ใบตองแห้ง: 10 ปีถอย 4 ปีปากเหว

 

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ บอกว่าเศรษฐกิจไทยถดถอยมา 10 ปีเพราะการเมืองไม่มีเสถียรภาพ พูดเป็นเสียงเดียวกับนายกฯ ว่า 4 ปี เสถียรภาพดีขึ้นแล้วทำให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ ตัวเลขดีขึ้นทุกอย่าง

ขี้เกียจถามว่าเศรษฐกิจดีจริงหรือ ทำไมชาวบ้านล้อว่า ทำธุรกิจใหญ่ขึ้นทุกวัน จากขายรถ ต้องขายบ้าน ขายที่ดิน

แต่ที่บอกว่าการเมืองไม่มีเสถียรภาพมานาน ท่านพูดถูก เพียงนับจากเมื่อไหร่ เมื่อเกิดรัฐประหาร 2549 ไง ใช้ปืนใช้รถถังแก้ปัญหาการเมือง แก้ความขัดแย้งในระบอบประชาธิปไตย ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ใช้อำนาจแต่งตั้งและตุลาการภิวัตน์แก้ขัดแย้ง จนแตกแยกกันไปใหญ่

รัฐประหาร 2557 เข้ามาใช้อำนาจบังคับสังคมเฉียบขาด ใช้ ม.44 เป็นกฎหมาย เป็นยาสารพัดนึก ไม่ใช่แค่ห้ามคัดค้านวิพากษ์วิจารณ์ ยังแก้ปัญหาได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องคำนึงถึงระบบกฎเกณฑ์ ขณะเดียวกันก็ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ถอยหลังไปครึ่งศตวรรษ ให้อำนาจแต่งตั้ง ศาล องค์กรอิสระ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ รัฐราชการ อยู่เหนืออำนาจจากเลือกตั้งโดยสัมบูรณ์ โดยยังจะให้มีรัฐบาลที่ไม่มาจากเลือกตั้งสืบทอดอำนาจ 5 ปีแรก

จาก 2549 ถึง 2557 ยิ่งแก้ยิ่งผิดทาง แต่บางคนกลับบอก 2549 เสียของ ต้องบังคับไม่ให้เกิดความขัดแย้งอีก โดยใช้อำนาจเผด็จการยาวนาน 4-5 ปี แล้วกลับสู่เลือกตั้งโดยกดหัวอำนาจจากเลือกตั้งไว้อีก 5-20 ปี

วิธีการนี้ บางคนพูดเหมือนพระเอกในละครน้ำเน่าที่ข่มขืนนางเอก ว่าทน ๆ ไปเหอะ เดี๋ยวก็มีความสุขเอง

แน่ละ 4 ปี คสช.ไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ รัฐทหารมุ่งแก้ปัญหาที่ตนคิดว่าเป็นต้นตอความขัดแย้ง นั่นคือประชาชนจน โง่ ถูกจูงจมูก จึงชูธงลดเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปด้านต่าง ๆ โดยหวังว่าถ้าชาวบ้านปากท้องอิ่ม แล้วจะไม่เรียกร้องต้องการเสรีภาพ ความเท่าเทียม ไม่ต้องการมีอำนาจผ่านเลือกตั้ง ยอมให้โครงสร้างอำนาจอนุรักษ์ปกครองไปยาวนาน

แต่ปัญหาของ คสช.คือขณะที่อยากลดเหลื่อมล้ำ ก็ต้องการกระชับความมั่นคงของโครงสร้างอนุรักษนิยม จึงฟื้นระบอบรัฐราชการเป็นใหญ่ฟื้นอำนาจรวมศูนย์มหาดไทย ผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ลิดรอนการปกครองท้องถิ่น กลับไปใช้โครงสร้างยุคสงครามเย็น รวมศูนย์อำนาจทุกอย่างไว้ใต้ผู้ว่าฯ กับทหาร ซึ่งในระยะยาวก็วางกลไก กอ.รมน.ครอบทุกพื้นที่

ที่คุยว่าปฏิรูป ลดเหลื่อมล้ำ สร้างความเข้มแข็งฐานราก จึงขับเคลื่อนด้วยโครงสร้างล้าหลัง ไม่โปร่งใส ไร้ประสิทธิภาพ ไม่เข้าใจความต้องการของประชาชน แถมยังถูกมัดมือมัดเท้าด้วยระเบียบปฏิบัติบ้าจี้ยุคปราบโกง ที่มีองค์กรหิวความดี ป.ป.ช. ปปท. สตง. เพ่นพ่านเต็มไปหมด

ในระดับประเทศ ซึ่งงบประมาณขาดดุลเพิ่มสูงทุกปี นับถึงปี 2562 รวม 1.89 ล้านล้านบาท ไม่มีใครว่าถ้าทุ่มลงทุนสาธารณูปโภค แต่นี่งบความมั่นคงก็สูงขึ้นทุกปี พร้อมข่าวซื้ออาวุธ ขึ้น 2 ขั้น เพิ่มเงินเดือนเพิ่มตำแหน่ง แถมค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นต่าง ๆ

มองภาพ 2 ด้าน จะเห็นชนวนการเมืองขันล็อกแน่นเข้า ๆ แบบรัฐธรรมนูญแก้ไม่ได้ ใช้อำนาจปิดกั้นพร้อมกับดันทุรังสืบทอดอำนาจ นับถอยหลังสู่การเผชิญหน้า ทั้งช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

ขณะที่ทางเศรษฐกิจ ชาวบ้านก็หงุดหงิด ปากท้องไม่เห็นกระเตื้องสักเท่าไหร่ แต่บรรษัทยักษ์ใหญ่กำไรดี คนระดับบนรวยขึ้น ระดับกลางล่างจนลง ไหนว่าลดเหลื่อมล้ำ พากันบ่นรัฐบาลอุ้มคนรวย ให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี อาลีบาบาไม่เสียภาษี 13 ปี

ภาวะอย่างนี้ ใครยังเชื่อสมคิดว่าการเมืองไทยมีเสถียรภาพ น่าลงทุน ถ้าไม่ใช่เพราะได้สิทธิประโยชน์ 99 ปี 13 ปี ก็คงสติไม่ดี

 

ที่มา: www.kaohoon.com/content/236802