อัพเดทล่าสุดเมื่อ 11 ชั่วโมง 45 นาที ที่ผ่านมา

คกก.ชาวบ้านเพื่อฟื้นฟูฯ ชุมชนลุ่มน้ำมูล ระบุเรื่องพรรคการเมืองเป็นสิทธิของชาวบ้าน

คณะกรรมการชาวบ้านเพื่อฟื้นฟูชีวิตและชุมชนลุ่มน้ำมูล (ชชช.) แถลงรับรองคณะทำงาน 18 คน ชี้ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูนเกิดจากความร่วมมือชาวบ้าน ไม่มีใครมีสิทธิ์ผูกขาดเป็นเจ้าของ ระบุเคารพมติที่ประชุมพ่อครัวใหญ่สมัชชาคนจน ไม่มีการชี้นำทางการเมือง ยัน พรรคการเมืองเป็นสิทธิของชาวบ้าน ก่อนหน้านี้สมัชชาคนจนแถลง ยังยึดไม่ฝักใฝ่การเมือง เดินหน้าเรียกร้องการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล
 
 
7 ก.ค. 2561 คณะกรรมการชาวบ้านเพื่อฟื้นฟูชีวิตและชุมชนลุ่มน้ำมูล (ชชช.) ได้ออกแถลงการณ์โดยระบุว่าคณะกรรมการชาวบ้านเพื่อฟื้นฟูชีวิตและชุมชนลุ่มน้ำมูล (ชชช.) ได้จัดประชุมใหญ่ ตามกำหนดการที่ได้นัดหมายในวันที่ 2 ก.ค. 2561 ณ ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูน โดยมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมจำนวน 1,907 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาและฟื้นฟูศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูน และติดตามสถานการณ์การแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูล ซึ่งได้ประชุมเสร็จสิ้นไปแล้วนั้น จึงขอชี้แจงสรุปผลการประชุมและรายงานเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
 
1. ที่ประชุมคณะกรรมการชาวบ้านเพื่อฟื้นฟูชีวิตและชุมชนลุ่มน้ำมูล (ชชช.)ได้มีมติที่ประชุมรับรองคณะทำงานจำนวน 18 คน ให้ทำหน้าที่ประสานงานกับแกนนำตัวแทนชาวบ้านอีกบ้านละ 1 คน (43 หมู่บ้าน)เพื่อวางแผนพัฒนาและฟื้นฟูศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูน เนื่องจากที่ผ่านมาขาดการดูแลบำรุงรักษาจนอาคารศูนย์ฯและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ มีสภาพทรุดโทรมผุพัง 
 
2. ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูน เกิดขึ้นจากความร่วมมือของชาวบ้านโดยได้รับการสนับสนุน งบประมาณจากกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม (SIF) เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูล และใช้เป็นสถานที่ทำงานขับเคลื่อนกิจกรรมทางสังคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ โดยชาวบ้านทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ผูกขาดเป็นเจ้าของ หรือกีดกันไม่ให้ชาวบ้านเข้ามาใช้พื้นที่นี้ได้ 
 
3. ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูน บริหารจัดการโดยคณะกรรมการชาวบ้านเพื่อฟื้นฟูชีวิตและชุมชนลุ่มน้ำมูล (ชชช.) มีสมาชิกผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูล จำนวน 3,000 กว่าครอบครัว จาก 3 อำเภอ 56 หมู่บ้าน และเป็นคนละส่วนกันกับสหกรณ์การเกษตรปากมูล จำกัด ซึ่งมีปัญหาคาราคาซังและไม่ได้ดำเนินงานมาหลายปีแล้ว ซึ่งปัจจุบันสหกรณ์การเกษตรปากมูล จำกัด มีสมาชิกคงเหลืออยู่ประมาณ 300 คน 
 
4. นายกฤษกร ศิลารักษ์ (หรือ นายไพจิตร ศิลารักษ์ หรือ ป้าย ) ที่อ้างตัวเองเป็นผู้จัดการสหกรณ์ฯ เป็นผู้ดูแลสถานที่และต้องขออนุญาตใช้ก่อนนั้น ถือเป็นเรื่องเข้าใจผิด และสำคัญตัวเองผิดคิดเอาเอง เพราะว่านายกฤษกร ศิลารักษ์ ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น ในการใช้พื้นที่ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูน หากจะอ้างตัวว่าเป็นพนักงานสหกรณ์ฯ ก็ต้องดูว่าสมาชิกสหกรณ์ฯ คิดเห็นอย่างไรต่อเรื่องนี้ เพราะยังไม่ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ชี้แจงต่อสมาชิก ในการแต่งตั้งตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์อย่างเป็นทางการ เพียงหารือกับแกนนำกรรมการสหกรณ์ฯไม่กี่คน ก็ตั้งตนขึ้นมาควบคุมการดำเนินงานแนวทางกิจกรรมของสหกรณ์ฯ โดยที่สภาพที่แท้จริงของสหกรณ์การเกษตรปากมูล จำกัด ไม่ได้ดำเนินกิจการใดๆ มาเป็นเวลานานแล้ว จึงมีสมาชิกร้องเรียนไปยังสหกรณ์จังหวัด ให้ออกมาตรวจสอบการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรปากมูล จำกัด 
 
5. สืบเนื่องจากการกระทำของนายกฤษกร ศิลารักษ์ ที่มีพฤติกรรมอวดอ้างตัวเองเป็นที่ปรึกษาสมัชชาคนจนฯพยายามครอบงำความคิดแกนนำชาวบ้านและประพฤติตนกล่าวอ้างอยู่เหนือองค์กรชาวบ้านอยู่ตลอดเวลา นำพาชาวบ้านไปสู่ความขัดแย้งแตกแยก สร้างความร้าวฉานภายใน จนชาวบ้านอึดอัดใจและห่วงกังวลว่าปัญหาจะบานปลายจนยากจะเยียวยา คณะกรรมการชาวบ้านเพื่อฟื้นฟูชีวิตและชุมชนลุ่มน้ำมูล (ชชช.) จึงมีข้อสรุปให้ นายกฤษกร ศิลารักษ์ ยุติบทบาทการทำงานที่ใดๆเกี่ยวข้องกับชาวบ้านปากมูน และชวนเชิญให้กลับไปยังที่ที่เคยจากมา และขอยืนยันว่านายกฤษกร ศิลารักษ์ ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาของสมัชชาคนจน ที่เป็นองค์กรของชาวบ้านตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด 
 
6. ช่วงเวลา 8.00 น.ชาวบ้านจำนวน 1,907 คน มีความจำเป็นต้อง สะเดาะแม่กุญแจเพื่อเปิดประตูรั้วเข้าไปใช้อาคารศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูน เพื่อใช้เป็นสถานที่ประชุมใหญ่สมาชิก เพื่อติดตามแนวทางในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากเขื่อนปากมูล การที่นายกฤษกร ศิลารักษ์  โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คส่วนตัวและแชร์ต่อในที่สาธารณะกล่าวให้ร้าย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าเสมือนเป็นผู้กระทำการทุบกุญแจเข้าไปนั้นถือว่าเป็นการตั้งใจของนายกฤษกร ศิลารักษ์ ที่ต้องการทำลายชื่อเสียงและเบี่ยงเบนประเด็นให้กลายไปเป็นเรื่องการเมืองตามสถานการณ์นั้น ถือเป็นการกระทำที่น่าละอายอย่างยิ่งและหมิ่นต่อการกระทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่กล่าวละเมิดต่อผู้อื่นพร้อมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนไม่ถูกต้อง หากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจจะฟ้องร้องก็สามารถกระทำได้ ทั้งนี้คงเป็นเรื่องส่วนตัว
 
7. นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจและครอบครัว เดินทางมาถึงศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูน เวลา 9.20 น. เพื่อมาแวะเยี่ยมเยียนกลุ่มชาวบ้านปากมูนที่กำลังประชุมกันตามปกติ ในฐานะลูกหลานที่เคยลงพื้นที่และร่วมต่อสู้กับชาวบ้านปากมูนตั้งแต่สมัยอดีตเป็นนักศึกษาและทำงาน สนนท. ชาวบ้านก็รักเหมือนลูกหลานคนหนึ่งเหมือนกับนักศึกษาคนรุ่นใหม่อีกหลายๆคน พอรู้ข่าวการมาเยี่ยมเยียนของเอก ธนาธร ชาวบ้านจึงตระเตรียมผูกข้อมือข้อบายศรีสู่ขวัญถือเป็นพิธีกรรมตามธรรมเนียมของคนอีสานที่แสดงความรักต้อนรับแขกผู้มาเยือน และพอทราบว่า เอก ธนาธร จะลงมือทำงานด้านพรรคการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ชาวบ้านก็แสดงความยินดีด้วยและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
 
8. คณะกรรมการชาวบ้านเพื่อฟื้นฟูชีวิตและชุมชนลุ่มน้ำมูล (ชชช.) เคารพมติที่ประชุมพ่อครัวใหญ่ของสมัชชาคนจน ที่ไม่มีการชี้นำทางการเมือง ยืนยันว่าเรื่องพรรคการเมืองเป็นสิทธิของชาวบ้าน และมีจุดยืนชัดเจนว่าพวกเราไม่ฝักใฝ่เผด็จการและสนับสนุนระบอบการปกครองประชาธิปไตยอย่างเต็มที่

สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูลแถลง ยึดไม่ฝักใฝ่การเมือง เดินหน้าเรียกร้องการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล

เมื่อ 3 ก.ค. สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูลได้มีแถลงการณ์ มีใจความดังนี้
 

จากกรณีการเดินทางมายังพื้นที่ปากมูนของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมานั้น ซึ่งในขณะนี้ได้กลายเป็นประเด็นทางสาธารณะที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในขณะนี้ นั้น สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล มีความเห็น ดังนี้

1. สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูล พวกเราเรียกร้องความเป็นธรรมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร โดยมีเป้าหมายคือการแก้ไขปัญหาปากท้องของชาวบ้าน อย่างชัดเจน

2.สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล มีจุดยืนชัดเจนว่า พวกเราไม่ฝักใฝ่การเมือง ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล พวกเราก็ไม่เคยยอมจำนน พวกเราผลักดันเรียกร้องตลอด ตราบใดที่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ในขณะที่พวกเราก็ดำรงสถานะการรักษาระยะห่างกับพรรคการเมือง มาอย่างต่อเนื่อง

3. พวกเรายืนยันว่า ในบรรยากาศที่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และประเทศเป็นประชาธิปไตย การผลักดันการแก้ไขปัญหาสามารถทำได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนมีความคืบหน้ามากกว่ารัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร

4.พวกเราได้ติดตามการเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นไปอย่างน่าชื่นชม และน่าจะเป็นความหวังที่จะเติบโตเพื่อทำหน้าที่พัฒนาประเทศไทยได้ดีในอนาคต หากแต่บุคคลกรของพรรคอนาคตใหม่ ควรจะต้องระมัดระวังการขับเคลื่อน ตรวจสอบข้อมูลให้ดี ซึ่งจากกรณีเหตุการณ์ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ย่อมเป็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปปรับปรุงพัฒนาการขับเคลื่อนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

5.สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ไม่คิดจะตอบโตใด ใด ในทางการเมือง เพราะพวกเราไม่ใช่นักการเมือง ภารกิจที่สำคัญของพวกเราที่จะต้องเดินหน้าในขณะนี้ คือ การผลักดันข้อตกลงที่ได้ตกลงไว้กับรัฐบาล ให้เป็นรูปธรรม

5.1 การเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายค่าเยียวยาความเสียหายจากการเขื่อนปากมูล ครอบครัวละ
310,000 บาท

5.2 การผลักดันให้มีการทดลองเปิดประตูเขื่อนปากมูล 5 ปี

6.ขณะนี้ระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำห้วยสะคาม ซึ่งมีระดับเกิน 95 ม.รทก. มาตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2561 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ การไฟฟ้า ฯ และ จังหวัดอุบลราชธานี จะต้องทำการเปิดประตูเขื่อนปากมูล เพื่อให้ปลาจากแม่น้ำโขงสามารถเดินทางข้ามเขื่อนปากมูล เข้ามาสู่แม่น้ำมูนได้ ในวันพรุ่งนี้ (4 กรกฎาคม 2561) เวลา 11.00 น. พวกเราจะเดินทางไปพบผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเรียกร้องให้เร่งเปิดประตูเขื่อนปากมูล โดยเร็ว

สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกภาคส่วนในสังคมไทย จะเข้าใจบทบาท และการเคลื่อนไหวของพวกเรา

เชื่อมั่นในพลังประชาชน 
สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล
3 กรกฎาคม 2561 ณ.ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูน

หมายเหตุ: ประชาไทเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วน "สมัชชาคนจนแถลง ยังยึดไม่ฝักใฝ่การเมือง เดินหน้าเรียกร้องการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล" เพิ่อความรอบด้านในการนำเสนอ และได้ปรับเปลี่ยนคำโปรยเพื่อให้มีความสอดคล้องกับเนื้อหา เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2561 เวลา 15.24 น.

 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai