สิทธิประกันตัวของผู้ต้องหาที่เป็นพระสงฆ์

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

ปัจจุบันศาลยุติธรรมได้พัฒนาระบบการจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพและเป็นสากลมากขึ้นในหลายเรื่อง เช่น การพิจารณาคดีที่มีความรวดเร็วมากขึ้น ส่วนใหญ่คดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นจะแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 1 ปี ส่วนคดีที่เข้าสู่ชั้นศาลอุทธรณ์จะแล้วเสร็จไม่เกิน 6 เดือน ที่สำคัญก็คือการลดความเหลื่อมล้ำในการปล่อยชั่วคราวหรือการประกันตัวจำเลยในระหว่างการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีในศาล ซึ่งส่วนใหญ่ศาลจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ความก้าวหน้าของกระบวนการยุติธรรมยังรวมไปถึงสิทธิในการได้รับประกันตัวกรณีที่ผู้ต้องหาไม่มีหลักทรัพย์วางประกัน เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำดังกล่าวศาลยุติธรรมได้นำระบบประเมินความเสี่ยงในการปล่อยชั่วคราวมาทดลองใช้ในระบบกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและยกเลิกการเรียกหลักประกันที่เป็นตัวเงินและหลักทรัพย์ โดยมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการหลบหนีของจำเลยเพื่อให้ศาลพิจารณาก่อนสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวและไม่ต้องใช้หลักประกันเฉพาะคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี โดยทดลองกับทุกฐานความผิดซึ่งขยายอัตราโทษมากขึ้น ยกเว้นความผิดในคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญและคดียาเสพติดที่มีการครอบครองและจำหน่ายจำนวนมาก

สิทธิในการได้รับประกันตัวเป็นสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องหาและผู้ต้องขังซึ่งเป็นกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองหรือ ICCPR ซึ่งมีหลักการว่า สิทธิประกันตัวระหว่างการพิจารณาคดี จะต้องเป็นหลักการที่ได้รับความคุ้มครอง การมิให้ประกันตัวถือเป็นข้อยกเว้นหรือจะกระทำได้ต่อเมื่อไม่มีวิธีการที่เบากว่านี้ การปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยระหว่างการพิจารณา ถือว่าเป็นการละเมิดข้อ 9(3) ของ ICCPR ซึ่งกำหนดว่า “การควบคุม คุมขังบุคคลระหว่างการพิจารณาคดี ไม่ควรเป็นกฎที่ใช้ทั่วไป” การคุมขังระหว่างการพิจารณาคดีนานเกินระยะเวลาที่สามารถยกเหตุผลอันเหมาะสมมากล่าวอ้างได้ เป็นการกระทำโดยไม่มีกฎเกณฑ์และละเมิดข้อ 9(1) ของ ICCPR ที่ว่า “บุคคลทุกคนมีสิทธิในเสรีภาพและความปลอดภัยของร่างกาย บุคคลจะถูกจับกุมหรือควบคุมโดยอำเภอใจมิได้ บุคคลจะถูกลิดรอนเสรีภาพของตนมิได้” และบ้านเรามีกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตราที่ 39 วรรคสองว่าด้วยเรื่องของการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ โดยหลักการก็คือก่อนจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดจะปฏิบัติต่อผู้นั้นเสมือนผู้กระทำความผิดมิได้ และไม่ควรมีบุคคลใดต้องติดคุกก่อนศาลพิพากษาหรือระหว่างพิจารณาคดี

โดยทั่วไปศาลมักจะไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาโดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือคดีที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 108 ประกอบมาตรา 108/1 ที่มีสาระสำคัญสรุปได้ว่า ในการวินิจฉัยคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว ต้องพิจารณาประเด็นเหล่านี้ประกอบด้วย ได้แก่ (1) ความหนักเบาแห่งข้อหา (2) พยานหลักฐานที่ปรากฎแล้วมีเพียงใด (3) พฤติการณ์ต่างๆ แห่งคดีเป็นอย่างไร (4) เชื่อถือผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันได้เพียงใด (5) ผู้ต้องหาหรือจำเลยน่าจะหลบหนีหรือไม่ (6) ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวมีเพียงใดหรือไม่ (7) ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องขังตามหมายศาล ถ้ามีคำคัดค้านของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ โจทก์หรือผู้เสียหาย ศาลพึงรับประกอบการวินิจฉัยได้ มาตรา 108/1 การสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราวจะกระทำได้ต่อเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อเหตุใดเหตุหนึ่ง คือ (1) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี (2) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน (3) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น (4) ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ (5) การปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาล

แม้สิทธิในการได้รับการประกันตัวของผู้ต้องหาจะพัฒนาไปมาก แต่ที่ยังเป็นคำถามของสังคมในขณะนี้ก็คือสิทธิในการได้รับการประกันตัวในกรณีผู้ต้องหาเป็นพระสงฆ์ คดีเงินทอนวัดที่มีพระผู้ใหญ่ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในคดีร่วมกันฟอกเงิน ศาลไม่ให้ประกันตัวโดยอ้างเหตุว่าเนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นรวมถึงเกรงว่าจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เนื่องจากเอกสารของกลางพยานหลักฐานอยู่ในการครอบครองของผู้ต้องหาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งพฤติการณ์มีการทำเป็นขบวนการและคดีมีอัตราโทษสูงหากปล่อยตัวเกรงว่าจะหลบหนี ซึ่งศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพนักงานสอบสวนยังมีความจำเป็นต้องสอบปากคำพยาน จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน ฝ่ายรัฐบาลเองเมื่อถูกถามกรณีพระสงฆ์ถูกดำเนินคดีและถูกถอดสมณศักดิ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การถอดสมณศักดิ์กับการบวชไม่เกี่ยวกันต้องแยกจากกัน ความผิดทางโลกเป็นเรื่องหนึ่ง ความผิดทางธรรมเป็นเรื่องหนึ่ง การจะสึกนั้น ทางกฎหมายบังคับให้สละสมณเพศ แต่จะด้วยความสมัครใจหรือไม่สมัครใจ ต้องไปว่ากันภายหลังเมื่อคดีทางโลกจบแล้ว

คำถามก็คือการมิให้พระสงฆ์ได้รับสิทธิประกันตัวซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานสามารถกระทำได้เพียงใด สิทธิในการได้รับการประกันตัวหรือปล่อยตัวชั่วคราวในกรณีผู้ต้องหาเป็นพระสงฆ์ควรมีขอบเขตแค่ไหน และข้อคำนึงถึงการใช้ดุลพินิจในการไม่อนุญาตให้ประกันตัวนั้นเป็นไปตามหลักความชอบด้วยกระบวนการทางกฎหมายหรือไม่ หลักความชอบด้วยกระบวนการทางกฎหมายถือเป็นส่วนหนึ่งของหลักนิติธรรมในเรื่องระบบการพิจารณาคดีที่ว่ากระบวนการใช้อำนาจรัฐทุกรูปแบบต้องมีการคุ้มครองให้กระบวนวิธีพิจารณาทางอาญาต้องทำด้วยความเป็นธรรม ปราศจากอคติ ไม่เลือกปฏิบัติ และพอสมเหตุสมผล การที่ศาลอ้างเหตุของการไม่ให้ประกันตัวว่าเนื่องจากเอกสารของกลางพยานหลักฐานอยู่ในการครอบครองของผู้ต้องหาเป็นจำนวนมาก ศาลได้ไต่สวนถึงเหตุที่ว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานอย่างไร ซึ่งการอ้างว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานนี้เป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐาน จึงต้องให้พนักงานสอบสวนหรือศาลมีภาระในการพิสูจน์ว่าหากปล่อยตัวไปแล้วผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปยุ่งเหยิงหรือไปทำลายพยานหลักฐานอย่างไรจนทำให้ศาลพอใจ และฝ่ายผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องสามารถคัดค้านหลักฐานของพนักงานสอบสวนได้ ที่มักพบก็คือข้ออ้างของพนักงานสอบสวนต่อศาลมักเป็นการอ้างลอยๆ โดยขาดพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือและศาลอาจไม่ได้ทำการไต่สวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงตามที่มีการกล่าวอ้าง ซึ่งประเด็นเหล่านี้ล้วนต้องมีการดำเนินการให้เป็นไปตามหลักความชอบด้วยกระบวนการทางกฎหมาย หากไม่มีการดำเนินการเช่นนี้ย่อมทำให้กระบวนพิจารณาคดีไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดต่อหลักสิทธิการประกันตัว ยิ่งเป็นกรณีผู้ต้องหาที่เป็นพระสงฆ์ที่มีอายุพรรษาเข้ามาเกี่ยวข้องควรดำเนินการอย่างรอบคอบ  และเมื่อพิจารณาตามระเบียบข้อ 8 ศาลสามารถกําหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับที่อยู่ของผู้ต้องหาหรือจําเลยหรือเงื่อนไขอื่นใดให้ผู้ต้องหาหรือจําเลยปฏิบัติเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือเพื่อป้องกันภัยอันตราย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยชั่วคราวก็ได้ เช่น ให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานหรือบุคคลตามที่ศาลเห็นสมควร วางข้อจํากัดเกี่ยวกับสถานที่อยู่อาศัยหรือการเดินทางออกไปนอกสถานที่อยู่อาศัย วางข้อจํากัดเกี่ยวกับการประกอบอาชีพหรือการงานบางอย่าง หรือวางข้อจํากัดเกี่ยวกับการเข้าไปในสถานที่บางแห่งที่อาจก่อให้เกิดการกระทําความผิดอีก ในกรณีผู้ต้องหาที่เป็นพระสงฆ์สามารถดำเนินการได้เรื่องนี้ได้พอสมควร

และเมื่อพิจารณาดูกฎหมายปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ควบคุมพฤติกรรมของพระภิกษุที่ละเมิดพระวินัยและอาศัยกฎหมายบ้านเมืองมาช่วย  แม้สามารถให้พนักงานสอบสวนมีอํานาจจัดดําเนินการให้พระภิกษุสละสมณเพศเสียได้ตามมาตรา ๒๙ และ ๓๐ แต่มาตรา 25 ภายใต้บังคับมาตรา 24 ก็ให้อำนาจมหาเถรสมาคมว่า มหาเถรสมาคมก็อํานาจตรากฎมหาเถรสมาคมกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติเพื่อให้การลงนิคหกรรมเป็นไปโดยถูกต้องสะดวกรวดเร็วและเป็นธรรม และให้ถือว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายที่มหาเถรสมาคมจะกําหนดในกฎมหาเถรสมาคมให้มหาเถรสมาคมหรือพระภิกษุผู้ปกครองสงฆ์ตําแหน่งใดเป็นผู้มีอํานาจลงนิคหกรรมแก่พระภิกษุผู้ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย กับทั้งการกําหนดให้การวินิจฉัยการลงนิคหกรรมให้เป็นอันยุติในชั้นใด ๆ นั้นด้วย  นอกจากนั้นการปกครองคณะสงฆ์ยังมีสังฆาณัติและระเบียบคณะวินัยธรซึ่งกำหนดให้มีคณะวินัยธรชั้นต้น คณะวินัยธรชั้นอุทธรณ์ และคณะวินัยธรชั้นฎีกา มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยอธิกรณ์อันเกิดขึ้นในเขตที่กำหนดตามประกาศแต่งตั้ง เมื่อพระราชบัญญัติคณะสงฆ์และสังฆาณัติและระเบียบคณะวินัยธรให้อำนาจคณะสงฆ์ไว้  แต่ในทางปฏิบัติหลายกรณี เมื่อพระสงฆ์ต้องอาญาแผ่นดินมหาเถรสมาคมและพระวินัยธรแทบไม่ได้มีส่วนในกระบวนการยุติธรรมใดๆ ซึ่งมีคำถามว่าเป็นธรรมสำหรับผู้ต้องหาที่เป็นพระสงฆ์หรือไม่ และเป็นไปตามหลักความชอบด้วยกระบวนการทางกฎหมายหรือไม่

การดำเนินคดีผู้ต้องหาที่เป็นพระสงฆ์ควรเปิดช่องให้มีกลไกคณะสงฆ์เข้าไปมีส่วนร่วมทุกขั้นตอนซึ่งเป็นการชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และสอดคล้องกับกระบวนการยุติธรรมที่เคารพหลักการสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรมในเรื่องสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องหาหรือจำเลย และกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นธรรม อันจะเป็นการยกระดับกระบวนการยุติธรรมบ้านเราให้เป็นสากล เป็นประเทศที่ดำเนินการสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากลที่นานาประเทศให้การรับรอง

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์