อัพเดทล่าสุดเมื่อ 3 ชั่วโมง 28 นาที ที่ผ่านมา

นักโทษทั่วสหรัฐฯ หยุดงาน ร้องปรับปรุงคุณภาพชีวิต ค่าแรง สิทธิทางการเมือง

นักโทษทั่วสหรัฐฯ นัดหยุดงาน ปักหลักชุมนุม อดอาหาร ไม่ซื้อของเรือนจำ ออกแถลงการณ์ประท้วงการใช้แรงงานเท่าช้างแต่ค่าจ้างเท่ามด ชี้ ของใช้สารพัดทำจากมือคนคุกที่ถูกกดค่าแรง เรียกร้องปรับปรุงคุณภาพเรือนจำและการปฏิบัติต่อนักโทษแบบไม่เป็นมนุษย์ ให้สิทธิ์คนเคยมีโทษอุกฉกรรจ์ออกเสียงเลือกตั้งได้

ที่มาภาพ: Pixabay

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา นักโทษในสหรัฐฯ นัดหยุดงานประท้วง มีการปักหลักและอดอาหารเพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงระบบคุกและกระบวนการยุติรรมในสหรัฐฯ รวมถึงการใช้แรงงานแบบทาสสมัยใหม่ โดยพวกเขาวางจะแผนประท้วงต่อเนื่องเป็นเวลา 19 วัน

สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีนักโทษจำนวนมากที่สุดในโลกด้วยจำนวน 2.3 ล้านคน การผละงานประท้วงของนักโทษครั้งนี้อาจจะกลายเป็นการนัดหยุดงานประท้วงของคนคุกที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสหรัฐฯ โดยผู้ที่เป็นหัวหอกในการนักหยุดงานประท้วงในครั้งนี้คือกลุ่ม 'เจลเฮาส์ลอว์เยอร์สปีค' เป็นกลุ่มนักโทษที่ให้ความช่วยเหลือและฝึกอบรมด้านกฎหมายกับนักโทษคนอื่นๆ และอีกกลุ่มหนึ่งคือคณะกรรมการจัดตั้งแรงงานผู้ต้องขัง (IWOC) กลุ่มที่นำการประท้วงนี้มีการออกแถลงการณ์โดยไม่ระบุตัวผู้ลงนามถึงเหตุผลที่มีการนัดหยุดงานในครั้งนี้โดยเสี่ยงต่อการถูกลงโทษ

แถลงการณ์ระบุว่า "ผู้ต้องขังเข้าใจว่าตัวเองถูกปฏิบัติเยี่ยงสัตว์ เรือนจำในอเมริกาเป็นสมรภูมิ ในทุกๆ วันผู้ต้องขังจะได้รับอันตรายเนื่องจากสภาพของการคุมขัง สำหรับพวกเราบางคนมันราวกับว่าพวกเขาได้ตายไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีอะไรจะต้องเสีย"

พวกเขาเปิดเผยข้อเรียกร้องในระดับชาติ 10 ข้อ เช่น ให้มีการพัฒนาสภาพเรือนจำ ยกเลิกโทษจำคุกตลอดชีวิตแบบไม่มีการพ้นโทษก่อนกำหนดโดยทำทัณฑ์บนไว้ เพิ่มงบประมาณบริการการบำบัดฟื้นฟูผู้ต้องขัง และยกเลิกคำสั่งห้ามไม่ให้ผู้ต้องโทษคดีอุกฉกรรจ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งซึ่งขณะนี้มีมากถึง 6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 0.5 จากประชากรสหรัฐฯ ทั้งหมด

เรื่องที่สององค์กรเน้นเรียกร้องอย่างจริงจังในการประท้วงครั้งนี้คือการยกเลิกการใช้นักโทษเป็นแรงงานทาสสมัยใหม่ซึ่งได้รับค่าแรงถูกเรี่ยติดดิน เรือนจำในบางรัฐอย่างที่หลุยส์เซียนา นักโทษได้ค่าแรงเพียงชั่วโมงละสี่เซ็นท์ หรือราว 5.25 บาทเท่านั้น นอกจากนั้น ยังมีการใช้งานนักโทษไปดับไฟป่าครั้งใหญ่ที่รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา พวกเขาได้ค่าแรงวันละสองดอลลาร์ (65.64 บาท) ต่อวัน บวกหนึ่งดอลลาร์ต่อชั่วโมง (32.82 บาท)

แถลงการณ์ของกลุ่มผู้ประท้วงระบุว่าสิ่งที่เปิดทางให้มีการใช้แรงงานทาสเช่นนี้คือกฎหมายรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ เอง ในบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 13 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ทึ่ห้ามการใช้ทาส แต่ระบุข้อยกเว้นว่าสามารถใช้เป็นการลงโทษอาชญากรได้ กล่าวคือ นักโทษไม่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญข้อใดที่จะคุ้มครองพวกเขาเลย

โฆษกของผู้ชุมนุม อมานี ซาวารี กล่าวว่า ผู้ต้องขังเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมและมีส่วนเกี่ยวโยงกับสังคมภายนอกจากการที่พวกเขาทำงานผลิตสิ่งของต่างๆ ที่คนภายนอกคุกใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ของสตาร์บัคส์ ป้ายทะเบียนรถ และเฟอร์นิเจอร์ พวกเขาจึงอยากให้ตระหนักว่าการที่ผู้คนจับจ่ายของใช้ของกินในชีวิตประวันเหล่านี้พวกเขาได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมของเรือนจำไปในตัว

การประท้วงนี้มีขึ้น 4 เดือนให้หลัง เหตุการณ์ผู้ต้องขัง 7 รายเสียชีวิตในเหตุจลาจลที่ทัณฑสถานลี ในบิชอปวิลล์ รัฐเซาท์แคโรไลนา มีพยานเห็นเหตุการณ์กล่าวต่อสื่อว่าไม่มีเจ้าหน้าที่เรือนจำคนใดเลยที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและกำลังจะตาย หรือไม่แม้แต่จะเข้าไปยับยั้งความรุนแรงที่เกิดขึ้นเลย

นอกจากการหยุดงานประท้วงแล้ว ผู้ต้องขังยังมีการอดอาหารประท้วงและนั่งปักหลักประท้วง รวมถึงคว่ำบาตรร้านค้าเสบียงของเรือนจำกับหน่วยอื่นๆ เช่นหน่วยเก็บค่าโทรศัพท์ที่หารายได้จากเงินของคนในเรือนจำ แผนการคว่ำบาตรนี้มาจากความคิดของเบนนู ฮันนิบาล ราซัน จากขบวนการฟรีแอละแบมา โดยตั้งชื่อปฏิบัติการครั้งนี้ว่า "จัดสรรความเจ็บปวดใหม่" วิธีการของเขาต้องการให้นักโทษไม่เสียเวินให้กับขบวนการอุตสาหกรรมในคุก แต่ให้เก็บเงินไปซื้อหนังสืออย่าง "ผู้หากำไรจากคุก ใครกันที่ทำเงินจากการกวาดต้อนจับขังผู้คน" (Prison Profiteers: Who Makes Money from Mass Incarceration)

นอกจากในเรือนจำแล้ว ยังมีคนนอกคุกในหลายพื้นที่ทั้ง บรูคลิน รัฐนิวยอร์ก, ซานเควนติน รัฐแคลิฟอร์เนีย, บิชอฟวิลล์ และเมืองอื่นๆ ที่วางแผนประท้วงนอกเรือนจำเพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับนักโทษ มีนักการเมืองจากพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยในสหรัฐฯ จำนวนหนึ่งที่แสดงการสนับสนุนการหยุดงานประท้วงของนักโทษในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

สื่อเดอะการ์เดียนรายงานว่า นักโทษที่เข้าร่วมการประท้วงมีความเสี่ยงที่จะถูกจับขังเดี่ยว และตัดช่องทางการสื่อสารและเข้าถึงสื่อเพื่อไม่ให้ทราบความเป็นไปของการชุมนุมประท้วงที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ

การประท้วงในครั้งนี้มีแผนการสิ้นสุดในวันที่ 9 ก.ย. ที่จะถึงนี้ซึ่งจะตรงกับวันครบรอบ 47 ปี เหตุการณ์นักโทษลุกฮือในเรือนจำแอตติการัฐนิวยอร์ก ปี 2514 โดยในการลุกฮือครั้งนั้นก็มีการเรียกร้องสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นมนุษย์และสิทธิขั้นพื้นฐานทางการเมืองเช่นกัน เหตุการณ์ในครั้งนั้นมีการเจรจานานเป็นเวลา 4 วัน นายกเทศมนตรีของนิวยอร์กในสมัยนั้นคือ เนลสัน ร็อกเกอะเฟลเลอร์ ก็ใช้กำลังตำรวจพร้อมอาวุธปืนลูกซองและแก็สน้ำตาเข้าไปปราบปรามกลุ่มนักโทษจนมีผู้ต้องขังเสียชีวิต 29 ราย และมีตัวประกันเสียชีวิต 10 ราย

ฮีเธอร์ แอนน์ ธอมป์สัน นักเขียนรางวัลพูลิตเชอร์เรื่องเกี่ยวกับการลุกฮือในเรือนจำแอตติกากล่าวว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ทำให้ผู้คนจดจำว่าพวกเขามีสิทธิที่จะขบถต่อต้านและจะทำเมื่อถูกบีบให้อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่อย่างสาหัส

เรียบเรียงจาก

US inmates stage nationwide prison labor strike over 'modern slavery', The Guardian, Aug. 21, 2018

Demanding Wide-Reaching Reforms and an End to Slavery, Inmates in 17 States Plan Prison Strike, Common Dream, Aug. 18, 2018

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai