อัพเดทล่าสุดเมื่อ 8 ชั่วโมง 16 นาที ที่ผ่านมา

ยกฟ้องคดีติดป้ายประเทศล้านนา คดีที่ 3 ศาลชี้พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักตามฟ้อง

ศาลเชียงรายยกฟ้อง ออดและพวกรวม 3 คน คดี ม.116 “ยุยงปลุกปั่น” จากกรณีพบป้ายประเทศล้านนา คดีที่ 3 ศาลชี้พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักตามฟ้อง ขณะที่อีกคดีศาลพะเยา นัดฟังคำพิพากษาศาลอุธรณ์ 20 ก.ย.นี้ หลังศาลชั้นต้นยกฟ้องเช่นกัน แต่คดีแรกศาลเชียงรายมีคำพิพากษาเมื่อปี 58 ให้จำเลยทั้งสามคนมีความผิดตาม ม.116 จำคุกคนละ 4 ปี ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือจำคุก 3 ปี และจำเลยทั้งสามไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนให้รอการลงโทษไว้ 5 ปี

ป้ายไวนิลแยกประเทศล้านนาที่ติดในหลายพื้นที่ของจังหวัดภาคเหนือเมื่อเดือนมีนาคม 2557

30 ส.ค.2561 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เมื่อเวลา 9.00 น. ศาลจังหวัดเชียงรายนัดฟังคำพิพากษา ในคดีของ ออด สุขตะโกและพวกรวม 3 คน จากข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 “ยุยงปลุกปั่น” จากกรณีการพบป้ายที่มีข้อความว่า “ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กู ขอแยกเป็นประเทศล้านนา” ติดที่บริเวณสะพานลอยหน้าตลาดป่าก่อดำ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงรายตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 57 

ศาลได้เริ่มอ่านคำพิพากษาโดยสรุป เห็นว่า ลำพังเพียงการกระทำความผิดของจำเลยในสถานที่หนึ่ง ไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดในคดีนี้ อีกทั้ง พยานหลักฐานที่โจทก์นำเข้าสืบยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 3  ส่วนแผ่นป้ายที่มีข้อความว่า “ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กู ขอแยกเป็นประเทศล้านนา” ของกลางในคดีนั้น เป็นแผ่นป้ายของกลางที่เคยถูกใช้ในการกระทำความผิดมาก่อน ศาลให้ริบแผ่นป้ายไว้

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้รายละเอีดยเพิ่มเติมว่า คดีนี้เป็นคดีที่ 3 สำหรับจำเลยทั้งสาม ได้แก่ ออด สุขตะโก อายุ 66 ปี ประกอบอาชีพทำสวนทำไร่ สุขสยาม จอมธาร อายุ 65 ปี ประกอบอาชีพทำสวนทำไร่ และถนอมศรี นามรัตน์ อายุ 56 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ที่ได้ถูกฟ้องร้องจากป้ายลักษณะเดียวกัน แต่สถานที่แตกต่างกันออกไป

หลังจากศาลได้อ่านคำพิพากษา ออดได้ กล่าวว่า ยังคงรู้สึกค้างคาอยู่ ยังไม่จบ เพราะอีก 2-3 เดือนก็อาจจะต้องมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกครั้ง แทนที่จะได้ไปทำมาหากิน จะเดินทางไปทำงานไกลๆ ก็กลัวว่าจะต้องเสียค่าเดินทางกลับมาอีก เช่นเดียวกัย สุขสยาม กล่าวว่า เดี๋ยวก็ต้องมาฟังคำพิพากษาอุทธรณ์เหมือนที่คดีพะเยาอีก มันไม่จบง่ายๆ

ส่วน ถนอมศรี กล่าวสั้นๆ ว่า ไม่ได้คิดอะไร เพราะเชื่อว่าเราไม่ได้ทำผิดอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่ถือว่าสิ้นสุดเนื่องจากฝ่ายโจทก์ยังสามารถยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้อีก ทำให้ยังต้องติดตามกันต่อไป

ทั้งนี้ ก่อนที่จำเลยทั้งสามจะเดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีนี้ จำเลยทั้งสามได้รับหมายนัดจากศาลจังหวัดพะเยา ในคดีติดป้ายประเทศล้านนาคดีที่ 2 เพื่อให้จำเลยเดินทางไปฟังผลคำพิพากษาศาลอุธรณ์ ในวันที่ 20 ก.ย. 61 เวลา 9.00 น. ที่ทางอัยการเจ้าของสำนวนคดี ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์

โดยเมื่อ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานไว้ว่า ศาลจังหวัดพะเยาอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีที่ทั้งสามเป็นจำเลยว่า พยานโจทก์ยืนยันได้เพียงว่าจำเลยทั้งสามได้ติดป้ายหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเชียงราย ซึ่งจำเลยทั้งสามได้รับการพิจารณาและลงโทษเสร็จสิ้นไปแล้ว พยานโจทก์ยืนยันไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามได้ทำการติดป้ายในพื้นที่เกิดเหตุตามฟ้อง และจากผลการตรวจแผ่นป้าย พบเพียงว่าจัดทำจากเครื่องพิมพ์แบบเดียวกัน บางแผ่นป้ายมีรอยตัดที่ต่อเข้ากันได้ แต่ก็ไม่สามารถยืนยันถึงตัวจำเลยทั้งสามได้ แผ่นป้ายของกลางจึงยืนยันไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามได้กระทำความผิด อีกทั้ง ในการตอบทนายจำเลยถามค้านยังได้ความอีกว่าในแต่ละจังหวัดมีกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่แต่ละจังหวัด จึงไม่แน่ว่าจำเลยทั้งสามจะเป็นกลุ่มเดียวกับผู้กระทำความผิดตามที่โจทก์ได้นำพยานเข้ามาเบิกความ โจทก์ไม่ได้มีพยานหลักฐานเพิ่มเติมชัดเจนว่าจำเลยทั้งสามได้กระทำความผิดตามฟ้อง ศาลพิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสาม

ก่อนหน้านี้ในปี 2557-58 ทั้งสามคนเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันนี้มาแล้ว จากกรณีการพบป้ายข้อความเช่นเดียวกัน ซึ่งถูกติดอยู่บริเวณสะพานลอยหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าจังหวัดเชียงราย โดยในคดีนี้ ศาลจังหวัดเชียงรายมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 22 ก.ค.58 ให้จำเลยทั้งสามคนมีความผิดตามมาตรา 116 ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ จึงให้ลดโทษเหลือจำคุก 3 ปี และจำเลยทั้งสามไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้ 5 ปี

ทำให้รวมแล้วทั้งสามคนถูกดำเนินคดีตามมาตรา 116 แล้วสามคดี

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai