สาวชุดไทยหน้าบึ้งถูกไล่ออกจากงาน 'โสภณ' ชี้ต้องโทษนายจ้าง แนะปรับสภาพการจ้างใหม่

บริษัทสั่งไล่ออก 2 สาวหน้าบึ้งที่ใส่ชุดไทยคล้องพวงมาลัยนักท่องเที่ยวจีนแล้ว 'โสภณ พรโชคชัย' ชี้ต้องโทษนายจ้าง แนะปรับสภาพการจ้างใหม่ อัดจับมาแถลงข่าวใหญ่โตเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างยิ่ง

10 พ.ค.2561 ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า หลังกลายเป็นคลิปที่ได้รับการแชร์โลกออนไลน์ของชาวจีนอย่างหนัก เมื่อมีการถ่ายคลิปสาวไทยที่ทำหน้าที่คล้องพวงมาลัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน ก่อนที่จะขึ้นรถทัวร์ โดยมีการถ่ายรูปกับสาวใส่ชุดไทยเป็นที่ระลึก แต่พบว่าสาวคนดังกล่าว มีสีหน้าที่มึนตึง ไม่ยิ้มแย้ม แต่จะยิ้มเหมือนเป็นคนละคนตอนถ่ายรูปเท่านั้น เหมือนคล้องพวงมาลัยไปแบบไม่อยากจะทำ โดยนอกจากคลิปดังกล่าวจะได้รับการแชร์ในสื่อออนไลน์ของชาวจีนแล้ว ยังพบว่ามีการทำคลิปล้อเลียน โดยนำไม้แขวนเสื้อและที่คล้องบัตรมาทำเป็นพวงมาลัย แล้วทำหน้าเบื่อโลก ก่อนยิ้มตอนถ่ายรูปเท่านั้น ซึ่งคลิปดังกล่าวได้รับการแชร์ และแสดงความคิดเห็นอย่างหนัก

ล่าสุดทางบริษัทสั่งไล่ออก 2 สาวหน้าบึ้งที่ใส่ชุดไทยแล้วทำหน้าที่คล้องพวงมาลัยให้นักท่องเที่ยวชาวจีนแล้ว โดยทางบริษัทได้ไล่ออกตั้งแต่ก่อนที่จะมีคลิปแชร์และเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ขณะที่พนักงานคนอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์และช่างภาพที่ถ่ายรูปนั้น ทางบริษัทสั่งพักงานเป็นเวลา 7 วันเช่นกัน

โสภณ พรโชคชัย กรรมการสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นกรณีนี้ว่า เด็กคนนี้เป็นคนทำงานดี เพราะตอนถ่ายรูปก็ยิ้มหวานดี จะให้ยิ้มตลอดเวลาได้อย่างไร ยิ่งแต่งตัวแบบนี้ในภาวะอากาศร้อนๆ และคล้องพวงมาลัย 2,000 พวงต่อวัน ก็ยิ่งน่าเห็นใจเธอ ถ้าตอนถ่ายรูปไม่ยิ้มก็ว่าไปอย่าง ยิ่งกว่านั้น สื่อของจีน ก็ยังแสร้งว่า ถ้าให้ทิปจึงจะยิ้ม แต่ตามคลิปที่นำมาเปิดเผย ไม่มีนักท่องเที่ยวจีนคนไหนให้ทิป เลยสักหน่อย นักท่องเที่ยวที่ไม่มีคุณภาพของจีนจำนวนมากที่มาเที่ยว  ปรากฏว่าเดินออกมานอกโรงแรม หาซื้อโรตีแค่ถุงเดียว กินกันถึง 5 คน นักท่องเที่ยวไร้คุณภาพแบบนี้หรือจะทิปเด็กได้

โสภณ ยังชี้ให้เห็นว่าตามภาพที่ปรากฏสาวคนดังกล่าว ต้องคล้องพวงมาลัยไว้ที่แขนเป็นจำนวนมาก สภาพการทำงานแบบนี้ ควรได้รับการปรับปรุงเช่นกัน และหากมีการต้อนรับนักท่องเที่ยววันละ 2,000 คนจริง ในเวลาทำงาน 7 ชั่วโมง ก็เท่ากับต้องคล้องพวงมาลัยถึง 5 คนในเวลา 1 นาทีโดยเฉลี่ย จนดูคล้ายทำให้คนกลายเป็นหุ่นยนต์ไป การที่บริษัทนายจ้างให้พนักงานทำงานหนักเช่นนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พนักงานไม่มีความสุขในการทำงาน โอกาสที่จะทำให้พนักงานทำงานโดยไม่เต็มใจจึงเกิดขึ้นได้

โสภณ กล่าวต่อว่า ยิ่งกว่านั้นพนักงานคล้องพวงมาลัยยังได้รับค่าจ้างแค่คนละ 300 บาทต่อวัน ก็เท่ากับการคล้องพวงมาลัย 1 ครั้ง พวกเขาคงได้รับเงินเพียง 15 สตางค์เท่านั้น การจ้างงานในลักษณะนี้จึงถือเป็นการเอาเปรียบพนักงาน ความเต็มใจในการทำงานจึงถดถอย แต่พนักงานก็ต้องทนทำงานต่อไป เพราะถ้าลาออกก็คงไม่มีรายได้จุนเจือครอบครัว  พวกเขาจึงคงต้องทำงานไปจนกว่าจะสามารถหางานใหม่ที่ดีกว่านี้ ภาวะความล้าจึงเกิดขึ้น เข้าทำนองคติไทยที่ว่า "รับใช้เจ้าตนตัวตาย รับใช้นายจนพอแรง" ถ้าจ่ายน้อย ก็ทำงานได้น้อยนั่นเอง

โสภณ ได้เสนอต่อนายจ้าง 4 ประเด็น คือ 1. จ้างพนักงานเพิ่มเติมเพื่อผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำงาน ไม่ใช่ให้ทำงานคล้องพวงมาลัยวันละ 2,000 คนเช่นนี้ พนักงานจะได้ทำงานด้วยความเต็มใจกว่านี้ ไม่ใช่ทนทำงานเพื่อรองานใหม่ การจ้างเพิ่มอีก 1 คน เป็นเงินประมาณ 300 บาท แล้วไม่เกิดความเสียหายจนถึงขั้นถูกล้อเลียนข้ามชาติ นับว่าคุ้มค่าอย่างมาก ค่าพวงมาลัย 2,000 พวงๆ ละ 20 บาท ก็ 4,000 บาทเข้าไปแล้ว แค่จ้างคนมาคล้องคนเดียว 300 บาท มันเกินไปจริงๆ

2. จัดสภาวะแวดล้อมในการทำงานให้ดีขึ้น เช่น มีถาดวางพวงมาลัย แทนที่จะต้องคล้องไว้ที่แขนเป็นจำนวนมากมายเช่นนี้ และเป็นการแสดงให้เห็นถึงการจัดหาพวงมาลัยต้นทุนต่ำ ๆ มาให้บริการเพื่อประหยัดต้นทุน 3. ให้ค่าจ้างและสวัสดิการเพิ่มเติมเพื่อจูงใจให้สามารถคัดเลือกพนักงานที่มีจิตใจบริการมาทำงานมากขึ้น และ 4. จัดการตรวจสอบการทำงานเพื่อปรับปรุงบริการ ก่อนที่จะถูกนำไปล้อเลียนเช่นที่เกิดขึ้น

ดังนั้นในแง่นี้ บริษัทที่จ้างพนักงานมาทำงานจึงต้องได้รับการตำหนิมากกว่าพนักงานเสียอีก ค่าจ้างและสวัสดิการสำหรับคนทำงานคงไม่มากนัก เมื่อเทียบกับรายได้ของบริษัท บริษัทจึงควรเจียดมาให้พนักงานมากกว่านี้ แต่ในอีกแง่หนึ่ง บริษัทดังกล่าวอาจได้รับจ้างงานมาในราคาถูกจากบริษัททัวร์ของจีน ทำให้ต้องกระเบียดกระเสียรจนเกินพอดี ในแง่นี้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบและไม่ควรปล่อยให้บริษัทคนไทยถูกจีนเอาเปรียบจนเกินไปเช่นกัน แม้แต่ไกด์ จีนก็ใช้ไกด์ของเขาเอง อย่างนี้ไม่เหมาะสมแน่นอน รัฐบาลก็อยากได้แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวมากๆ เพื่อหวังผลงานแต่ไม่เห็นใจคนไทยด้วยกันเอง

โสภณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้การจับสาวคนดังกล่าวส่งตำรวจท่องเที่ยวนำมาแถลงข่าวใหญ่โต ให้ขอโทษสังคมอีกต่างหาก (https://bit.ly/2wroMm9) นี่เท่ากับเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอเป็นอย่างยิ่ง การเอาผ้าปิดหน้าไว้บางส่วนไม่สามารถทำให้ปิดหน้าเธอได้หมด ที่สำคัญ คลิปที่ผ่านๆ มา ก็แชร์หน้าตาของเธอแบบไม่ปิดหน้าเลย ให้สังคมเห็นหมดแล้ว สื่อต่าง ๆ ควรได้รับการตำหนิที่เผยแพร่ข่าวโดยไม่ปกปิดใบหน้าของเธอ เพราะอาจทำให้เธอหางานลำบาก ยิ่งกว่านั้นคนที่ได้หน้าจากการจับขึงพืดเธอมาแถลงข่าวขอโทษเช่นนี้ ก็ควรได้รับการตำหนิเช่นกัน

โสภณ สรุปด้วยความเห็นใจพนักงานว่า เราต้องเห็นใจเด็กคล้องพวงมาลัยท่านนี้เพราะอย่างน้อยเขาก็ยิ้มตอนถ่ายรูป ตอนไม่ได้ถ่าย เขาหน้าตาเฉย ยังจะหาเรื่องไปว่าเขาอีก คนที่ได้รับค่าจ้างถูก ๆ ในแต่ละวันเช่นนี้ จะไปแบกรับภาระการดูแลศักดิ์ศรีของชาติในด้านการต้อนรับขับสู้อาคันตุกะของประเทศไทยอย่างไร บริษัทที่รับจ้างทำงานและระบบการทำงาน รวมทั้งการเอารัดเอาเปรียบของทัวร์จีนต่างหากที่ควรได้รับการตำหนิและตรวจสอบให้จงหนัก เราควรดูแลใส่ใจพนักงานให้มากกว่านี้ อย่าให้พนักงานสาวคล้องพวงมาลัยเป็นแพะบูชายัญ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์