ปิยบุตร-สุดารัตน์-เสรีพิศุทธ์-อรรถวิชช์ | พรรคจะสร้างความแตกต่างจาก 4 ปีที่ผ่านมาอย่างไร

ตัวแทน 4 พรรคการเมือง 1) ปิยบุตร แสงกนกกุล 2) สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 3) พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส และ 4) อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ร่วมตอบคำถามพรรคการเมืองจะสร้างความแตกต่างจาก 4 ปีที่ผ่านมาได้อย่างไร พร้อมตอบโจทย์ประเด็น คสช.สืบทอดอำนาจ นายกรัฐมนตรีคนนอก รัฐธรรมนูญ 2560

โดยปิยบุตรเสนอแก้รัฐธรรมนูญ 2560 เริ่มต้นที่แก้มาตรา 279 เปิดทางไปสู่การแก้ทั้งฉบับ และล้างมรดก คสช. ทิ้งทั้งหมด สุดารัตน์บอกหากกลไกกติกาไม่เอื้อต่อการทำงานของผู้แทนประชาชน ก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันไม่เอาเผด็จการ พร้อมชวน 4 พรรคจับมือทำสัตยาบรรณไม่เอาเผด็จการ ขณะที่อรรถวิชช์ ออกตัวเป็นพลเรือนไม่ถนัดฉีกรัฐธรรมนูญ โดยขอให้ลองใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ก่อน แต่ถ้าไม่ดีก็แก้แน่ ลั่นไม่ยอมรับนายกฯ คนนอก แต่หากทหารจะลงเล่นการเมืองโดยใช้สิทธิแบบพลเรือนก็เชิญ

20 พ.ค. 2561 ส่วนหนึ่งจากเสวนาสาธารณะ “The Move We Decide ก้าวที่เลือกได้” ดำเนินรายการโดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ชวนตัวแทน 4 พรรคการเมืองแสดงวิสัยทัศน์ ประกอบด้วย 1) ปิยบุตร แสงกนกกุล พรรคอนาคตใหม่ 2) สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคเพื่อไทย 3) พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย และ 4) อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคประชาธิปัตย์

โดยหนึ่งในคำถามที่ชวนตัวแทนพรรคการเมืองตอบคือ "หลังการเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะสร้างความแตกต่างจาก 4 ปีที่ผ่านมาได้อย่างไร ในเมื่อมีตัวล็อกทั้งแผนปฏิรูปต่างๆ และยุทธศาสตร์ชาติ?"

ทั้งนี้ ปิยบุตร แสงกนกกุล จากพรรคอนาคตใหม่ เสนอให้จัดการสิ่งที่เรียกว่า "มรดก คสช." ทิ้งทั้งหมด ทั้งคำสั่ง ประกาศ คสช. คำสั่งหัวหน้า คสช. ฯลฯ ยกเว้นในบางคำสั่งที่เกี่ยวข้องด้านการบริหารราชการแผ่นดินและในชีวิตประจำวัน ที่มีผู้ได้ประโยชน์โดยสุจริต อาจให้อยู่ต่อ แต่เปลี่ยนรูปมาเป็นพระราชบัญญัติ หรือกฎหมายลำดับศักดิ์รองๆ

และให้ผู้ได้รับความเสียหายจากคำสั่ง คสช. ผู้ถูกดำเนินคดีจับกุมคุมขังหลังรัฐประหาร 2557 ต้องยุติการดำเนินคดี ต้องได้รับการนิรโทษกรรม รวมทั้งต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โดยเริ่มต้นได้เลยที่การยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 279 ต้องยกเลิกทันที เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลต่างๆ ได้โต้แย้งประกาศคำสั่ง คสช. และเปิดทางให้มีการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับผ่านการประชามติ

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย เสนอว่า เมื่อกลไกมีปัญหา ไม่สามารถเป็นประชาธิปไตย หรือเป็นระบอบที่เอื้ออำนวยประชาชน ต่อปากท้องต่อการทำมาหากิน ต้องเดินตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ โดยที่กฎหมายล็อกด้วยว่าไม่ทำตามจะมีความผิด ประเทศไทยอาจจะเป็นประเทศแรกในโลกที่นักการเมืองและพรรคการเมืองจะถูกยุบพรรคและตัดสินติดคุกจากการนำเสนอนโยบาย

ในเมื่อกลไกไม่สามารถเอื้ออำนวยต่อการทำงานของผู้แทนราษฎรที่จะแก้ไขปัญหาประชาชน มันต้องกลับไปแก้ที่จุดปัญหาคือแก้ที่กติกา แล้วรัฐธรรมนูญแน่นอนแก้ยาก แค่ประกาศว่าจะแก้รัฐธรรมนูญไม่รู้จะติดคุกหรือเปล่า แก้ยาก แต่ส่วนตัวเชื่อว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้าเป็นความต้องการของประชาชน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย กล่าวตอบว่า "การเลือกตั้งครั้งนี้คุณชอบเผด็จการหรือเปล่า ผมไม่เอาแม่งแน่" และกล่าวต่อไปว่า พูดสุภาพกับพวกนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมไม่เอาเผด็จการแน่ และหลังจากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ถามตัวแทนอีก 3 พรรคการเมืองว่าเอาเผด็จการหรือไม่ และพูดว่า "4 พรรคไม่เอาเผด็จการ จับมือกันนะ รับรองชนะแน่ เผด็จการมาไม่ได้แน่"

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวด้วยว่า "บรรดาหัวหน้าพรรคต้องแสดงวิสัยทัศน์ให้ประจักษ์ชัดว่า จะต้องเข้ามาแก้ปัญหาประเทศชาติให้ได้ โดยเฉพาะยุคนี้เผด็จการยิ่งใหญ่เหลือเกิน เพราะฉะนั้นต้องแสดงวิสัยทัศน์ว่าจะปราบเผด็จการให้ได้ ไปเจอทหารแล้วหงอ หงอได้ไง ต้องปราบสิ เราเป็นรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมาย ทหารต้องอยู่ได้การปกครองของรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมาย ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี จะมายึดอำนาจแบบคราวที่แล้วไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์ เพราะผมรู้ไส้รู้พุงหมด เป็นนักเรียนเตรียมทหารเหมือนกัน รุ่นพี่คุณประยุทธ์ รุ่นน้องคุณประวิตร โรงเรียนเดียวกัน แต่นิสัยไม่เหมือนกัน"

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีประชาธิปไตย 80 กว่าปี เราเสียเวลาร่างรัฐธรรมนูญ แก้รัฐธรรมนูญ มากกว่าเวลาใช้มัน รัฐธรรมนูญมี 20 ฉบับแก้อีกนับไม่ถ้วน เรากำลังครุ่นคิดอยู่กับรัฐธรรมนูญแบบใหม่ แบบนี้ไม่ดี ทหารมา ฉีกทิ้ง แล้วก็เอาใหม่ หรือของทหารไม่ดี ฉีกทิ้ง แล้วก็เอาใหม่ มันจะสาละวนอยู่กับเรื่องนี้

"ผมอยากชวนคิดแบบนี้ถ้าเราเห็นว่าอยากแก้ ต้องแก้ได้ ต่อให้เขียนให้แก้ยากสุดๆ ผมว่าก็แก้ได้ ยุทธศาสตร์ชาติบอกแก้ไม่ได้ ก็ไม่จริง ถ้าดูให้ดีในรัฐธรรมนูญ มันเป็นข้อแนะนำ เขาว่า "รัฐพึง" เสมอ รัฐพึงทำอะไร ไม่ทำอะไร ไม่ใช่หน้าที่ ก็แก้ได้อีก มันอยู่ที่ว่าเราคิดแล้วตกผลึกร่วมกันว่าอะไรคือจุดโหว่ของมัน นี่คือหัวใจของเรื่อง เพราะฉะนั้นผมไม่ติดยึดว่ารัฐธรรมนูญ เมื่อเข้ามาแล้วต้องฉีกทิ้ง เพราะผมเป็นพลเรือนไม่ถนัดฉีกรัฐธรรมนูญ ขอคิดไปแบบนี้ก่อนว่า อย่าเพิ่งไปรังเกียจมัน รัฐธรรมนูญ 2560 มองอีกมุมหนึ่ง เป็นรัฐธรรมนูญที่มีเสียงการประชามติ 15.5 ล้านเสียง เยอะเหมือนกัน ผมว่าเราลองใช้ แต่ถ้าไม่ดีแก้แน่ แล้วยืนยันว่าไม่มีอะไรแก้ไม่ได้"

ส่วนกรณีที่มาของนายกรัฐมนตรีนั้น ตอนหนึ่งอรรถวิชช์นำเสนอว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความแปลกประหลาดคือว่าตอนทำประชามติมีคำถามพ่วงผ่านมาด้วยว่าให้ ส.ว. 250 คนที่มาจากการแต่งตั้งร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีได้ เพราะฉะนั้นเกิดอาการหวยล็อกคือทางทหารไม่จำเป็นต้องมีพรรคการเมือง เพราะมี ส.ว.แต่งตั้งมาร่วมเลือกอยู่แล้ว

ทำให้เกิดนายกรัฐมนตรีได้ 2 เรื่องคือมีนายกรัฐมนตรีคนใน กับนายกรัฐมนตรีคนนอก นายกรัฐมนตรีคนในหมายความว่าเป็นชื่อที่พรรคการเมืองเสนอมา 3 คน แล้วพรรคการเมืองนั้นต้องได้เสียง 25 เสียง คือกรณีพรรคการเมืองใหม่ที่เกิดขึ้น เขาต้องได้ ส.ส. ในมือ 25 เสียง ไม่อย่างนั้นเขาไม่มีสิทธิเสนอ 3 รายชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี นี่คือบริบทนายกรัฐมนตรีคนใน จึงเห็นอาการดูดมหาศาล เหล้าเก่าเข้าขวดใหม่ เพื่อต้องการเสียงให้ครบ

"ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรีคนนอกคือแบบนี้ ยกตัวอย่างว่าเกิดว่าใน ส.ส. จากการเลือกตั้ง 500 คน สมมติว่าพรรคฝั่ง A ไปรวบรวม ส.ส. ได้มาเกินครึ่ง รัฐธรรมนูญปกติตั้งรัฐบาลได้ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ตั้งไม่ได้ จะต้องได้เสียง ส.ว. อีก 250 เสียงมาใส่ในนี้ด้วย เพราะไม่ได้เอาเสียง ส.ส. ตั้ง ต้องเอา ส.ว. มารวม ทำให้เป้าคือต้องได้ 376 เสียงขึ้นไป เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่ากลไกแบบนี้มีโอกาสเดดล็อกกลางอากาศ เลือกตั้งเสร็จเรียบร้อย จับขั้วได้เรียบร้อย ได้เกินครึ่งของสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ เพราะ ส.ว. รับฟังคำสั่งจาก คสช. ถ้าเดดล็อกแบบนี้บ้านเมืองจะวุ่นวาย"

"เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าหนทางการเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก ไม่รับเด็ดขาด ยืนยัน"

"แต่ว่าผมชวนคิดอีกครับ ในทางกลับกันถ้าทหาร ไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีการดูดหรือคิดสะระตะมาแบบไหนก็แล้วแต่ เขาใช้สิทธิในความเป็นพลเรือนของเขา ที่เขาจะเข้าสู่การเมืองได้ ผมว่าไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจถ้าทหารจะอยู่ในการเมืองไทย เพราะก่อนหน้านี้ทหารก็ชนะเลือกตั้งมา ผมไม่ได้หมายถึงองค์กร ผมหมายถึงพวกพลเอก พลโทต่างๆ ท่านมีสิทธิด้วยความเท่าเทียมกัน ถ้าเปิดโอกาสว่าประชาชนไม่ระแวงทหาร ทหารไม่ระแวงประชาชน แบบนี้โอกาสเลือกตั้งมีสูง"

"ผมชวนคิดแบบนี้ก่อนว่า รัฐธรรมนูญ กฎ กติกาต่างๆ ไม่จำเป็นต้องฉีกทิ้ง พวกเราไม่ชำนาญเรื่องฉีกทิ้ง ไม่ใช่หน้าที่พลเรือน เราลองใช้มันดู ถ้ามันไม่ดี ไม่มีอะไรขวางได้ ไม่ว่ากติกาจะยากขนาดไหน คิดว่าแก้ได้" อรรถวิชช์กล่าว