ใบตองแห้ง: “ฉีก รธน.” อาชีพสงวน

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขุดหลุม ดักใครก็ไม่รู้ ประกาศจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่กลับใช้วาทกรรม “ฉีกรัฐธรรมนูญ”

พอนักข่าวเอาไปถามผู้นำ คสช. ทั้งนายกฯ รองนายกฯ ก็ยืนยันทำไม่ได้ วิษณุ เครืองาม ขีดเส้นใต้ “ฉีกรัฐธรรมนูญ” เป็นคำพูดรุนแรง พูดอะไรต้องรับผิดชอบ วันหน้าอาจถูกเอาผิด

“ฉีกรัฐธรรมนูญ” ทำไม่ได้ แค่พูดก็รุนแรง จะมีความผิด อ้าวแล้วใครฉีกรัฐธรรมนูญมากับมือ นิรโทษตัวเองเสร็จสรรพ ไม่ต้องรับผิด แต่กลับห้ามคนอื่นทำไม่ได้

โธ่ถัง ธนาธรทำไม่ได้อยู่แล้วครับ นักการเมืองจากเลือกตั้งไม่มีใครทำได้ “ฉีกรัฐธรรมนูญ” เป็นอาชีพสงวน ทำได้เฉพาะอาชีพที่มีปืนมีรถถังเท่านั้น ทำกันจนเป็นมืออาชีพ 13 ครั้งใน 86 ปี

ธนาธรพูดได้ แต่ฉีกไม่ได้ ทำได้อย่างเก่งก็แก้ไขตามมาตรา 256 ซึ่งไม่ผิดตรงไหน ไม่ทราบวิษณุมองอย่างไร ว่าวันหน้าอาจผิด วิษณุบอกนักกฎหมายที่ไหนก็ตอบได้ ว่าผิดไม่ผิด อ้าว กรธ.อุดม รัฐอมฤต คณบดีนิติ มธ.ตอบแล้วไง ว่าไม่ผิด เป็นเพียงการใช้ภาษาเพื่อให้เกิดความรู้สึก แต่ในท้ายที่สุดคงไม่ใช้การล้มล้างรัฐธรรมนูญ

พูดตามความเป็นจริง รัฐธรรมนูญ 2560 แก้ยากกระทั่งแทบเป็นไปไม่ได้ ต้องใช้เสียง ส.ว.แต่งตั้งหนึ่งในสาม ต้องใช้เสียงฝ่ายค้าน 20% ถ้าเป็นประเด็นสำคัญ ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนว่าแก้ได้แก้ไม่ได้ ต้องทำประชามติไหม

ถ้าอย่างนั้น การประกาศแก้ไขทั้งฉบับเป็นแค่ “หาเสียง” ด้วยลมปากหรือเปล่า เปล่าเลย เพราะใครก็รู้ว่ายาก แต่นี่คือการประกาศเจตนารมณ์ จะทำเรื่องใหญ่ที่ท้าทาย เหมือนปีนเขาขั้วโลกใต้ รู้ว่ายากลำบากแค่ไหนก็จะผจญภัย

ไม่ใช่รู้ว่าแก้ไม่ได้ก็ยอมจำนน ทนใช้ไปจนตาย เหมือนพรรคไหนไม่รู้ ทีแรกประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ตอนนี้กลับเป็นองครักษ์พิทักษ์ หาว่าไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ประชามติมัดมือชก รณรงค์ไม่รับจับติดคุกติดตะราง

การแก้รัฐธรรมนูญเป็นภารกิจสำคัญ ตอนนี้คนส่วนใหญ่อาจยังไม่เห็น แต่เมื่อกลับสู่เลือกตั้ง ทุกคนจะเห็น ว่าโครงสร้างกลไกรัฐธรรมนูญ 2560 พันธนาการประเทศ บังคับข่มขืนความขัดแย้งไว้ โดยไม่แก้ไข มีแต่จะทำให้รุนแรงขึ้น ไม่มีวันสงบปรองดอง

แถมยังแก้ไขได้ยาก นอกจากวายป่วงขึ้นมา แล้วมืออาชีพก็จะต้อง “ฉีก” ครั้งที่ 14

พรรคอนาคตใหม่ประกาศนิรโทษกรรม ผู้ต้องคดีการเมืองในยุค คสช. บางพรรคหาว่านิรโทษพวกตัวเอง อ้าว นี่แปลว่าเห็นด้วยกับคำสั่งห้ามชุมนุม 5 คนขึ้นไป เคลื่อนไหวแสดงออกก็โดน ม.116 เป็นภัยต่อความมั่นคง ใช้อำนาจตรวจค้นจับกุมโดยไม่ต้องขอหมายศาล เอาเข้าค่ายทหารได้ 7 วัน ฯลฯ ถ้าคิดอย่างนี้ ทำไมยังโวยวายให้ปลดล็อกพรรคการเมือง

ถ้าเราต้องการกลับสู่ประชาธิปไตย ซึ่งหลักการสำคัญที่สุดคือการปกครองด้วยกฎหมายที่เป็นธรรม โดยอำนาจที่ชอบธรรม ก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้อง “ลบล้างผลพวงรัฐประหาร” ซึ่งออกคำสั่งเป็นกฎหมาย เอาผิดผู้คนโดยไม่ผ่านหรือลัดกระบวนการยุติธรรม

ที่ร้ายแรงที่สุด คือ 4 ปีผ่านไป กฎหมายวิปริตถูกบิดเบือนให้เป็นคำสั่ง พร่ำบอกประชาชนให้เคารพกฎหมาย ทั้งที่ไม่ชอบธรรม ไม่ยุติธรรม แม้แต่ศาลก็ต้องยอมรับคำสั่ง คสช.เป็นกฎหมาย ยอมรับกระบวนการจับกุมที่ไม่ต้องขอหมายค้นหมายจับ ทั้งที่ขัด ป.วิอาญา พิพากษาความผิดผู้ชุมนุมเกิน 5 คน แม้ยังมีอำนาจปล่อยตัวหรือรอลงอาญา

ถ้าไม่ลบล้างการเอาผิดกันอย่างนี้ เราจะกลับสู่ประชาธิปไตยปกติที่มีนิติรัฐได้อย่างไร

พรรคอนาคตใหม่จึงบอกด้วยว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญ “ฉีก” มาตรา 279 ที่รับรองประกาศคำสั่ง คสช. ไว้คู่กับรัฐธรรมนูญ ซึ่งปิยบุตร แสงกนกกุล เรียกว่า “รัฐธรรมนูญคู่” โดยไม่ได้บอกให้ฉีกทิ้งเสียหมด แต่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบมีสิทธิฟ้องโต้แย้งต่อศาล หรือองค์กรที่มีอำนาจตรวจสอบ พร้อมกับทบทวนใหม่ ประกาศคำสั่งไหนมีประโยชน์ เป็นคำสั่งทางราชการ ก็ทำให้เข้าระบบอย่างถูกต้อง ฉบับไหนขัดความยุติธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ต้องยกเลิก เพื่อกลับสู่ระบบปกติ

พอเสนออย่างนี้กลับถูกหาว่า radical ปิยบุตรต้องแย้งว่า เฮ้ย นี่วิธีคิดของคนปกติ ใครที่เห็นว่ารุนแรง ถ้าไม่ใช่เชียร์เผด็จการ ก็คือพวกสุดโต่ง ที่มองจากตัวเอง แล้วเห็นคนปกติเป็นคนสุดโต่ง

คนบ้ามองผ่านลูกกรงคงเห็นคนปกติเป็นคนบ้า สังคมที่อยู่ใต้ผู้นำอำนาจนิยมมายาวนาน ก็ระวังจะวิปริตจนไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติ

 

ที่มา: www.khaosod.co.th/politics/news_1158656

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น