อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 ชั่วโมง 15 นาที ที่ผ่านมา

อันวาร์ อิบราฮิม จวก จนท. ใช้กฎอิสลามโบยผู้หญิงข้อหาเลสเบียน ชี้ ตีความคับแคบ

อันวาร์ อิบราฮิม นักการเมืองมาเลเซียชื่อดังวิจารณ์กรณีเจ้าหน้าที่ศาสนาอิสลามนำกฎหมายชะรีอะฮ์มาตัดสินโบยผู้หญิงด้วยข้อหาพยายามมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน โดยอันวาร์กล่าวว่าเป็นการตีความกฎหมายที่บิดเบือน ไม่ผ่านกระบวนการตามกฎหมาย

อันวาร์ อิบราฮิม (ที่มา: wikipedia)

โปรย - จากกรณีหญิง 2 คนในมาเลเซียถูกลงโทษโบยตีเพราะถูกกล่าวหาว่าพยายามมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการบังคับใช้กฎหมายชะรีอะฮ์ แม้แต่นักการเมืองอิสลาม อันวาร์ อิบราฮิม ก็วิจารณ์การลงโทษในครั้งนี้ว่ามาจากการตัดสินที่ปราศจากขั้นตอนตามกฎหมายและมาจากการตีความกฎหมายชะรีอะฮ์แบบคับแคบ-บิดเบือน

อันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำพรรคยุติธรรมประชาชน (พีเคอาร์) วิจารณ์กรณีที่เจ้าหน้าที่ศาสนาอิสลามสั่งโบยผู้หญิง 2 คนที่ถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน โดยบอกว่าเป็นการตัดสินที่ปราศจากกระบวนการทางกฎหมาย

อันวาร์ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวขณะไปเยือนงานประชุมในฟิลิปปินส์ว่า ถึงแม้เขาจะเป็นชาวมุสลิมแต่ก็ไม่ได้ตีความในลักษณะเดียวกับที่ทำให้เกิดการลงโทษผู้หญิง 2 คนนั้น ซึ่งเป็นการลงโทษต่อหน้าสาธารณชนโดยปราศจากกระบวนการทางกฎหมายและขาดความเข้าใจ

อันวาร์ยังกล่าวว่า การลงโทษที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่แม้แต่รัฐบาลของพรรคแนวร่วมปากาตัน ฮาราปัน ในปัจจุบันก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาของสังคมมาเลเซียที่นำกฎหมายอิสลามมาใช้พิจารณาความของรัฐ เขายังได้วิจารณ์ว่าการลงโทษหญิงสองคนนี้เป็นการนำกฎศาสนามาตีความแบบที่คับแคบและบิดเบือน

เมื่อต้นสัปดาห์ที่่ผ่านมาศาลสูงชะรีอะฮ์ในเมืองกัวลาตรังกานูตัดสินโบยหญิง 2 คนอายุ 22 ปี และ 32 ปี ซึ่งพวกเธอถูกกล่าวหาว่าพยายามมีเพศสัมพันธ์กัน ศาลโทษด้วยการโบยพวกเธอ 6 ครั้ง ต่อหน้าฝูงชนราว 100 คน ทั้งนี้ มีกลุ่มสิทธิมนุษยชนประณามการจับกุมและลงโทษดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ทางการมาเลเซียยอมรับชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศน้อยลง

อันวาร์เปิดเผยอีกว่าคนที่วิจารณ์เรื่องนี้ต้องคอยระวังว่าจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ "ต่อต้านอิสลาม" หรือเป็นพวก "สายโลกวิสัย" ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดการต่อสู้กันภายในสังคมมุสลิมกันเอง ตัวเขาเองไม่ได้ต่อต้านกฎหมายชะรีอะฮ์ แต่ในฐานะที่อยู่ในสังคมที่มีความหลากหลายทางศาสนา ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะเน้นวัตถุประสงค์ในขั้นสูงกว่าของชะรีอะฮ์ นั่นคือการทำให้เกิดสันติภาพ ความมั่นคง ความยุติธรรม การอดกลั้นต่อความแตกต่าง การศึกษา และความเข้าใจ แต่ในตอนนี้ชะรีอะฮ์ไม่ได้ถูกนำมาใช้กับวัตถุประสงค์ในขั้นสูงกว่าเช่นนี้ ทำให้อันวาร์เสนอให้มีการอภิปรายหารือกันเกี่ยวกับกฎหมายอิสลาม

"เราควรจะอภิปรายหารือกันดีกว่า แล้วก็ไม่เอาแต่ยืนกรานว่าการตีความของคุณเป็นฝ่ายถูก ถึงแม้ว่ามันจะใช่ แต่นั่นคือสิ่งสำคัญที่มาอันดับแรกล่ะหรือ? สิ่งเหล่านี้คือคำถามที่ควรจะกลายเป็นคำถามขับเคลื่อนภายในสังคมมุสลิมก่อนที่พวกคุณจะตัดสินใจนำกฎหมายชะรีอะฮ์มาใช้" อิบราฮิมกล่าว

เรียบเรียงจาก

I’m a practising Muslim and I disagree with Terengganu caning, says Anwar, Free Malaysia Today, Sep. 5, 2018

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai