อัพเดทล่าสุดเมื่อ 56 นาที 40 วินาที ที่ผ่านมา

‘ประวิตร-ประยุทธ์-ปรีชา’ แจงดาวเทียม(ไม่)จารกรรม แค่หารือไม่ผูกมัดสหรัฐฯ

6 มิ.ย.2561 พล.อ.อ.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) กล่าวถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์อ้างถึงสทป. ผลักดันการจัดซื้อจัดหาดาวเทียมTHEIA (เทเออร์) จำนวน 112 ดวง มูลค่า 2,850 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ หรือ 91,200 ล้านบาทจากบริษัท THEIA Group ประเทศสหรัฐฯ

พล.อ.อ.ปรีชา กล่าวว่า ตามข้อเท็จจริงแล้วบริษัทเอกชนของสหรัฐฯ ยังไม่ได้ขายดาวเทียมให้กับไทย แต่ สทป.มีการลงนามใน LOA (Letter of Acknowledge) แล้วเมื่อเดือน 19 ธันวาคม 2560 เพื่อรับทราบว่าบริษัทดำเนินโครงการอย่างไร รวมถึงประโยชน์ที่เราจะได้รับเพื่อแจ้งให้คณะกรรมการของ สทป. ทราบ จากนั้นได้มีการลงนามในหนังสือแสดงความจำนง หรือ LOI (Letter of Intent) เมื่อเดือน 15 ม.ค.2561 ในการด้านวิจัยและพัฒนาร่วม การศึกษาร่วมกันในการมีดาวเทียม รวมทั้งผลกระทบ ความมั่นคงเศรษฐกิจ เช่น การค้นหาแหล่งน้ำใต้ดิน บนดิน แหล่งพลังงานจากธรรมชาติเพื่อใช้ในการลงทุน งานด้านการขนส่ง งานด้านการประมงผิดกฎหมายหรือไอยูยู พร้อมทั้งดูความเป็นไปได้ในการจัดทำแผนแม่บทร่วมกัน ซึ่งการดำเนินการของ สทป.เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์กรทุกประการ

"ไม่มีสิ่งใดที่เป็นการผูกมัดว่าจะต้องเลือกบริษัทนี้ในการดำเนินการเรื่องดาวเทียม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้มีอำนาจ ซึ่งมีกระบวนการอยู่แล้ว ในปัจจุบัน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกิจการอวกาศแห่งชาติเป็นผู้ดูแลในภาพรวม และการที่ท่านเดินทางไปสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ในงานอื่น บริษัทดังกล่าวเชิญให้ไปฟังท่านก็แวะไปฟัง ยังไม่ได้มีการอนุมัติแต่อย่างใด และการที่คุณศรีสุวรรณมาพูดว่าจะทำดาวเทียมเพื่อการโจรกรรมผมก็ไม่ทราบว่าเขาไปเอาข้อมูลจากไหนเพราะปกติในเรื่องความมั่นคงนั้นมีสนธิสัญญาระหว่างประเทศในการดูแลอยู่ ไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ แต่การติดต่อสื่อสารโทรศัพท์คุยกัน ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ ต่างก็รู้ว่าใครคุยกับใคร ที่ไหน อยู่แล้วซึ่งมันไม่ใช่การเข้าไปโจรกรรม" พล.อ.อ.ปรีชา กล่าว

พล.อ.อ.ปรีชา กล่าวว่า เท่าที่ศึกษาและรับฟังข้อมูลดาวเทียม พบว่าเทเออร์ถือว่ามีประสิทธิภาพสูง ส่งสัญญาณในลักษณะเรียลไทม์ ซึ่งหากเราเข้าเป็นประเทศภาคีพันธมิตรก็จะมีส่วนได้รับข้อมูลโดยไม่ต้องมีการซื้อ และยังมีหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศให้ความสนใจ แต่สหรัฐฯ เขาก็จะเลือกแค่ไม่กี่ประเทศเท่านั้น ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีแต่อยากใช้ข้อมูลจากดาวเทียมก็ต้องเสียเงินซื้อ การไม่เข้าร่วมเราก็ต้องเสียเปรียบ อีกทั้งงบประมาณนี้ก็ไม่ได้มากมายขนาด 9 หมื่นล้าน ถูกกว่าเรือดำน้ำอีก อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวไม่เกี่ยวกับดาวเทียม ธีออส 2 ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไปเมื่อปี 2558 เท่าที่ทราบมีเอกชนยื่นความสนใจเข้ามาแต่ยังไม่ได้มีการเดินหน้าโครงการ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร และไม่ขอออกความเห็นหรือเปรียบเทียบระหว่างดาวเทียมทั้งสองดวงนี้

เมื่อถามว่า ข้อมูลโจมตีที่ออกมาช่วงนี้เนื่องจากมีการแข่งขันของเอกชนที่จะเข้ามาร่วมลงทุนกันหลายบริษัทใช่หรือไม่ ผอ.สทป. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเลือกบริษัทไหน ลองไปหาข้อมูลเปรียบเทียบกันดูว่าตรงไหนคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่ง สทป.ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องการตัดสินใจ ทำหน้าที่ด้านการวิจัยและพัฒนา และรายงานไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาและตามมติภากลาโหมเท่านั้น.

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการประชุมสภากลาโหมในวาระการดำเนินงานด้านกิจการอวกาศ กระทรวงกลาโหมที่จะจัดหาดาวเทียมดวงใหม่มาแทนดาวเทียมไทยคมซึ่งจะหมดอายุในปี 2564 ว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้ทำอะไร เป็นเพียงการศึกษาร่วมกันกับประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ซึ่งเขาอยากให้เราร่วมศึกษาวิจัยและเป็นสมาชิกด้วย แต่ไทยยังไม่ตอบตกลงกลับไป ส่วนเรื่องงบประมาณยังไม่มีความชัดเจน ถ้าจะทำจริงก็ต้องให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม และเป็นในนามของรัฐบาลไม่ใช่ในนามทหาร และฝ่ายที่จะทำก็เป็นประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งยิงดาวเทียมไปรอบโลก โดยจะออกไปในระยะ 50 กิโลเมตรตามแนวชายแดนเพื่อให้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน และใช้ดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศ ส่วนหนังสือแสดงเจตจำนงในการร่วมดำเนินโครงการ (แอลโอไอ หรือ Letter of Intent) ที่ไปเซ็นก็เพื่อรับรู้ รับทราบ และเป็นเรื่องของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศจะเป็นผู้ร่วมดำเนินการ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ทำอะไร เพียงแต่ไปร่วมเซ็นเท่านั้น

เมื่อถามว่านายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุว่ากองทัพไทยกำลังดำเนินการจัดซื้อจัดหาดาวเทียมไธอา(THEIA) จากสหรัฐอเมริกามูลค่า 91,200 ล้านบาท ซึ่งแท้ที่จริงเป็นดาวเทียมจารกรรม เนื่องจากสามารถตรวจจับและเก็บข้อมูลละเอียดมากนั้น ไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “โอ๊ย เป็นดาวเทียมใช้ทั่วไป ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะออกมาเมื่อไร ต้องให้พูดคุยเพื่อพิจารณากันก่อน อย่างไรก็ตาม ต่างประเทศเห็นว่าประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งที่น่าลงทุน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีขอเข้ามาร่วมทุน เขายังไม่ร่วมด้วยเลย ถ้าเราไม่ร่วมเขาก็ไปประเทศอื่น”

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เป็นเพียงการพูดคุยหารือกันเฉยๆ ว่าเราควรจะมีหรือไม่มี วันนี้ทางกองทัพก็ยืนยันมาแล้ว แล้วเราเอางบประมาณจากที่ไหน มันราคาถูกๆ หรืออย่างไร ซื้อมาจะคุ้มค่าหรือเปล่า เป็นเรื่องอีกตั้งนาน เป็นเรื่องวันหน้าจะทำอย่างไร เท่าที่ทราบวันนี้ดาวเทียมที่เราใช้อยู่จะหมดอายุการให้บริการจนถึงวันนี้ยังไม่เห็นมีการเสนอเรื่องนี้มาเพื่อพิจารณา เพราะฉะนั้นการจะไปตกลงหรือทำอะไรก็ตามต้องมาขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีกฎหมายอยู่ ตราบใดก็ตามที่ไม่เข้า ครม. มันไม่มีทางเป็นไปได้ และ ครม.ก็มีการตรวจสอบก่อนที่จะนำเข้า ครม.ด้วยว่า เรื่องที่จะนำเข้าพิจารณา เข้าหลักเกณฑ์หรือข้อบังคับทางกฎหมายหรือไม่ โดยเรื่องข้อกฎหมายต้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาด้วย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกเรื่องมีกฎหมายทั้งหมด เพียงแค่การพูดคุยอะไรต่างๆ มันทำได้ทุกเรื่อง แต่เราจะตัดสินใจทำหรือไม่ทำ เป็นเรื่องของ ครม. เรื่องของงบประมาณ และอื่นๆ เยอะแยะไปหมด ข้อสำคัญต้องคำนึงถึงประชาชนว่ายินยอมและตอบรับหรือไม่ แต่ในเรื่องเทคโนโลยีอยากให้ทุกคนคิดใน 2 ด้าน ไม่ได้หมายถึงว่าจะพูดถึงเรื่องดาวเทียมนี้อย่างเดียว พูดถึงโลกวันนี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายในเรื่องเทคโนโลยีและดิจิทัล รวมทั้งออนไลน์ต่างๆ ซึ่งมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้เราต้องช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันของเราให้ดีที่สุดในการที่จะเสพ ในการที่จะรับ ในการที่จะเชื่อ ในการที่จะเขียน ในการที่จะโพสต์ ดีกว่ามีดาวเทียมด้วยซ้ำไป ไม่จำเป็นต้องไปอะไรกับใคร ถ้าเราช่วยกันเฝ้าระวัง และเมื่อมีเรื่องนี้เข้ามาก็ต้องช่วยกันแก้ไข มันมีกฎหมายทุกตัว

 

ที่มา: มติชนออนไลน์ ข่าวสดออนไลน์

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai