อัพเดทล่าสุดเมื่อ 4 ชั่วโมง 3 นาที ที่ผ่านมา

ศาลสั่งจำคุกรวม 12 เดือนและสั่งให้ออกจากที่ดิน คดีทวงคืนผืนป่าชาวบ้านชัยภูมิ

ศาลชัยภูมิอ่านคำพิพากษานิตยา ม่วงกลาง เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ข้อหาบุกรุกป่า พิพากษาจำคุกรวม 12 เดือนปรับ 1.4 แสนบาท และสั่งให้ออกจากที่ดินซึ่งปลูกมันสำปะหลัง โดยที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติไทรทองฟ้องชาวบ้านรวม 19 คดี ศาลพิพากษาแล้ว 4 คดี 

นิตยา ม่วงกลาง สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (แฟ้มภาพ)

8 ส.ค. 2561 เวลา 9.00 น. วันนี้ ศาลจังหวัดชัยภูมิอ่านคำพิพากษานิตยา ม่วงกลาง สมาชิกเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) ในข้อหาบุกรุกป่ารวม 2 คดี โดยคดีที่ 1 ห้องพิจารณาคดีที่ 1 ศาลพิพากษาจำคุก 8 เดือน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท และคดีที่ 2 ที่ห้องพิจาณาคดีที่ 2 ศาลพิพากษาจำคุก 4 เดือน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 40,000 บาท นอกจากนี้ศาลมีคำสั่งให้ออกจากที่ดินทำกินทั้ง 2 คดี

ตามรายงานของสำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ภายหลังกระบวนการอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลคุมตัวจำเลยไปยังห้องคุมขัง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นขอประกันตัว โดยใช้หลักทรัพย์กองทุนยุติธรรมจังหวัดชัยภูมิ ตามที่ทนายความจำเลยได้ทำการยื่นคำร้องขอหลักทรัพย์การประกันตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว

สำหรับนิตยา ซึ่งเป็นชาวบ้านซับหวาย ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ และในฐานะที่เป็นแกนนำหญิงผู้ลุกขึ้นมาต่อสู้ในเรื่องสิทธิที่ดินทำกิน ทำให้เธอถูกฟ้องคดีเป็นคนแรก ต่อมาทั้งแม่และน้องสาวเธออีก 2 คน ก็ถูกฟ้องคดี รวมทั้งเพื่อนบ้านเธอรวมทั้งหมด 14 ราย 19 คดี โดยเพื่อนบ้านของนิตยา ถูกศาลพิพากษาแล้วจำนวน 3 ราย ดังนี้ 

วันที่ 17 ก.ค. 61 ศาลพิพากษาจำคุกสีนวล พาสังข์ 5 เดือน 10 วัน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 150,000 บาท

วันที่ 25 ก.ค. 61 ศาลพิพากษาจำคุกปัทมา โกเม็ด 8 เดือน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 250,000 บาท

วันที่ 26 ก.ค. 61 ศาลพิพากษาจำคุกสมพิตร แท่นนอก 10 เดือน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท

ทั้ง 3 ราย ศาลพิพากษาให้ออกจากที่ดินทำกิน โดยทั้ง 3 ราย ได้รับการประกันตัวตามที่ทนายความจำเลยได้ยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมจังหวัดชัยภูมิไปแล้ว

อีกมุมนโยบายทวงคืนผืนป่า เมื่อ 'นิตยาและเพื่อนบ้าน' รวม 14 ราย ถูกดำเนินคดีบุกรุกป่า

สำหรับข้อกล่าวหาต่อนิตยานั้น หลังจากที่นิตยากลับมาช่วยแม่และน้องสาวทำไร่มันสำปะหลังในที่ดินที่ผู้เป็นแม่มอบให้ทำกินคนละ 10 ไร่นั้น ต่อมาวันที่ 10 เม.ย. 2558 ช่วงที่เธอกับน้องสาวอีก 2 คนไม่อยู่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้อุทยานแห่งชาติไทรทองจำนวน 25 คน เข้ามาหาแม่ของเธอ พร้อมบอกว่าครอบครัวทำผิดกฎหมายบุกรุกพื้นที่ป่า โดยให้ลงนามยินยอมคืนพื้นที่ตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของ คสช.

เจ้าหน้าที่บอกให้แม่ของนิตยาลงนามแทนให้เธอและน้องสาวด้วย แม้ว่าแม่ของนิตยาขอให้รอเจ้าตัวมาลงนามเอง แต่ได้รับการปฎิเสธ พร้อมกับข่มขู่ว่าหากไม่ลงนามจะถูกจับกุม ดำเนินคดี และจะไม่ให้เก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง แม่ของนิตยาจึงยอมลงนาม

ต่อมาเมื่อนิตยาได้ทราบเรื่องราว จึงได้หันมาต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมในสิทธิที่ดินทำกิน ด้วยเกรงว่าในอนาคตของครอบครัวรวมทั้งเพื่อนบ้านจะไม่มีที่ดินทำกิน เหตุเพราะเพื่อนบ้านของเธอก็ถูกข่มขู่ให้ยินยอมลงนามเอกสารหลายราย ในลักษณะเดียวกัน

ทั้งนี้นิตยาได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) โดยเริ่มเคลื่อนไหวเมื่อ 8 มี.ค. 2559 ร่วมกับ ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศในนามขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) เพื่อยื่นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรีและร่วมเจรจาหาแนวทางแก้ไขปัญหาทางนโยบายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กระทั่งเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2559 นิตยาและแม่ รวมทั้งน้องสาว รวม 4 คน ได้รับหมายเรียกให้เข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรวังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง แจ้งความดำเนินคดีฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ดังกล่าว โดยนอกจากนิตยาแล้วยังมีเพื่อนบ้านถูกแจ้งหาอีกรวมทั้งหมด 14 รายดังกล่าว

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai