อัพเดทล่าสุดเมื่อ 1 ชั่วโมง 32 นาที ที่ผ่านมา

อัยการไม่อุทธรณ์คดี ม.112 แอบอ้างสมเด็จพระเทพฯ หลังศาลยกฟ้องสองจำเลย

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดกำแพงเพชรได้ออกหนังสือรับรองว่าคดีถึงที่สุด ในคดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร กับนางอัษฎาภรณ์ (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 และนายนพฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการ และข้อหาฉ้อโกงประชาชน

ทั้งสองคนถูกกล่าวหาว่าได้ร่วมกันปลอมเอกสารหนังสือราชการของสำนักราชเลขานุการ กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้นำไปอ้างแสดงต่อเจ้าอาวาสวัดไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร และยังมีการกล่าวอ้างว่าสามารถที่จะทูลเชิญสมเด็จพระเทพฯ มาร่วมในพิธีของวัดได้ โดยมีการกล่าวอ้างแสดงตนว่าเป็นหม่อมหลวง พร้อมเรียกเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ จากผู้เสียหาย

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2561 ศาลจังหวัดกำแพงเพชรได้มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสองคน โดยเห็นว่าจากพยานหลักฐานยังมีเหตุแห่งความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยทั้งสอง จึงให้ยกฟ้อง และคดีจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นอีก

ในส่วนของจำเลยที่ 2 ศาลพิเคราะห์ว่าแม้พยานหลักฐานของโจทก์จะระบุว่าจำเลยที่ 2 ได้ไปร่วมทำบุญในวันที่ 26 เม.ย. 2558 และได้ไปร่วมจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แต่ก็เป็นไปเพราะได้มีผู้จัดงานทำการเชิญและผายมือเชิญให้ขึ้นไป ไม่ปรากฏว่าได้มีการแสดงตัวว่าเป็นหม่อมหลวงแต่อย่างใด และแม้ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ไปร่วมงานพร้อมกับนายกิตติภพและนายวิเศษ ซึ่งให้การรับสารภาพในคดีก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยที่ 2 ได้อ้างตัวและแสดงตัวเป็นหม่อมหลวงแต่อย่างใด

ต่อมาหลังพิพากษา ทางอัยการโจทก์ได้ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์คดีออกไปทุกๆ 30 วัน จนกระทั่งถึงเดือนสิงหาคม ก็ไม่ได้มีการยื่นขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์อีก ทำให้ไม่ได้มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์อีก ศาลจังหวัดกำแพงเพชรจึงได้ออกหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดดังกล่าวให้ และถือว่าคดีเป็นอันสิ้นสุดลงแล้ว

คดีนี้ในตอนแรก อัยการมีการสั่งฟ้องจำเลยรวมทั้งสี่ราย เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 โดยมีสองราย ได้แก่ นายกิตติภพและนายวิเศษให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา และศาลได้พิพากษาลงโทษตามความผิดมาตรา 112 ให้จำคุก 4 ปี ความผิดข้อหาสวมเครื่องแบบของเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิ ให้ลงโทษจำคุก 4 เดือน และความผิดข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการ ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี รวมโทษจำคุก 7 ปี 4 เดือน ให้การรับสารภาพ จึงลดโทษเหลือจำคุกคนละ 3 ปี 8 เดือน

ต่อมา อัยการโจทก์มีการฟ้องร้องในข้อหาฉ้อโกงประชาชนต่อทั้งสี่คนเข้ามาอีก โดยที่นายกิตติภพและนายวิเศษได้ให้การรับสารภาพอีก และศาลได้พิพากษาให้ยกฟ้องคดี เนื่องจากเห็นว่าเป็นความผิดจากการกระทำเดียวกันกับคดีมาตรา 112 ก่อนหน้านี้ และศาลได้พิพากษาลงโทษตามมาตรา 112 ที่มีโทษหนักที่สุดแก่จำเลยไปแล้ว จึงไม่ควรให้จำเลยต้องรับโทษอีก

ส่วนนางอัษฎาภรณ์และนายนพฤทธิ์ได้ขอต่อสู้คดี โดยไม่ได้รับการประกันตัวทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นศาล จนกระทั่งศาลยกฟ้องเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ทั้งสองคนจึงได้รับการปล่อยตัว โดยใช้เวลาต่อสู้คดีกว่า 2 ปี  ในส่วนนายนพฤทธิ์ ญาติเคยยื่นขอประกันตัวทั้งหมด 5 ครั้ง แต่ศาลไม่อนุญาตทุกครั้ง ทำให้เขาถูกคุมขังในเรือนจำรวมระยะเวลา 2 ปี 6 เดือน โดยที่นายวิเศษ จำเลยในกรณีเดียวกันที่ให้การรับสารภาพก่อนหน้านี้ ได้รับการปล่อยตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2560 รวมถูกคุมขัง 2 ปี กับ 1 เดือน เนื่องจากได้รับการลดหย่อนโทษในโอกาสสำคัญ ส่วนนายกิตติภพหลังจากพ้นโทษในคดีนี้ ก็ได้รับโทษในคดีส่วนตัวอื่นต่อไป

ในกรณีนี้ จำเลยสองรายที่ต่อสู้คดี ยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิด และในที่สุดศาลยกฟ้อง ต้องถูกคุมขังเป็นระยะเวลายาวนานกว่าจำเลยสองรายที่ให้การรับสารภาพตั้งแต่ต้น และได้รับการปล่อยตัวไปก่อน

ข้อต่อสู้ของนพฤทธิ์ในชั้นศาล นอกจากยืนยันว่าไม่ได้ร่วมกระทำความผิดและไม่เคยได้รับผลประโยชน์ใดๆ ตามที่ถูกกล่าวหา โดยไม่ได้มีพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์ยืนยันได้แล้ว ยังรวมถึงข้อต่อสู้ทางกฎหมาย เรื่องสมเด็จพระเทพฯ ไม่ใช่บุคคลตามองค์ประกอบความผิดของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และการฟ้องของโจทก์ในคดีนี้เป็นการฟ้องซ้อนกับคดีก่อนที่ได้ฟ้องในศาลจังหวัดกำแพงเพชรเช่นกัน แต่ศาลก็ไม่ได้มีคำวินิจฉัยใดๆ ในประเด็นทางกฎหมายดังกล่าว

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai