อัพเดทล่าสุดเมื่อ 1 ชั่วโมง 35 นาที ที่ผ่านมา

เช็คนโยบายสังคมห้างดังในไทย ‘เทสโก้ โลตัส’ คะแนนนำ แต่ 3 ห้างไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล

‘ทีมซูเปอร์มาเก็ตที่รัก’ ประเมินนโยบายทางสังคมของซูเปอร์มาเก็ตในไทย ผ่าน 4 ตัวชี้วัด พบ ‘เทสโก้ โลตัส’ ได้คะแนนมากกว่ารายอื่นเหตุพิจารณารวมกับนโยบายบริษัทแม่ที่อังกฤษ เผยข้อมูลโดยรวมยังเข้าถึงได้น้อย หวังปีหน้าจะปรับปรุง ระบุบริษัทค้าปลีกอาหารชั้นนำโตต่อเนื่อง แต่เกษตรกรรายย่อย-แรงงานยังยากจนและอำนาจต่อรองน้อย

5 ก.ค. 2561 ทีมซูเปอร์มาเก็ตที่รัก ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของภาคประชาสังคม อาทิ เครือข่ายกินเปลี่ยนโลก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และอ็อกแฟมประเทศไทย ได้จัดงานข่าวข่าวเปิดผลประมาณนโยบายทางสังคมของซูเปอร์มาเก็ตรายใหญ่ 7 รายในประเทศไทยคือ บิ๊กซี , ซีพี เฟรชมาร์ท , ฟู้ดแลนด์ , กูร์เมต์มาร์เก็ต , แม็คโคร , เทสโก้โลตัส และ วิลล่ามาร์เก็ต (มีหนึ่งรายไม่ต้องการให้เปิดเผยผลการประเมิน)   โดยมีเกณฑ์ชี้วัด 4 ด้านคือ 1.ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ 2.สิทธิแรงงานงาน 3.เกษตรกร และผู้ผลิตรายย่อย 4.สิทธิสตรี โดยพบว่าสิทธิสตรีเป็นด้านที่มีผู้ได้คะแนนน้อยที่สุด โดยมีมีซูเปอร์มาเก็ตที่ได้คะแนนในการส่งเสริมสิทธิสตรีเพียง 1 รายคือ เทสโก้ โลตัส และได้ 1 คะแนน ขณะที่นโยบายด้านการส่งเสริมเกษตรกร และผู้ผลิตรายรายย่อย มีสัญญาณเชิงบวกมากที่สุด

เทสโก้ โลตัส ซึ่งได้คะแนนมากกว่ารายอื่น เป็นเพราะมีการพิจารณารวมกับนโยบายทางสังคมของบริษัทแม่ที่ประเทศอังกฤษ หากคิดเพียงประเทศไทยจะพบว่า มีคะแนนในด้านสิทธิและงาน 1 คะแนน และมีคะแนนด้านการส่งเสริมเกษตรกร และผู้ผลิตรายย่อย 2 คะแนน ส่วนซุเปอร์มาร์เก็ตที่ไม่มีคะแนนนั้น เป็นเพราะยังไม่มีข้อมูลที่ปรากฎต่อสาธารณะที่เป็นไปตามตัวชี้วัดทั้ง 4 ด้าน

ธีรวิทย์วิทย์ ชัยณรงค์โสภณ เจ้าหน้าที่องค์การออมแฟมในประเทศไทย ระบุว่า การประเมินในครั้งนี้ ถือว่าเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เป็นการประเมินพิจารณาจากนโยบายของบริษัทต่างๆ รวมไปถึงบริษัทแม่ ที่เผยแพร่สาธารณะซึ่งคนทั่วไปสามารถสอบและเข้าถึงได้เท่านั้น เช่น เว็บไซต์ รายงานประจำปี และรายการต่างๆ อย่างไรก็ตามยังคงพบว่า ภาพรวมของการเปิดเผยข้อมูลยังสามารถเข้าถึงได้น้อย

ทัศนีย์ แน่นอุดร ระบุว่าสำหรับบริษัทที่ไม่มีคะแนนนั้น ไม่ได้หมายความว่าบริษัทไม่ได้ทำนโยบายในด้านต่างๆ เพียงแต่ไม่มีปรากฎในทางสาธารณะเท่านั้น ซึ่งการประเมินครั้งนี้มีความคาดหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้บริษัทต่างๆ ได้ปรับปรุง พัฒนา และเผยแพร่นโยบายที่รับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น

ทั้งนี้ เหล่าห้างร้านต่างๆ ที่ได้รับการประเมินนี้ถือเป็น ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมค้าปลีกค้าส่งซึ่งมีมูลค่าสูง ถึง 2.2 ล้านล้านบาท ตามข้อมูลในปี 2559 โดยมีสัดส่วนสูงถึงราว 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) นอกเหนือจากมูลค่าตลาดขนาดใหญ่แล้ว ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ ตลาดแรงงาน โดยมีการจ้างงานราวร้อยละ 15 ของการจ้างงานในประเทศ หนึ่งในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่สำคัญและมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนไทยในปัจจุบันอย่างมากคือซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมีจำนวนสาขา รวมกันทั่วประเทศมากกว่า 3,000 สาขา และมีอัตราการเติบโตของลูกค้าและยอดขายอย่างต่อเนื่องใน ตลอดสิบปีที่ผ่านมา

ในขณะที่บริษัทค้าปลีกอาหารชั้นนำมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมีมูลค่าทางเศรษฐกิจในหลักล้านล้านบาท แต่เกษตรกรรายย่อยและแรงงานในภาคการเกษตรและการผลิตอาหารยังคงประสบกับปัญหาความยากจนอย่างต่อเนื่อง มีความเปราะบางต่อสภาวะทางเศรษฐกิจ มีอำนาจการต่อรองที่จำกัด และในหลายกรณีพบว่ามีการถูกละเมิดและเอาเปรียบในการทำงานอยู่

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai