ครม.สัญจรใจดีตอบรับเกือบทุกโครงการ ยกเว้นขยายถนน “ห้วยขาแข้ง”

ครม.สัญจรปากน้ำโพ ไม่อนุมัติแค่ขยายถนนห้วยขาแข้งหวั่นกระทบกับจำนวนสัตว์ในพื้นที่ เว็บไซต์ทำเนียบไม่มีรายละเอียดโครงการที่นำเสนอจากภาคเอกชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ขณะที่สื่อรายงานก่อนหน้านี้เอกชนเสนอใช้งบกว่า 5 หมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครสวรรค์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝายเศรษฐกิจ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เดินทางตรวจราชการจังหวัดพิจิตรและนครสวรรค์ พร้อมทั้งเตรียมประชุมครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (สัญจร) ครั้งที่ 4/2561 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ในวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ซึ่งเป็นการประชุมครม.สัญจร ภาคเหนือตอนล่าง 2 จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชรและอุทัยธานี

ครม.ใจดีไฟเขียวเกือบทุกโครงการ ยกเว้นขยายถนน'ห้วยขาแข้ง'

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่าเมื่อเวลา 14.30น.ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ครม.สัญจรจังหวัดนครสวรรค์ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอจากที่ประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจัดหวัด และเอกชน จาก 4 จังหวัดในพื้นที่เกือบทุกเรื่อง อะไรที่อยู่ในแผนอยู่แล้วให้ดำเนินการจัดความเร่งด่วน มีเพียงโครงการเดียวที่ไม่ตอบรับ คือ การขยายถนนในพื้นที่ห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่รัฐบาลเห็นว่า เมื่อถ้าขยายไปจะกระทบกับจำนวนสัตว์ในพื้นที่ ขณะที่ พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่าในที่ประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในช่วงท้ายการประชุมว่า การพิจารณาสนับสนุนงบประมาณจะพิจารณาตามความเหมาะสมในโครงการจำเป็นเร่งด่วน สอดคล้องกับงบประมาณแผ่นดิน จะไม่สนับสนุนทุกอย่างตามที่กลุ่มจัดหวัดขอมา เพราะต้องบูรณาการงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อสืบค้นรายละเอียดว่าที่โครงการใดบ้างที่รัฐบาลตอบรับในเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลใน “สรุปข่าวประชุมครม.” วันที่ 12 มิ.ย.2561 พบว่าไม่มีรายละเอียดการพูดคุยในเรื่องที่นำเสนอจากเอกชนในพื้นที่

“เกือบทุกโครงการ” ที่ตอบรับนั้น คืออะไร

เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจรายงานก่อนการประชุม ครม. 1 วัน ว่า โครงการและงบประมาณจากการเสนอของภาคเอกชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างนั้นได้แก่ แผนของสภาหอการค้าจังหวัดและสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 จำนวน 6 ด้าน ได้แก่ 1. ส่งเสริมการวิจัย และการเกษตรโครงการเขตเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) หรือ ไบโอฮับ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะนครสวรรค์และกำแพงเพชร 2. พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร 3. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 4. พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว 5. พัฒนาคุณภาพชีวิต และ 6. เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเพื่อป้องกันอุทกภัย

อาทิ โครงการตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด 4 ปี 121 โครงการ ประกอบไปด้วย 1. โครงการภายใต้ห่วงโซ่คุณค่าข้าวและสินค้าเกษตร 90 โครงการ งบ 1,714,488,000 บาท และ 2. โครงการภายใต้ห่วงโซ่คุณค่าการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และวัฒนธรรม 31 โครงการ งบ 160,580,000 บาท

งบลงทุน ประกอบไปด้วย การพัฒนาปัจจัยพื้นฐาน พัฒนาแหล่งน้ำ 15 โครงการ วงเงิน 430,000,000 บาท การเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน การแปรรูปพัฒนาตลาด การผลิต/การตลาด 41 โครงการ วงเงิน 342,233,000 บาท การพัฒนาปัจจัยพื้นฐาน ด้านการท่องเที่ยว/ทรัพยากรธรรมชาติ – ถนน 2 โครงการ วงเงิน 19,000,000 บาท

การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยว – แหล่งท่องเที่ยว 14 โครงการ วงเงิน 91,580,000 บาท พัฒนาตลาดศักยภาพบุคลากรการท่องเที่ยว – เพิ่มศักยภาพ 15 โครงการ วงเงิน 48,000,000 บาท

สำหรับโครงการที่เสนอโดยเอกชน ใช้งบประมาณกว่า 5 หมื่นล้านบาท อาทิ โครงการศูนย์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ โครงการวางระบบท่อน้ำเพื่อสนับสนุนการปลูกพืชสำหรับอุตสาหกรรมชีวภาพ ศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมการบริหารจัดการแม่น้ำสะแกกรัง อุทัยธานี ก่อสร้างท่อระบายน้ำบ้านวังทับยาบึงสีไฟ จ.พิจิตร ขุดลอกตะกอนดินอ่างเก็บน้ำทับเวลา อุทัยธานี ขุดขยายอ่างเก็บน้ำหุบอีเก้ง อุทัยธานี ก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ด้านตะวันออก โครงการขยายถนนจาก 2 เลน เป็น 4 เลน ระยะทาง 83 กม. จากเกรียงไกรกลางนครสวรรค์ ถึงชัยภูมิ เพื่อเชื่อมโยงภาคเหนือ-อีสาน รวม 153 กม. เชื่อมนครสวรรค์ เข้ากับภาคกลาง ขยายทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 115 เชื่อมต่อ กำแพงเพชร-พิจิตร และ พิจิตร-พิษณุโลก รวม 48 กม. ปรับปรุงสนามบินตาก และ สนามบินเกษตร นครสวรรค์ สร้างเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน่าน พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ พิจิตร

โครงการนวัตกรรมทางด้านการเกษตรอุตสาหกรรมชีวภาพ (Bioeconomy) หรือ ไบโอฮับ มูลค่า 1.33 แสนล้านบาท ในพื้นที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ กว่า 5 หมื่นไร่

โครงการรจัดการน้ำวางระบบท่อน้ำ 2 เส้นทาง ระยะทาง 30 กม. งบประมาณ 1,100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โครงการการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม การป้องกันภัยแล้ง น้ำท่วม โครงการพัฒนาการท่องเที่ยว

โครงการที่สำคัญ คือโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะเน้นในเรื่องของการพัฒนาระบบโครงข่ายถนน โครงข่ายระบบรางรถไฟ และโครงข่ายระบบโลจิสติกส์ 3 โครงการ ต้องเร่งรัด คือ โครงการที่จอดรถบรรทุกในการขนถ่ายสินค้า (ทรักเทอร์มินอล คอนเทนเนอร์ยาร์ด ทรักเรสต์แอเรีย) รองรับการขนส่ง และกระจายสินค้า รองรับโครงการรถไฟรางคู่จากลพบุรี – ปากน้ำโพ

โครงการเชื่อมโยงรถไฟไปแม่สอด ผ่านกำแพงเพชร และสุโขทัย เข้าสู่ตาก โครงการสร้างเขื่อนทดน้ำในแม่น้ำน่าน และแม่น้ำเจ้าพระยา ของกรมเจ้าท่า ในพื้นที่พิจิตร และนครสวรรค์, โครงการพัฒนาบึงขุมทรัพย์ของ อุทัยธานี แหล่งน้ำทางการเกษตร โครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อม 2 มรดกโลก ห้วยขาแข้ง อุทัยธานี กับ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร กำแพงเพชร เชื่อมไปทางอุทยานแห่งชาติคลองลาน และอุทยานแห่งชาติอื่น