าเทียมระหว่างหญิงกับชายนั้น มิใช่เพื่อความยุติธรรมทางเพศเท่านั้น แต่ยังถือเป็นประโยชน์โดยรวมต่อนายจ้างเองและสังคมโดยรวมด้วย

ที่มา: VOA, 11/4/2018

แรงงานทาสเกาหลีเหนือในต่างประเทศ คาดส่งเงินกลับไปหนุนโครงการนิวเคลียร์

อดีตนักการทูตเกาหลีเหนือกล่าวหารัฐบาลเกาหลีเหนือว่าส่ง "แรงงานทาส" ออกมาทำงานในประเทศต่าง ๆ เพื่อนำเอาเงินไปใช้ในโครงการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ โดยเฉพาะหัวรบนิวเคลียร์ข้ามทวีป

แต ยอง โฮ อดีตผู้ช่วยทูตเกาหลีเหนือที่ประจำที่ลอนดอนให้สัมภาษณ์กับทีมบีบีซีพาโนรามากล่าวหาคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดและรัฐบาลเกาหลีเหนือว่านำเงินที่ได้มาจากแรงงานส่งออกมาใช้สำหรับ "ความฟุ่มเฟือยส่วนตัวของครอบครัวผู้นำคิม โครงการนิวเคลียร์ และกองทัพ"

จากข้อมูลที่รวบรวมโดยบีบีซีพาโนรามา ซึ่งทำข่าวสืบสวนสอบสวนมานานกว่าสองปีเพื่อขุดคุ้ยเกี่ยวกับเรื่อง "กลุ่มทาสที่เกาหลีเหนือปกปิด" หรือ "North Korea's secret slave gangs" คาดว่ามีแรงงานเกาหลีเหนือราว 150,000 คนถูกส่งมาทำงานนอกประเทศ และส่งเงินกลับไปให้รัฐบาลของตนเองหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี ซึ่งเงินส่วนใหญ่ถูกใช้ไปในโครงการนิวเคลียร์ของคิมจองอึน ผู้นำเกาเหลีเหนือ

"หากว่าเงินถูกใช้ไปเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ เศรษฐกิจเกาหลีเหนือก็น่าจะดีกว่านี้มาก แต่เงินเหล่านั้นหายไปไหนกันเล่า" แต ยอง โฮ ตั้งคำถามในระหว่างการสัมภาษณ์

แรงงานส่งออกของเกาหลีเหนือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ ซึ่งกำลังประสบกับปัญหาทางด้านการเงินและความยากลำบากทางเศรษฐกิจ เพราะความล้มเหลวในการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลเกาหลีเหนือ และมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหประชาชาติ (ยูเอ็น)ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2006 เพื่อบีบให้ยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ที่มา: BBC, 16/4/2018

ธุรกิจในญี่ปุ่นขึ้นค่าจ้างมากที่สุดในรอบ 20 ปี

คนทำงานชาวญี่ปุ่นได้รับการขึ้นเงินเดือนมากที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษเนื่องจากธุรกิจในภาคการค้าปลีกและชนส่งโลจิสติกส์ช่วงชิงกำลังแรงงานที่ขาดแคลนกันอย่างรุนแรง โดยกลุ่มธุรกิจดังกล่าวได้ยกระดับค่าจ้างโดยเฉลี่ยที่ 2.41% ในปี 2018 นี้ การขึ้นค่าจ้างนั้นจะเป็นการขึ้นค่าจ้างพื้นฐาน รวมทั้งค่าจ้างบนฐานของความอาวุโสโดยอัตโนมัติ เทียบกับปีที่แล้ว อัตราค่าจ้างโดยเฉลี่ยขึ้นเพียง 0.3%

การขึ้นเงินเดือนครั้งนี้เท่ากับ 7,527 เยน หรือประมาณ 70 สหรัฐฯ ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1998 การขึ้นค่าจ้างในญี่ปุ่นโดยปกติจะขับเคลื่อนโดยภาคการผลิตอุตสาหกรรม แต่ครั้งนี้ภาคการผลิตที่ไม่ใช่อุตสาหกรรมเป็นผู้นำการขึ้นเงินเดือน ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1997 นั่นคือ พวกเขาขึ้นเงินเดือนที่ 2.79% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 21 ปี และมากกว่าครึ่งหนึ่งของภาคการผลิตอุตสาหกรรม

ที่มา: Nikkei, 16/4/2018

Starbucks จะปิดร้านในสหรัฐเพื่ออบรมพนักงานกรณีจับกุมชายผิวดำ

Starbucks แถลงว่าจะปิดร้านกาแฟ 8,000 แห่ง ทั่วประเทศสหรัฐในช่วงบ่ายวันที่ 29 พ.ค. 2018 เพื่ออบรมพนักงาน 175,000 คน เกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงความโน้มเอียงทางเชื้อชาติหรือสีผิว หลังเกิดเหตุการณ์จับกุมชายผิวดำสองคนที่ร้านสาขาแห่งหนึ่งในนครฟิลาเดลเฟียจนเกิดการประท้วง

ที่มา: The Guardian, 17/4/2018 

ฮิวแมนไรท์ฯ โวย บ.ยักษ์จีนกีดกันทางเพศ ‘อาลีบาบา’ โดนด้วย

ฮิวแมนไรท์วอทช์ ตีพิมพ์รายงานชิ้นใหม่วันที่ 23 เม.ย. เรียกร้องให้รัฐบาลจีนและบริษัทจีนหยุดการลงโฆษณารับสมัครงานที่มีลักษณะกีดกันทางเพศเช่นที่ทำอยู่ โดยระบุว่าทางการจีนแทบจะไม่เคยบังคับใช้กฎหมายที่ป้องกันไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติทางเพศในการลงโฆษณารับสมัครงานและการรับเข้าทำงานเลย

"เกือบหนึ่งในห้าของโฆษณารับสมัครงานของหน่วยราชการจีนในปี 2018 ระบุว่า ต้องการ "ผู้ชายเท่านั้น หรือไม่ก็ระบุว่า "ต้องการผู้ชายมากกว่า" ในขณะที่บริษัทใหญ่ ๆ อย่าง อาลีบาบา ลงโฆษณาสมัครงานที่สัญญากับผู้สมัครว่าพวกเขาจะได้ "ผู้หญิงสวย ๆ" เป็นเพื่อนร่วมงาน" โซฟี ริชาร์ดสัน ผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอทช์ประจำประเทศจีน กล่าว และบอกต่อว่า ทางการจีนต้องบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่เพื่อหยุดกระบวนการโฆษณาหางานของทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีความกีดกันเพศหญิงอย่างชัดเจน

รายงานยาว 99 หน้าขององค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนนี้มาจากการวิเคราะห์โฆษณากว่า 36,000 ชิ้น ระหว่างปี 2013 ถึงปี 2018 บนเว็บไซต์หางาน เว็บไซต์บริษัท และช่องทางโซเชียลมีเดียในจีน

โฆษณาหลายชิ้นระบุว่า ผู้สมัครต้องเป็นผู้ชาย หรือบอกว่า อยากได้ผู้ชายมากกว่า หรือ "เหมาะกับผู้ชายมากว่า" โฆษณาบางชิ้นระบุว่าผู้หญิงต้องมีรูปลักษณ์ตามที่บริษัทต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความสูง น้ำหนัก น้ำเสียง และหน้าตา แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่เกี่ยวกับหน้าที่การงานเลยก็ตาม

ฮิวแมนไรท์วอทช์รายงานว่า สื่อโซเชียลมีเดียของอาลีบาบา มีการโพสต์รูปพนักงานสาว ๆ ของบริษัทและบรรยายพวกเธอว่าเป็น "ผลประโยชน์เวลาต้องทำงานดึก ๆ" ฮิวแมนไรท์วอทช์ ยังรายงานอีกว่า โฆษณางานของบริษัทเทนเซ็นต์มีรูปพนักงานชายคนหนึ่งที่พูดว่าการมีผู้หญิงสวย ๆ อยู่ด้วยเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาเข้าร่วมงานกับบริษัท ในขณะที่โฆษณาของบริษัทไป่ตู้มีรูปพนักงานชายที่บอกว่าการมีเพื่อนร่วมงานผู้หญิงที่มีเสน่ห์เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขามีความสุขกับงาน

เว็บไซต์บลูมเบิร์ก ระบุว่าบริษัทเทนเซ็นต์ระบุในแถลงการณ์ผ่านอีเมลว่ากำลังสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจะปรับปรุงแก้ไขทันที บริษัทไป่ตู้ ระบุว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่พวกเขาบอกว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ และย้ำว่าบริษัทจ้างงานผู้หญิงถึง 45 เปอร์เซ็นต์ และมีสัดส่วนคล้ายกันสำหรับตำแหน่งระดับกลางและระดับสูง

ด้านบริษัทอาลีบาบา ระบุว่าตรวจสอบการลงโฆษณาหางานของบริษัทอยู่เสมอ และมีกรอบที่ชัดเจนในการให้โอกาสผู้สมัครทั้งชายและหญิงอย่างเท่าเทียม บริษัทบอกว่า 47 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานบริษัทเป็นผู้หญิง และพนักงานระดับหัวหน้าที่เป็นผู้หญิงมีสัดส่วนคิดเป็นหนึ่งในสามของพนักงานทั้งหมด

ที่มา: BBC, 23/4/2018

บริษัทเสื้อผ้าหลายแห่งถูกวิจารณ์ไม่โปร่งใสในการเปิดเผยแหล่งที่มาของสินค้า

บริษัทแฟชั่นระดับหรูหลายบริษัท เช่น Dior Chanel และ Dolce & Gabbana คือส่วนหนึ่งของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ที่มีความโปร่งใสน้อยที่สุดในการจัดหาข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการผลิตสินค้าของบริษัทตัวเอง ตามรายงานการจัดทำดัชนีความโปร่งใสในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของบริษัทที่ปรึกษา Fashion Revolution

รายงาน Fashion Transparency Index ระบุว่า บริษัทกีฬา Adidas และ Reebok อยู่ในอันดับ 1 ของบริษัทเสื้อผ้าที่มีความโปร่งใสน้อยที่สุด ตามด้วย Puma และ H&M

ดัชนีดังกล่าวจัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์โรงงานสิ่งทอขนาด 8 ชั้น Rana Plaza ถล่มในบังกลาเทศ เมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งทำให้มีคนงานเสียชีวิต 1,135 คน บาดเจ็บอีกราว 2,000 คน จุดประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องความปลอดภัย และการบังคับใช้แรงงานผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมสิ่งทอทั่วโลก

ที่มา: VOA, 24/4/2018

คูเวตไล่ทูตฟิลิปปินส์หลังถูกเรียกร้องประเด็นทารุณกรรมแรงงาน

รัฐบาลคูเวตมีคำสั่งให้เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำคูเวต เดินทางออกนอกประเทศภายในเวลา 1 สัปดาห์ พร้อมทั้งเรียกตัวเอกอัครราชทูตคูเวตประจำฟิลิปปินส์กลับประเทศเพื่อทำการหารือ ท่ามกลางความขัดแย้งของประเทศทั้งสองเกี่ยวกับรายงานที่ว่า มีการทารุณกรรมแรงงานฟิลิปปินส์ที่รับจ้างเป็นผู้ช่วยแม่บ้านในคูเวต ซึ่งส่งผลให้ชาวฟิลิปปินส์หลายคนตัดสินใจฆ่าตัวตาย โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต เรียกร้องให้แรงงานฟิลิปปินส์ในคูเวตเดินทางกลับประเทศ หลังจากมีการพบศพของแรงงานชาวฟิลิปปินส์รายหนึ่งในช่องแช่แข็งของบ้านหลังหนึ่ง

รัฐบาลคูเวตแสดงความไม่พอใจต่อกรณีที่ฟิลิปปินส์ละเมิดอธิปไตย จากการที่เจ้าหน้าที่ในสถานทูตฟิลิปปินส์ เรียกร้องให้แรงงานฟิลิปปินส์หลบหนีออกจากบ้านนายจ้าง และต่อมากระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ได้ออกมาขอโทษต่อเรื่องดังกล่าว โดยเผยว่าสถานทูตฟิลิปปินส์ถูกบังคับให้ช่วยเหลือแรงงานฟิลิปปินส์เหล่านี้ เนื่องจากบางเหตุการณ์อยู่ในสภาวะชี้เป็นชี้ตาย กระทรวงการต่างประเทศคูเวต ให้เวลา 3 วันแก่เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ในการเปิดเผยรายชื่อชาวฟิลิปปินส์ ที่อาศัยในคูเวตที่ลักพาตัวแรงงานชาวฟิลิปปินส์จากบ้านของนายจ้างชาวคูเวต และเจ้าหน้าที่ของคูเวตจะยังคงไล่ล่าผู้ที่ละเมิดความมั่นคงของประเทศ และนำตัวขึ้นศาลเพื่อดำเนินคดี

ที่มา: Middle East Eye, 25/4/2018

ฮ่องกงเตรียมพิจารณาร่างกฎหมายต่อต้านค้ามนุษย์

ในวันที่ 4 พ.ค. 2018 นี้ จะเป็นวันชี้ชะตาถึงอนาคตของแรงงานต่างชาติในฮ่องกง เมื่อสภานิติบัญญัติฮ่องกงเตรียมพิจารณาร่างกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์เป็นครั้งแรก ทนาย Azan Marwah หนึ่งในผู้จัดทำร่างกฎหมายฉบับนี้ บอกว่า กฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์นี้ พุ่งเป้าไปที่การคุ้มครอง การสืบสวนสอบสวน การดำเนินคดีตามกฎหมาย ไปจนถึงการปฏิรูประบบการจ้างแรงงานต่างชาติ เข้ามาประกอบอาชีพเป็นผู้ช่วยในบ้าน หรือ domestic helper

เนื่องจากที่ผ่านมา มีการร้องเรียนถึงการหลอกลวงให้แรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานอย่างผิดกฏหมาย การใช้ค่าแรงต่ำ รวมทั้งการใช้ความรุนแรงกับแรงงานเหล่านี้มากมาย แต่กลับไม่ได้รับการใส่ใจ ไม่มีแม้กระทั่งเปิดการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม การพิจารณากฎหมายค้ามนุษย์ของฮ่องกง ยังมีความเป็นไปได้ที่ยังไม่เกิดขึ้นเป็นตัวบทกฎหมาย

Patricia Ho หนึ่งในนักกฎหมายที่จัดทำร่างกฎหมายฉบับนี้ บอกด้วยว่า ความท้าทายสำคัญของร่างกฎหมายนี้ คือ การชี้แจงถึงความจำเป็นในการผลักดันร่างกฎหมายค้ามนุษย์ให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งแรงกดดันจากนานาชาติเกี่ยวกับปัญหานี้ ได้ทำให้รัฐบาลฮ่องกงเริ่มรับรู้ถึงความรุนแรงของปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทาง Lawrence Li โฆษกด้านความมั่นคงของฮ่องกง ยืนยันว่า ฮ่องกงมีกฎหมายที่เพียงพอในการต่อต้านการค้ามนุษย์อยู่แล้ว ซึ่งสวนทางกับมุมมองของทนาย Marwah ที่มองว่า ตอนนี้ฮ่องกงยังไม่มีกฎหมายห้ามใช้แรงงานทาส กฎหมายห้ามซื้อขายแรงงานทาส กฎหมายห้ามบังคับให้แรงงานกลุ่มนี้แต่งงาน รวมทั้งกฎหมายการฟอกเงิน ซึ่งกฎหมายเหล่านี้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ทั้งสิ้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฮ่องกงถูกกดดันจากนานาชาติในประเด็นการค้ามนุษย์ หลังจากสหรัฐฯจัดอันดับให้ฮ่องกงอยู่ในประเทศกลุ่มเทียร์ 2 ที่ต้องจับตา ในรายงานการค้ามนุษย์ เทียบเท่ากับอัฟกานิสถานและปากีสถาน เนื่องจากรัฐบาลฮ่องกงไม่สามารถทำตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ ว่าด้วยการปราบปราบการค้ามนุษย์ได้ ทั้งการเอาผิดกับขบวนการค้ามนุษย์ การระบุตัวเหยื่อที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งการเพิกเฉยต่อปัญหาการค้ามนุษย์ แต่ฮ่องกงออกมาปฏิเสธรายงานค้ามนุษย์ฉบับดังกล่าว

ปัจจุบัน ตามข้อมูลของ Justice Center ของฮ่องกง รายงานว่า ฮ่องกงมีแรงงานต่างชาติราว 336,000 คน ส่วนใหญ่มาจากเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เข้ามาประกอบอาชีพผู้ช่วยในบ้านของกลุ่มคนฐานะปานกลางและร่ำรวยในประเทศ แรงงานกลุ่มนี้ต้องทำงานเฉลี่ย 71.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือเกือบ 12 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลา 6 วันต่อสัปดาห์ ด้วยค่าแรงเพียง 4,110 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 20,550 บาทต่อเดือน ท่ามกลางสภาพการใช้ชีวิตที่ยากลำบาก

ที่มา: VOA, 27/4/2018

พม่าเปิดตัวแนวทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยคนงานภาคสิ่งทอ

กระทรวงแรงงาน การเข้าเมือง และประชากรของพม่าเปิดตัวแนวทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ทำงานของคนงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอที่รัฐบาลคาดว่าจะมีคนทำงานในอุตสาหกรรมนี้มากถึง 1.5 ล้านคนภายในปี 2020

สมาคมผู้ผลิตสิ่งทอพม่าระบุว่า ปัจจุบันมีคนงานทำงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอราว 500,000 คน ความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมนี้ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่องค์กรแรงงานพม่าระบุว่าโรงงานบางแห่งมีทางเข้าออกเพียงทางเดียว หากเกิดเพลิงไหม้จะเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอให้พนักงานโรงงานปฏิบัติตามแนวทางอย่างเคร่งครัด ด้านองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ประเมินว่า แต่ละทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุหรือโรคจากการทำงานไม่ต่ำกว่า 2.78 ล้านคน มีผู้บาดเจ็บหรือล้มป่วยราว 374 ล้านคน

ที่มา: Myanmar Times, 29/4/2018

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์